ZestBuy

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-13

ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และเป้าหมายการช่วยเหลือ

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นมาตรการของกระทรวงการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐานของรัฐอย่างตรงกลุ่มมากขึ้น โดยปีนี้มีการปรับเกณฑ์คัดกรองใหม่ให้เข้มข้น เน้นตรวจสอบ “รายบุคคล” และทรัพย์สินจริงของผู้ลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิเป็นกลุ่มที่มีฐานะยากจนอย่างแท้จริง

สาระสำคัญของโครงการปี 2569 ได้แก่

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมทุกคนต้องยืนยันสิทธิ์ใหม่ ไม่ใช่ลงทะเบียนรอบเก่า

  • ใช้เกณฑ์รายได้และทรัพย์สินรายบุคคลไม่เกิน 100,000 บาท

  • ปรับเพิ่มกลุ่มต้องห้ามเป็น 9 กลุ่ม เช่น นักเรียน/นักศึกษา ผู้เล่นหุ้น กรรมการบริษัท ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยสูง และผู้ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี

  • เน้นให้สิทธิกับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีทรัพย์สินเกินเกณฑ์และไม่มีบัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อสูง

เป้าหมายคือให้ผู้ถือบัตรที่ยังเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิต่อเนื่อง และคัดกรองผู้ที่ไม่จนจริงออกจากระบบ เพื่อให้สวัสดิการถึงมือคนที่ควรได้รับอย่างแท้จริง


ระยะเวลา 4–21 มิถุนายน 2569 ทำไมต้องยืนยันสิทธิภายในกำหนด

ช่วงวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 คือหน้าต่างเวลาหลักของการ “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ” สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม หากไม่ดำเนินการในช่วงนี้จะถือว่าสละสิทธิในรอบปี 2569 ทันที

จุดสำคัญที่ต้องจำ:

  • เปิดลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ: 4 – 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.

  • หลังปิดระบบ จะไม่มีการเปิดรอบสองในปีนี้

  • กระทรวงการคลังยืนยันว่า หากไม่ยืนยันสิทธิภายในเวลาที่กำหนด จะถูกตัดสิทธิจากโครงการ และถือว่าสละสิทธิในรอบนี้

เหตุผลที่ต้องทำภายในกำหนด เพราะกระทรวงการคลังจะใช้ข้อมูลจากช่วงเวลานี้ไปตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินผู้มีสิทธิ์ในภาพรวม หากไม่มีข้อมูลยืนยันสิทธิ ระบบจะไม่สามารถตรวจสอบและต่อสิทธิสวัสดิการให้ได้

ไทม์ไลน์สำคัญที่เชื่อมต่อกับช่วงลงทะเบียนมีดังนี้:

  • 4–21 มิ.ย. 2569: ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ

  • 17 ก.ค. 2569: ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570: ยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับรายใหม่และกรณีมอบอำนาจ

  • 1 ส.ค. 2569: เริ่มใช้สิทธิรอบแรก

  • 1 ต.ค. 2569: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ผ่านรอบอุทธรณ์


ช่องทางและขั้นตอนการยืนยันสิทธิผ่าน 5 ช่องทางหลัก

ผู้ถือบัตรรายเดิมต้อง “เลือกใช้เพียง 1 ช่องทาง” ในการยืนยันสิทธิ ระหว่างวันที่ 4–21 มิ.ย. 2569 ช่องทางที่เปิดให้ใช้มี 5 ช่องทาง คือ แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ทางรัฐ, เว็บไซต์โครงการ, ตู้ ATM กรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียนธนาคารรัฐ

1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง

  • กดแบนเนอร์ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”

  • อ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการ

  • กด “ลงทะเบียน” ระบบจะแสดงข้อความ “ลงทะเบียนสำเร็จ” เมื่อดำเนินการครบ

2. แอปพลิเคชันทางรัฐ

  • Log in เข้าแอปฯ ทางรัฐ

  • เลือกบริการ ค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”

  • ตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้

  • อ่านเงื่อนไขและกด “ยืนยัน” เพื่อส่งข้อมูล

3. เว็บไซต์ welfare.mof.go.th / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • เข้าเว็บไซต์ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน”

  • เลือกวิธีพิสูจน์ตัวตนหนึ่งจากสองวิธี
    • ใช้แอปฯ ThaiD

    • หรือกรอกเลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และรหัส Laser ID หลังบัตร

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ ยอมรับเงื่อนไข

  • กด “ยืนยัน” เมื่อขึ้นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าทำเสร็จสมบูรณ์

4. ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

  • ไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

  • เลือกเมนู “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” → “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”

  • เสียบ “บัตรประชาชน” ที่ช่องรับบัตร

  • ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ กด “ยืนยัน”

  • ระบุหมายเลขโทรศัพท์ กด “ถัดไป” เพื่อบันทึกข้อมูล

5. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐ

  • ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่สาขาธนาคารที่เข้าร่วม

  • เจ้าหน้าที่อ่านบัตรผ่านเครื่อง Smart Card Reader

  • ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ในระบบ

  • อ่านเงื่อนไขและกด “ยืนยัน” ในระบบโดยเจ้าหน้าที่

ธนาคารรัฐที่รับลงทะเบียน:

  • ธนาคารกรุงไทย

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • ธนาคารออมสิน

  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ธพว./SME D Bank (ตามข้อมูลแต่ละชุดที่ระบุ)

ทุกช่องทาง เมื่อระบบขึ้นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” จึงถือว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์


เอกสารและเงื่อนไขสำคัญก่อนยืนยันสิทธิ เพื่อไม่ให้ถูกตีกลับ

ก่อนเริ่มยืนยันสิทธิ ผู้ถือบัตรควรตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เนื่องจากกระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หากพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ สิทธิจะถูกตัดทันที

เอกสารที่ควรเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมรหัส Laser ID 12 หลักด้านหลัง (กรณีใช้เว็บหรือช่องทางที่ต้องกรอก)

  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้จริง (ใช้รับแจ้งเตือน)

  • แอปฯ ThaiD (กรณีเลือกพิสูจน์ตัวตนด้วย Digital ID)

คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ลงทะเบียน

ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ:

  1. สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

  2. รายได้รายบุคคล (หรือเงินที่จ่ายให้บุคคลอื่น) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

  3. เงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกัน ไม่เกิน 100,000 บาท

  4. วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท

  5. ไม่มีบัตรเครดิตทุกประเภท

กลุ่มที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียน (9 กลุ่ม)

  • นักบวช (ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช)

  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง และผู้อาศัยในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

  • ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด บำเหน็จรายเดือน

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี

  • นักเรียนและนักศึกษา

  • ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน

  • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้

  • ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป

  • ผู้ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

เกณฑ์ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์

ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ต่อไปนี้:

  • ห้องชุด (คอนโด): รวมทุกแห่งไม่เกิน 35 ตร.ม.

  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว: รวมทุกแห่งไม่เกิน 25 ตารางวา

  • ที่ดินและที่อยู่อาศัย (กรณีเป็นเกษตรกร): รวมกันไม่เกิน 10 ไร่

  • ที่ดินและที่อยู่อาศัย (ไม่ใช่เกษตรกร): รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

เกณฑ์ยานพาหนะ

  • ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น

  • ยกเว้นเฉพาะ:
    • รถจักรยานยนต์ ≤ 300 ซีซี

    • รถสามล้อ

    • รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง

    • รถใช้งานเกษตรกรรม

โดยแต่ละประเภทอนุญาตไม่เกิน 1 คัน

การตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยืนยัน จะช่วยลดโอกาสถูกตัดสิทธิหลังจากระบบตรวจสอบย้อนหลัง


ผลกระทบหากไม่ยืนยันสิทธิ และโอกาสการแก้ไขย้อนหลัง

หากไม่ยืนยันสิทธิระหว่าง 4–21 มิ.ย. 2569

  • จะถือว่า “สละสิทธิ” ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569

  • สิทธิ์บัตรสวัสดิการในรอบใหม่จะถูกระงับทั้งหมด

  • กระทรวงการคลังจะไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและต่อสิทธิให้ได้

ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุชัดว่า “พลาดแล้วพลาดเลย ไม่มีเปิดรอบสอง” ดังนั้นผู้มีบัตรเดิมที่ยังไม่ยืนยันสิทธิ ต้องดำเนินการภายในเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เท่านั้น

กรณีกรอกข้อมูลผิดหรือขึ้นสถานะผิดพลาด

หากลงทะเบียนแล้วขึ้นสถานะ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” แต่เลขบัตรประชาชนถูกต้อง และผิดพลาดเพียงข้อมูลเล็กน้อย เช่น สะกดชื่อผิดหรือวันเดือนปีเกิดคลาดเคลื่อนเล็กน้อย:

  • คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ มีมติให้ถือว่าการลงทะเบียน “สมบูรณ์”

  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ต้องแก้ไขข้อมูล

แต่หากข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชนไม่ตรง หรือข้อมูลยืนยันตัวตนไม่ตรงฐานข้อมูลภาครัฐ:

  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขข้อมูลต่อไป

กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติหลังประกาศผล

  • ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีสิทธิ “ยื่นอุทธรณ์” ภายใน 15 วันนับจากวันที่ประกาศผล (ภายใน 31 ก.ค. 2569)

  • สามารถยื่นอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์ แอปฯ เป๋าตัง/ทางรัฐ หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

  • มีเวลาสำหรับแก้ไขเอกสารถึงวันที่ 16 ส.ค. 2569 และจะประกาศผลอุทธรณ์วันที่ 14 ก.ย. 2569

หากผ่านอุทธรณ์และดำเนินการยืนยันตัวตนครบ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป


สรุปสิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หลังยืนยันสำเร็จ

ผู้ที่ยืนยันสิทธิและผ่านเกณฑ์ตรวจสอบคุณสมบัติ จะได้รับวงเงินสวัสดิการตามประเภทที่รัฐกำหนด ซึ่งยังคงรูปแบบสิทธิพื้นฐานใกล้เคียงกับรอบก่อนหน้า โดยมีกรอบสิทธิที่กล่าวถึง ดังนี้

ประเภทสวัสดิการและวงเงินต่อเดือน (อ้างอิงจากข้อมูลโครงการ)

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น: 200–300 บาท/เดือน (ตามระดับรายได้)

  • ค่าน้ำประปา: ไม่เกิน 100 บาท/เดือน

  • ค่าไฟฟ้า: ไม่เกิน 230 บาท/เดือน

  • ค่าเดินทาง (รถเมล์/รถไฟ): ตามอัตราที่กำหนดของโครงการ

  • เบี้ยเพิ่มเติมผู้พิการ: 200 บาท/เดือน

วงเงินและรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับรอบปี 2569 จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อกระทรวงการคลังประมวลผลข้อมูลผู้มีสิทธิ์แล้วเสร็จ

ด้านรูปแบบการใช้สิทธิ:

  • กลุ่มผ่านเกณฑ์รอบแรก: เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง (สแกนเป๋าตัง) และบัตรประชาชน

  • กลุ่มผ่านรอบอุทธรณ์: เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 หลังยืนยันตัวตนสำเร็จ


เช็กลิสต์ก่อน-หลังยืนยันสิทธิสำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ

กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจเข้าถึงระบบดิจิทัลยาก โครงการจึงเปิดช่องทางออฟไลน์ผ่านธนาคารรัฐ และมีแนวทางช่วยเหลือพิเศษในบางพื้นที่

ก่อนยืนยันสิทธิ (สำหรับกลุ่มเปราะบาง)

  • เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงให้พร้อม

  • เลือกช่องทางที่ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน เช่น
    • ตู้ ATM กรุงไทย (ใช้บัตรประชาชน)

    • ไปที่สาขา 5 ธนาคารรัฐเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียน

  • แจ้งญาติหรือผู้ใกล้ชิดช่วยดูข้อมูลเกณฑ์คุณสมบัติ เช่น รายได้ เงินฝาก ทรัพย์สิน เพื่อประเมินว่าควรลงทะเบียนหรือไม่

หลังยืนยันสิทธิแล้ว

  • ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือให้ญาติช่วยเช็ค

  • หากขึ้นสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ให้รอผลวันที่ 17 ก.ค. 2569

  • หากไม่ผ่านเกณฑ์ ควรให้คนในครอบครัวช่วยดำเนินการยื่นอุทธรณ์ ผ่านเว็บ แอปฯ หรือธนาคารรัฐ

กรณีมอบอำนาจ

  • ผู้ที่ให้ผู้อื่นใช้สิทธิแทน (กรณีมอบอำนาจ) ไม่ว่าจะรายเดิมหรือรายใหม่ ต้องไปยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารเท่านั้น หลังวันที่ 17 ก.ค. 2569 ตามช่วงเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา มีการลงพื้นที่สำรวจและลงทะเบียนเชิงรุกให้กลุ่มตกหล่น เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มเปราะบางจะไม่เสียสิทธิจากการขาดช่องทางเข้าถึงระบบออนไลน์


การตรวจสอบสถานะ อุทธรณ์ และยืนยันตัวตนหลังประกาศผล

หลังจากปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิ กระบวนการต่อไปคือการตรวจสอบสถานะ ประกาศผล และขั้นตอนอุทธรณ์/ยืนยันตัวตน

วิธีตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน

ผ่านเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th:

  1. เข้าเว็บไซต์ เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” หรือ “ตรวจสอบสิทธิ์”

  2. เลือกพิสูจน์ตัวตน:
    • ด้วย Digital ID/ThaiD

    • หรือกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และวันเดือนปีเกิด

  3. ระบบจะแสดงผลสถานะการลงทะเบียน

รูปแบบสถานะหลัก

  1. “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

    • ไม่ต้องดำเนินการเพิ่ม รอประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 ก.ค. 2569

  2. “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”

    • ในบางข้อมูล ระบุให้ลงทะเบียนใหม่

    • แต่ตามมติคณะกรรมการฯ หากเลขบัตรประชาชนถูกต้องและผิดเล็กน้อย ถือว่าลงทะเบียนสมบูรณ์ และรัฐจะดำเนินการตรวจสอบแก้ไขข้อมูลสาระสำคัญให้

  3. “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”

    • ให้กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป

ขั้นตอนหลังประกาศผลคุณสมบัติ (17 ก.ค. 2569)

กรณี “ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ”

  • รายเดิม (ผู้มีบัตรอยู่แล้ว)

    • ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ (ไม่ต้องทำ e-KYC)

    • สามารถใช้สิทธิสวัสดิการต่อเนื่องตามกำหนด เริ่ม 1 ส.ค. 2569

  • รายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ

    • ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ตั้งแต่ 17 ก.ค. 2569 ผ่านสองรูปแบบ:
      1. แอปฯ เป๋าตัง: เปิดใช้ G-Wallet และดำเนินการ e-KYC ให้ครบถ้วน

      2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร:
        • ธนาคารกรุงไทย: 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570

        • ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธอส., ธพว./ธอท.: 17 ก.ค. – 14 ต.ค. 2569

กรณี “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ”

  • ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันประกาศผล (ภายใน 31 ก.ค. 2569)

ช่องทางยื่นอุทธรณ์:

  • เว็บไซต์: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th → กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”

  • แอปฯ ทางรัฐ หรือ เป๋าตัง → กด “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากเมนูสถานะสิทธิ

  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐ → แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการยื่นอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในระบบให้

กำหนดการสำคัญรอบอุทธรณ์:

  • แก้ไขเอกสารได้ถึง 16 ส.ค. 2569

  • ประกาศผลอุทธรณ์ 14 ก.ย. 2569

  • ผู้ผ่านอุทธรณ์ต้องยืนยันตัวตน (รายใหม่และมอบอำนาจ) 14 ก.ย. 2569 – 12 ม.ค. 2570

  • เริ่มใช้สิทธิรอบอุทธรณ์ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569


ช่องทางตรวจสอบสถานะและติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เปิดหลายช่องทางให้ตรวจสอบและสอบถามข้อมูล

ช่องทางตรวจสอบสถานะและสิทธิ

ช่องทางสายด่วนและศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์

  • Call Center กระทรวงการคลัง: 0-2103-6000

  • สายด่วนสวัสดิการแห่งรัฐ: 1359

  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: 0-2109-2345 (วันจันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ผู้ถือบัตรและผู้ลงทะเบียนควรติดตามประกาศและข่าวสารผ่านเว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดการสำคัญทั้งการลงทะเบียน การประกาศผล การอุทธรณ์ และการยืนยันตัวตนที่มีผลโดยตรงต่อการได้รับสิทธิในปี 2569

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น