ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
ความสนใจ|การเรียนออนไลน์

ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และเป้าหมายการช่วยเหลือ

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นมาตรการของกระทรวงการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงสิทธิพื้นฐานของรัฐอย่างตรงกลุ่มมากขึ้น โดยปีนี้มีการปรับเกณฑ์คัดกรองใหม่ให้เข้มข้น เน้นตรวจสอบ “รายบุคคล” และทรัพย์สินจริงของผู้ลงทะเบียน เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิเป็นกลุ่มที่มีฐานะยากจนอย่างแท้จริง

สาระสำคัญของโครงการปี 2569 ได้แก่

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมทุกคนต้องยืนยันสิทธิ์ใหม่ ไม่ใช่ลงทะเบียนรอบเก่า

  • ใช้เกณฑ์รายได้และทรัพย์สินรายบุคคลไม่เกิน 100,000 บาท

  • ปรับเพิ่มกลุ่มต้องห้ามเป็น 9 กลุ่ม เช่น นักเรียน/นักศึกษา ผู้เล่นหุ้น กรรมการบริษัท ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยสูง และผู้ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี

  • เน้นให้สิทธิกับผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีทรัพย์สินเกินเกณฑ์และไม่มีบัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อสูง

เป้าหมายคือให้ผู้ถือบัตรที่ยังเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิต่อเนื่อง และคัดกรองผู้ที่ไม่จนจริงออกจากระบบ เพื่อให้สวัสดิการถึงมือคนที่ควรได้รับอย่างแท้จริง


ระยะเวลา 4–21 มิถุนายน 2569 ทำไมต้องยืนยันสิทธิภายในกำหนด

ช่วงวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 คือหน้าต่างเวลาหลักของการ “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ” สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม หากไม่ดำเนินการในช่วงนี้จะถือว่าสละสิทธิในรอบปี 2569 ทันที

จุดสำคัญที่ต้องจำ:

  • เปิดลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ: 4 – 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.

  • หลังปิดระบบ จะไม่มีการเปิดรอบสองในปีนี้

  • กระทรวงการคลังยืนยันว่า หากไม่ยืนยันสิทธิภายในเวลาที่กำหนด จะถูกตัดสิทธิจากโครงการ และถือว่าสละสิทธิในรอบนี้

เหตุผลที่ต้องทำภายในกำหนด เพราะกระทรวงการคลังจะใช้ข้อมูลจากช่วงเวลานี้ไปตรวจสอบคุณสมบัติและประเมินผู้มีสิทธิ์ในภาพรวม หากไม่มีข้อมูลยืนยันสิทธิ ระบบจะไม่สามารถตรวจสอบและต่อสิทธิสวัสดิการให้ได้

ไทม์ไลน์สำคัญที่เชื่อมต่อกับช่วงลงทะเบียนมีดังนี้:

  • 4–21 มิ.ย. 2569: ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ

  • 17 ก.ค. 2569: ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570: ยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับรายใหม่และกรณีมอบอำนาจ

  • 1 ส.ค. 2569: เริ่มใช้สิทธิรอบแรก

  • 1 ต.ค. 2569: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ผ่านรอบอุทธรณ์


ช่องทางและขั้นตอนการยืนยันสิทธิผ่าน 5 ช่องทางหลัก

ผู้ถือบัตรรายเดิมต้อง “เลือกใช้เพียง 1 ช่องทาง” ในการยืนยันสิทธิ ระหว่างวันที่ 4–21 มิ.ย. 2569 ช่องทางที่เปิดให้ใช้มี 5 ช่องทาง คือ แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ทางรัฐ, เว็บไซต์โครงการ, ตู้ ATM กรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียนธนาคารรัฐ

1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง

  • กดแบนเนอร์ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”

  • อ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการ

  • กด “ลงทะเบียน” ระบบจะแสดงข้อความ “ลงทะเบียนสำเร็จ” เมื่อดำเนินการครบ

2. แอปพลิเคชันทางรัฐ

  • Log in เข้าแอปฯ ทางรัฐ

  • เลือกบริการ ค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ”

  • ตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้

  • อ่านเงื่อนไขและกด “ยืนยัน” เพื่อส่งข้อมูล

3. เว็บไซต์ welfare.mof.go.th / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • เข้าเว็บไซต์ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

  • กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน”

  • เลือกวิธีพิสูจน์ตัวตนหนึ่งจากสองวิธี
    • ใช้แอปฯ ThaiD

    • หรือกรอกเลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และรหัส Laser ID หลังบัตร

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ ยอมรับเงื่อนไข

  • กด “ยืนยัน” เมื่อขึ้นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าทำเสร็จสมบูรณ์

4. ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

  • ไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

  • เลือกเมนู “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” → “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569”

  • เสียบ “บัตรประชาชน” ที่ช่องรับบัตร

  • ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ กด “ยืนยัน”

  • ระบุหมายเลขโทรศัพท์ กด “ถัดไป” เพื่อบันทึกข้อมูล

5. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐ

  • ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่สาขาธนาคารที่เข้าร่วม

  • เจ้าหน้าที่อ่านบัตรผ่านเครื่อง Smart Card Reader

  • ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด

  • กรอกหมายเลขโทรศัพท์ในระบบ

  • อ่านเงื่อนไขและกด “ยืนยัน” ในระบบโดยเจ้าหน้าที่

ธนาคารรัฐที่รับลงทะเบียน:

  • ธนาคารกรุงไทย

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • ธนาคารออมสิน

  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ธพว./SME D Bank (ตามข้อมูลแต่ละชุดที่ระบุ)

ทุกช่องทาง เมื่อระบบขึ้นข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” จึงถือว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์


เอกสารและเงื่อนไขสำคัญก่อนยืนยันสิทธิ เพื่อไม่ให้ถูกตีกลับ

ก่อนเริ่มยืนยันสิทธิ ผู้ถือบัตรควรตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เนื่องจากกระทรวงการคลังจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง หากพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ สิทธิจะถูกตัดทันที

เอกสารที่ควรเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมรหัส Laser ID 12 หลักด้านหลัง (กรณีใช้เว็บหรือช่องทางที่ต้องกรอก)

  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้จริง (ใช้รับแจ้งเตือน)

  • แอปฯ ThaiD (กรณีเลือกพิสูจน์ตัวตนด้วย Digital ID)

คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ลงทะเบียน

ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ:

  1. สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

  2. รายได้รายบุคคล (หรือเงินที่จ่ายให้บุคคลอื่น) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

  3. เงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกัน ไม่เกิน 100,000 บาท

  4. วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท

  5. ไม่มีบัตรเครดิตทุกประเภท

กลุ่มที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียน (9 กลุ่ม)

  • นักบวช (ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช)

  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง และผู้อาศัยในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

  • ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด บำเหน็จรายเดือน

  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี

  • นักเรียนและนักศึกษา

  • ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน

  • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้

  • ผู้ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป

  • ผู้ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

เกณฑ์ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์

ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ต่อไปนี้:

  • ห้องชุด (คอนโด): รวมทุกแห่งไม่เกิน 35 ตร.ม.

  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว: รวมทุกแห่งไม่เกิน 25 ตารางวา

  • ที่ดินและที่อยู่อาศัย (กรณีเป็นเกษตรกร): รวมกันไม่เกิน 10 ไร่

  • ที่ดินและที่อยู่อาศัย (ไม่ใช่เกษตรกร): รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

เกณฑ์ยานพาหนะ

  • ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น

  • ยกเว้นเฉพาะ:
    • รถจักรยานยนต์ ≤ 300 ซีซี

    • รถสามล้อ

    • รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง

    • รถใช้งานเกษตรกรรม

โดยแต่ละประเภทอนุญาตไม่เกิน 1 คัน

การตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนก่อนยืนยัน จะช่วยลดโอกาสถูกตัดสิทธิหลังจากระบบตรวจสอบย้อนหลัง


ผลกระทบหากไม่ยืนยันสิทธิ และโอกาสการแก้ไขย้อนหลัง

หากไม่ยืนยันสิทธิระหว่าง 4–21 มิ.ย. 2569

  • จะถือว่า “สละสิทธิ” ในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569

  • สิทธิ์บัตรสวัสดิการในรอบใหม่จะถูกระงับทั้งหมด

  • กระทรวงการคลังจะไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและต่อสิทธิให้ได้

ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุชัดว่า “พลาดแล้วพลาดเลย ไม่มีเปิดรอบสอง” ดังนั้นผู้มีบัตรเดิมที่ยังไม่ยืนยันสิทธิ ต้องดำเนินการภายในเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เท่านั้น

กรณีกรอกข้อมูลผิดหรือขึ้นสถานะผิดพลาด

หากลงทะเบียนแล้วขึ้นสถานะ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” แต่เลขบัตรประชาชนถูกต้อง และผิดพลาดเพียงข้อมูลเล็กน้อย เช่น สะกดชื่อผิดหรือวันเดือนปีเกิดคลาดเคลื่อนเล็กน้อย:

  • คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ มีมติให้ถือว่าการลงทะเบียน “สมบูรณ์”

  • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ต้องแก้ไขข้อมูล

แต่หากข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชนไม่ตรง หรือข้อมูลยืนยันตัวตนไม่ตรงฐานข้อมูลภาครัฐ:

  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขข้อมูลต่อไป

กรณีไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติหลังประกาศผล

  • ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยังมีสิทธิ “ยื่นอุทธรณ์” ภายใน 15 วันนับจากวันที่ประกาศผล (ภายใน 31 ก.ค. 2569)

  • สามารถยื่นอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์ แอปฯ เป๋าตัง/ทางรัฐ หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

  • มีเวลาสำหรับแก้ไขเอกสารถึงวันที่ 16 ส.ค. 2569 และจะประกาศผลอุทธรณ์วันที่ 14 ก.ย. 2569

หากผ่านอุทธรณ์และดำเนินการยืนยันตัวตนครบ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป


สรุปสิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หลังยืนยันสำเร็จ

ผู้ที่ยืนยันสิทธิและผ่านเกณฑ์ตรวจสอบคุณสมบัติ จะได้รับวงเงินสวัสดิการตามประเภทที่รัฐกำหนด ซึ่งยังคงรูปแบบสิทธิพื้นฐานใกล้เคียงกับรอบก่อนหน้า โดยมีกรอบสิทธิที่กล่าวถึง ดังนี้

ประเภทสวัสดิการและวงเงินต่อเดือน (อ้างอิงจากข้อมูลโครงการ)

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น: 200–300 บาท/เดือน (ตามระดับรายได้)

  • ค่าน้ำประปา: ไม่เกิน 100 บาท/เดือน

  • ค่าไฟฟ้า: ไม่เกิน 230 บาท/เดือน

  • ค่าเดินทาง (รถเมล์/รถไฟ): ตามอัตราที่กำหนดของโครงการ

  • เบี้ยเพิ่มเติมผู้พิการ: 200 บาท/เดือน

วงเงินและรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับรอบปี 2569 จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อกระทรวงการคลังประมวลผลข้อมูลผู้มีสิทธิ์แล้วเสร็จ

ด้านรูปแบบการใช้สิทธิ:

  • กลุ่มผ่านเกณฑ์รอบแรก: เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง (สแกนเป๋าตัง) และบัตรประชาชน

  • กลุ่มผ่านรอบอุทธรณ์: เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 หลังยืนยันตัวตนสำเร็จ


เช็กลิสต์ก่อน-หลังยืนยันสิทธิสำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ

กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เป็นกลุ่มเปราะบางที่อาจเข้าถึงระบบดิจิทัลยาก โครงการจึงเปิดช่องทางออฟไลน์ผ่านธนาคารรัฐ และมีแนวทางช่วยเหลือพิเศษในบางพื้นที่

ก่อนยืนยันสิทธิ (สำหรับกลุ่มเปราะบาง)

  • เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงให้พร้อม

  • เลือกช่องทางที่ไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน เช่น
    • ตู้ ATM กรุงไทย (ใช้บัตรประชาชน)

    • ไปที่สาขา 5 ธนาคารรัฐเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียน

  • แจ้งญาติหรือผู้ใกล้ชิดช่วยดูข้อมูลเกณฑ์คุณสมบัติ เช่น รายได้ เงินฝาก ทรัพย์สิน เพื่อประเมินว่าควรลงทะเบียนหรือไม่

หลังยืนยันสิทธิแล้ว

  • ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือให้ญาติช่วยเช็ค

  • หากขึ้นสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ให้รอผลวันที่ 17 ก.ค. 2569

  • หากไม่ผ่านเกณฑ์ ควรให้คนในครอบครัวช่วยดำเนินการยื่นอุทธรณ์ ผ่านเว็บ แอปฯ หรือธนาคารรัฐ

กรณีมอบอำนาจ

  • ผู้ที่ให้ผู้อื่นใช้สิทธิแทน (กรณีมอบอำนาจ) ไม่ว่าจะรายเดิมหรือรายใหม่ ต้องไปยืนยันตัวตนที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารเท่านั้น หลังวันที่ 17 ก.ค. 2569 ตามช่วงเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา มีการลงพื้นที่สำรวจและลงทะเบียนเชิงรุกให้กลุ่มตกหล่น เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มเปราะบางจะไม่เสียสิทธิจากการขาดช่องทางเข้าถึงระบบออนไลน์


การตรวจสอบสถานะ อุทธรณ์ และยืนยันตัวตนหลังประกาศผล

หลังจากปิดลงทะเบียนยืนยันสิทธิ กระบวนการต่อไปคือการตรวจสอบสถานะ ประกาศผล และขั้นตอนอุทธรณ์/ยืนยันตัวตน

วิธีตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน

ผ่านเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th:

  1. เข้าเว็บไซต์ เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” หรือ “ตรวจสอบสิทธิ์”

  2. เลือกพิสูจน์ตัวตน:
    • ด้วย Digital ID/ThaiD

    • หรือกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และวันเดือนปีเกิด

  3. ระบบจะแสดงผลสถานะการลงทะเบียน

รูปแบบสถานะหลัก

  1. “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

    • ไม่ต้องดำเนินการเพิ่ม รอประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 ก.ค. 2569

  2. “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”

    • ในบางข้อมูล ระบุให้ลงทะเบียนใหม่

    • แต่ตามมติคณะกรรมการฯ หากเลขบัตรประชาชนถูกต้องและผิดเล็กน้อย ถือว่าลงทะเบียนสมบูรณ์ และรัฐจะดำเนินการตรวจสอบแก้ไขข้อมูลสาระสำคัญให้

  3. “อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”

    • ให้กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป

ขั้นตอนหลังประกาศผลคุณสมบัติ (17 ก.ค. 2569)

กรณี “ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ”

  • รายเดิม (ผู้มีบัตรอยู่แล้ว)

    • ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ (ไม่ต้องทำ e-KYC)

    • สามารถใช้สิทธิสวัสดิการต่อเนื่องตามกำหนด เริ่ม 1 ส.ค. 2569

  • รายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ

    • ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ตั้งแต่ 17 ก.ค. 2569 ผ่านสองรูปแบบ:
      1. แอปฯ เป๋าตัง: เปิดใช้ G-Wallet และดำเนินการ e-KYC ให้ครบถ้วน

      2. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร:
        • ธนาคารกรุงไทย: 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570

        • ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธอส., ธพว./ธอท.: 17 ก.ค. – 14 ต.ค. 2569

กรณี “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ”

  • ยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันประกาศผล (ภายใน 31 ก.ค. 2569)

ช่องทางยื่นอุทธรณ์:

  • เว็บไซต์: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th → กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”

  • แอปฯ ทางรัฐ หรือ เป๋าตัง → กด “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากเมนูสถานะสิทธิ

  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐ → แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการยื่นอุทธรณ์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการในระบบให้

กำหนดการสำคัญรอบอุทธรณ์:

  • แก้ไขเอกสารได้ถึง 16 ส.ค. 2569

  • ประกาศผลอุทธรณ์ 14 ก.ย. 2569

  • ผู้ผ่านอุทธรณ์ต้องยืนยันตัวตน (รายใหม่และมอบอำนาจ) 14 ก.ย. 2569 – 12 ม.ค. 2570

  • เริ่มใช้สิทธิรอบอุทธรณ์ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569


ช่องทางตรวจสอบสถานะและติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 เปิดหลายช่องทางให้ตรวจสอบและสอบถามข้อมูล

ช่องทางตรวจสอบสถานะและสิทธิ

ช่องทางสายด่วนและศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์

  • Call Center กระทรวงการคลัง: 0-2103-6000

  • สายด่วนสวัสดิการแห่งรัฐ: 1359

  • ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: 0-2109-2345 (วันจันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ผู้ถือบัตรและผู้ลงทะเบียนควรติดตามประกาศและข่าวสารผ่านเว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดการสำคัญทั้งการลงทะเบียน การประกาศผล การอุทธรณ์ และการยืนยันตัวตนที่มีผลโดยตรงต่อการได้รับสิทธิในปี 2569

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ครีมชอบแชร์12 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

กานต์สินี เทียนทอง29 ส.ค. 2569
ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

กลัฟขายทุกอย่าง21 ส.ค. 2569
ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

กิ๊ฟจัง11 ก.ย. 2569
วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

ฐิติมา วรรณประเสริฐ11 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

กานต์สินี เทียนทอง28 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!