ZestBuy

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-18

ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และความสำคัญของการลงทะเบียนรอบใหม่

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพและสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

การลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2569 มีเหตุผลสำคัญ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันส่วนใหญ่ลงทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2565 จึงต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด

  • มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ “ตกหล่น” หรือไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรอบที่ผ่านมา (Exclusion Error) จึงต้องเร่งเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม

ช่วงเวลาสำคัญของรอบนี้

  • 4 – 21 มิถุนายน 2569: เปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิ (ทั้งรายเดิมและรายใหม่/กลุ่มตกหล่น) เวลา 06.00 – 23.00 น.

  • 17 กรกฎาคม 2569: ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570: ช่วงยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับรายใหม่ และกรณีมอบอำนาจ

  • 1 สิงหาคม 2569: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์และยืนยันตัวตนเรียบร้อย

โครงการนี้ดำเนินควบคู่กับมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ที่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสและผ่านคุณสมบัติ จะเปลี่ยนมารับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน หากไม่ยืนยันสิทธิภายในกำหนด จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัสด้วย


เช็กคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

1. คุณสมบัติพื้นฐาน

  • สัญชาติไทย

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

  • รายได้ต่อคนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

  • มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

2. ทรัพย์สินทางการเงินและหนี้สิน

  • ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือมีมูลค่ารวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
    • เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธ.ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส., ธอท.)

    • สลากของธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และ ธอส.

  • ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท (ตามฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด)

  • ไม่มีบัตรเครดิต

3. เกณฑ์ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

  • ห้องชุด (คอนโด): รวมทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว: รวมทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา

เกษตรกร

  • ที่ดินอยู่อาศัย + ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมกันทุกแห่งไม่เกิน 10 ไร่

ไม่ใช่เกษตรกร

  • ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันทุกแห่งไม่เกิน 1 ไร่

4. ยานพาหนะ

  • ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือรถอื่น ๆ

  • ยกเว้น:
    • รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี

    • รถสามล้อ

    • รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง

    • รถใช้งานเกษตรกรรม
      โดยแต่ละประเภทไม่เกิน 1 คัน

5. กลุ่มที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียน

  • พระ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง

  • บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

  • นักเรียน นักศึกษา

  • ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนเกิน 100,000 บาท/ปี

  • ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

  • ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากรัฐ

  • หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัด/มหาชนจำกัด (ตามฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

  • ผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือมีชื่อในทะเบียนถือครองตราสารหนี้ (ตามฐานข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย)

  • ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาท/ปีขึ้นไป

  • ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ในฐานะ
    • บิดา มารดา

    • คู่สมรส

    • บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย / บุตรของคู่สมรส / บุตรบุญธรรม

6. กลุ่มที่มีโอกาสผ่านมากที่สุด (ตามเกณฑ์ที่กำหนด)

จากเกณฑ์ทั้งหมด กลุ่มที่มีโอกาสผ่านมากที่สุดคือผู้มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี ไม่มีบัตรเครดิต ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินและหนี้สินรวมเกิน 100,000 บาท และไม่มีอสังหาริมทรัพย์/ยานพาหนะเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งกลุ่มเกษตรกรและผู้มีอาชีพอื่น หากเข้าเกณฑ์เหล่านี้มีแนวโน้มผ่านการคัดกรองมากกว่า


เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน

1. บุคคลทั่วไปและผู้มีบัตรรายเดิม

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) – เป็นเอกสารหลักในการลงทะเบียนทุกช่องทาง

  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ – ต้องกรอกในระบบทุกช่องทาง

กรณีลงผ่านเว็บไซต์/แอปฯ และใช้วิธีกรอกข้อมูลแทน ThaID ต้องเตรียมเพิ่ม:

  • เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

  • ชื่อ-นามสกุล

  • วัน เดือน ปี เกิด

  • รหัส Laser ID หลังบัตรประชาชน

2. กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ไม่สามารถไปลงทะเบียนเอง

สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นลงทะเบียนแทน โดยเตรียมเอกสารดังนี้:

  • หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์โครงการ)

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน (ผู้มอบอำนาจ) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

3. กลุ่มรายใหม่/กลุ่มตกหล่นที่ใช้ระบบ ThaiD

  • แอปพลิเคชัน ThaiD ติดตั้งในสมาร์ทโฟนและเปิดใช้งานแล้ว (ใช้สำหรับสแกน QR Code ยืนยันตัวตน)

สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือไม่สะดวกใช้งานออนไลน์ ให้รอเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยาลงพื้นที่สำรวจและลงทะเบียนให้ถึงบ้านตามฐานข้อมูล จปฐ. และ MSO-LOGBOOK


ขั้นตอนลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์/แอปฯ อย่างเป็นทางการ

การลงทะเบียนออนไลน์ใช้ได้ทั้งสำหรับผู้มีบัตรรายเดิมและรายใหม่/กลุ่มตกหล่น โดยโครงการกำหนดช่องทางรองรับ 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์, แอปทางรัฐ, แอปเป๋าตัง, ตู้ ATM กรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียนธนาคาร 5 แห่ง (สำหรับการยืนยันสิทธิผ่านระบบธนาคาร)

1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน

ก่อนลงทะเบียนทุกกรณี ให้ตรวจสอบก่อนว่าตนเองอยู่ใน “กลุ่มเป้าหมาย” หรือไม่ ผ่านเว็บไซต์โครงการ:

  1. เข้าเว็บไซต์: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  2. กดแบนเนอร์ “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน”

  3. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

  4. กดปุ่ม “ตรวจสอบ”

หากเข้าเกณฑ์ ระบบจะแจ้งว่าเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” พร้อมแสดงช่องทางให้เลือกลงทะเบียนได้ 1 ช่องทางตามความสะดวก เช่น เว็บไซต์หลัก, แอปทางรัฐ, แอปเป๋าตัง, ตู้ ATM กรุงไทย หรือหน่วยรับลงทะเบียนธนาคาร 5 แห่ง

2. วิธีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ

เหมาะสำหรับผู้มีบัตรรายเดิม และผู้มีสิทธิในระบบที่ต้องการยืนยันสิทธิผ่านเว็บ

ขั้นตอนหลัก:

  1. เข้าเว็บไซต์: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

  2. กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน”

  3. พิสูจน์ตัวตนได้ 2 วิธี
    • วิธีที่ 1: ใช้แอป ThaiD (สแกนตามขั้นตอนในหน้าเว็บไซต์)

    • วิธีที่ 2: กรอกข้อมูลเอง ได้แก่
      • เลขประจำตัวประชาชน

      • ชื่อ-นามสกุล

      • วัน เดือน ปี เกิด

      • รหัส Laser ID หลังบัตรประชาชน

  4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

  5. อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงการลงทะเบียนให้ครบถ้วน แล้วติ๊กยอมรับ

  6. กดปุ่ม “ยืนยัน” การลงทะเบียน

  7. ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ข้อควรทราบกรณีข้อมูลผิด

  • หากกรอกเลขบัตรประชาชนถูกต้อง แต่ข้อมูลอื่นบางส่วนผิดเล็กน้อย คณะกรรมการฯ มีมติให้ถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

  • หากระบบขึ้นว่าข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง สามารถเริ่มลงทะเบียนใหม่ได้ทันที

3. วิธีลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

  1. Log in เข้าแอปทางรัฐ

  2. เลือกบริการ “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”

  3. ระบบจะแสดงข้อมูลตามบัตรประชาชน ให้ตรวจสอบความถูกต้อง

  4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

  5. กดบันทึกข้อมูลและขั้นตอนถัดไป

  6. อ่านเงื่อนไขและข้อตกลงในการลงทะเบียน และคลิก “ยืนยัน”

  7. ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

4. ยืนยันสิทธิผ่านแอป “เป๋าตัง” (สำหรับผู้มีบัตรรายเดิม)

  1. เข้าแอปเป๋าตัง

  2. เลือก Banner “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”

  3. ยอมรับเงื่อนไขการลงทะเบียน

  4. กดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อยืนยันสิทธิ

ถือเป็นการจบขั้นตอนการลงทะเบียนยืนยันสิทธิสำหรับรายเดิม

5. วิธีลงทะเบียนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

  1. สัมผัสหน้าจอเลือกบริการ “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” และ “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”

  2. เสียบบัตรประชาชนที่ช่องรับบัตรของตู้ ATM

  3. หน้าจอแสดงข้อตกลงความยินยอม อ่านและกดยืนยัน

  4. หน้าจอแสดงข้อมูลของผู้ลงทะเบียน ตรวจสอบให้ถูกต้อง แล้วกด “ยืนยัน”/“ตกลง”

  5. ระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

  6. กด “ถัดไป” หรือ “ตกลง” ระบบจะแจ้งว่า “ธนาคารได้รับข้อมูลของผู้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว”


ขั้นตอนลงทะเบียนออฟไลน์ที่ธนาคารและหน่วยงานพื้นที่

1. ลงทะเบียนที่ธนาคารรัฐ 5 แห่ง (หน่วยรับลงทะเบียน)

ธนาคารที่เข้าร่วม:

  • ธ.ก.ส.

  • ธนาคารออมสิน

  • ธนาคารกรุงไทย

  • ธอส.

  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

ขั้นตอนเมื่อไปที่สาขา

  1. ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร

  2. เจ้าหน้าที่อ่านข้อมูลผ่านเครื่องอ่านบัตร Smart Card Reader

  3. ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดที่แสดงบนหน้าจอ

  4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

  5. อ่านและยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงการลงทะเบียน

  6. เจ้าหน้าที่กด “ยืนยัน” ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

2. กลุ่มตกหล่น/ไม่มีสมาร์ทโฟน – เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่

สำหรับประชาชนกลุ่มชายขอบหรือกลุ่มตกหล่นที่มีรายชื่อในฐานข้อมูล จปฐ. หรือ MSO-LOGBOOK แต่ไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์เองได้:

  • ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะลงพื้นที่ตามบ้าน/ชุมชนเพื่อดำเนินการลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลให้

  • ข้อมูลจะถูกส่งให้กระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

กรณีไม่มีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิลงทะเบียนเลย แต่ยังต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสวัสดิการอื่นของรัฐผ่านสายด่วน พม. 1300

3. เคล็ดลับเตรียมตัวไปยื่นเรื่องออฟไลน์

  • เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงให้พร้อม

  • จดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้จริง เพื่อให้ติดต่อกลับได้

  • หากมอบอำนาจให้ผู้อื่น เตรียมเอกสารมอบอำนาจครบชุดตามที่กำหนด

  • ตรวจสอบวันและเวลาทำการของธนาคาร/สำนักงานเขต/อำเภอก่อนเดินทาง


การตรวจสอบสถานะลงทะเบียนและแนวทางกรณีข้อมูลผิดหรือไม่ผ่านการพิจารณา

1. วิธีเช็กสถานะการลงทะเบียน

สามารถตรวจสอบสถานะได้หลายช่องทาง:

ตัวอย่างการเช็กผ่านเว็บไซต์:

  1. เข้าเว็บไซต์โครงการ

  2. เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”

  3. พิสูจน์ตัวตนผ่าน ThaiD หรือกรอกเลขบัตรประชาชนและวัน เดือน ปี เกิด

  4. ระบบจะแสดงผลสถานะการลงทะเบียน เช่น:
    • ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย

    • ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง

    • ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ

2. กรณีขึ้นสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

หมายความว่าขั้นตอนลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว ให้รอประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

หากระบบแสดงข้อความว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว” แม้จะกรอกหมายเลขโทรศัพท์ผิด ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว

3. กรณีขึ้นสถานะ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”

  • สามารถเริ่มกระบวนการลงทะเบียนใหม่ได้ทันทีผ่านช่องทางเดิมที่ใช้งาน

4. กรณี “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” และการอุทธรณ์

ผู้ที่ไม่ผ่านสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ประกาศผล (ช่วง 17 – 31 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางต่อไปนี้:

  • เว็บไซต์: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”)

  • แอปทางรัฐ และแอปเป๋าตัง (มีปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” ในระบบ)

  • หน่วยรับลงทะเบียนธนาคาร 5 แห่ง (แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการยื่นอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่จะกดปุ่มให้ในระบบ)

สามารถแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และรัฐจะประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569

คำแนะนำ

หลังจากกดอุทธรณ์แล้ว ควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน เช่น เอกสารรายได้ เอกสารกรรมสิทธิ์สินทรัพย์ เพื่อรองรับการตรวจสอบเชิงลึกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


อัปเดตสิทธิประโยชน์และวงเงินช่วยเหลือของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

สิทธิสวัสดิการยังคงรูปแบบเดิมเป็นหลัก โดยเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำคัญหลายด้าน ดังนี้

1. ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค

  • วงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน

  • ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม

  • ใช้ได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

2. ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม

  • วงเงิน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน

  • ใช้กับร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด

3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ

  • วงเงิน 750 บาทต่อคนต่อเดือน

  • ใช้ได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท เช่น:
    • รถ ขสมก.

    • รถ บขส.

    • รถไฟฟ้า BTS, MRT, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

    • รถไฟ

    • รถเอกชนร่วม ขสมก./บขส.

    • รถสองแถวรับจ้าง

    • เรือโดยสารสาธารณะ

4. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า

  • อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

  • กรณีใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิจะต้องรับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมดเอง

5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา

  • อุดหนุนค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

  • หากใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังได้รับสนับสนุน 100 บาท ส่วนที่เกินต้องชำระเอง

  • หากใช้น้ำเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำทั้งหมด

6. เงินช่วยเหลือเพิ่มตามรายได้

  • เงินช่วยเหลือเพิ่ม 200 – 300 บาทต่อเดือน (ตามสัดส่วนรายได้ที่กำหนดในรอบบัตรเดิม)

หมายเหตุ: วงเงินข้างต้นอ้างอิงจากบัตรสวัสดิการรอบเดิมของปี 2569 โดยจะมีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากภาครัฐ


สรุปเดดไลน์ 21 มิ.ย. และข้อแนะนำสุดท้ายในการลงทะเบียนให้ทันเวลา

1. ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องจำ

  • 4 – 21 มิถุนายน 2569: ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ (06.00 – 23.00 น.)

  • 17 กรกฎาคม 2569: ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • 17 – 31 กรกฎาคม 2569: ยื่นอุทธรณ์ผลสำหรับผู้ไม่ผ่าน

  • ถึง 16 สิงหาคม 2569: ส่งเอกสารเพิ่มเติมประกอบการอุทธรณ์

  • 14 กันยายน 2569: ประกาศผลอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ

  • 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570: ยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับรายใหม่ และกรณีมอบอำนาจ

  • 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ผ่านรอบแรก

  • 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิภายหลังจากการอุทธรณ์ (ตามเงื่อนไขรัฐ)

2. ข้อแนะนำเพื่อไม่ให้ตกหล่นสิทธิ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการรายเดิม ต้อง “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ” ให้เสร็จภายใน 21 มิถุนายน 2569 มิฉะนั้นมีความเสี่ยงหลุดจากโครงการ

  • ผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสที่ผ่านคุณสมบัติบัตรสวัสดิการ ต้องรีบยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตัง หลังประกาศผล เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส

  • ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน สำนักงานเขต หรืออำเภอ เพื่อให้ช่วยลงทะเบียน หรือรอเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามกำหนด

  • ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนกดยืนยัน แต่หากมีข้อผิดพลาดที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ระบบจะถือว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์อยู่แล้ว

การเตรียมเอกสารให้เป็นระเบียบ เช่น บัตรประชาชน สำเนาเอกสารสำคัญ และข้อมูลติดต่อ จะช่วยให้การลงทะเบียนและการยื่นอุทธรณ์ (หากจำเป็น) เป็นไปอย่างราบรื่น และลดโอกาสตกหล่นสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 อย่างมาก

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น