อยู่ในห้องแอร์ 25 องศา แต่คุณต้องหยิบเสื้อคลุม
เพื่อนยังสบายๆ แต่คุณมือเย็น เท้าเย็น
บางวันไม่มีลมก็ยังรู้สึกหนาวลึกๆ จากข้างใน
ถ้าอาการนี้เกิดบ่อยกว่าปกติ
มันอาจไม่ใช่แค่ “ขี้หนาว”
แต่อาจเป็นสัญญาณบางอย่างจากร่างกาย
ทำไมเราถึงรู้สึกหนาว?
ร่างกายควบคุมอุณหภูมิผ่านสมองส่วนไฮโปทาลามัส
เมื่ออุณหภูมิภายนอกต่ำ หรือร่างกายสร้างความร้อนได้น้อย
เราจะรู้สึกหนาว
แต่ถ้าคุณหนาวง่ายกว่าคนรอบตัวมาก
อาจมีปัจจัยอื่นแทรกอยู่
1. ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง (Hypothyroidism)
ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
ทำให้การเผาผลาญพลังงานลดลง
ผลคือร่างกายสร้างความร้อนได้น้อย
จึงรู้สึกหนาวง่าย มือเท้าเย็น เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้นง่าย
ถ้าหนาวง่ายร่วมกับอาการเหล่านี้
ควรตรวจเลือดเช็กไทรอยด์
2. โลหิตจาง (Anemia)
เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน
ถ้ามีน้อยกว่าปกติ
เลือดจะนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้น้อย
ร่างกายจึงเย็นง่าย เหนื่อยง่าย หน้ามืด
ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาก
หรือคนที่ขาดธาตุเหล็ก
พบภาวะนี้ได้บ่อย
3. ไขมันในร่างกายน้อย
ไขมันใต้ผิวหนังช่วยเก็บความร้อน
ถ้าน้ำหนักตัวต่ำมาก
หรือมีไขมันน้อยกว่าปกติ
ร่างกายจะสูญเสียความร้อนได้ง่ายขึ้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนผอมมากแล้วหนาวง่าย
4. ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี
ถ้าปลายมือปลายเท้าเย็นจัด
หรือซีดขาวเมื่อเจออากาศเย็น
อาจเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือด
หรือภาวะ Raynaud’s phenomenon
ที่หลอดเลือดหดตัวมากผิดปกติ
5. ความเครียดและการนอนน้อย
ฮอร์โมนความเครียดมีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ
เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะตึงเครียดเรื้อรัง
การควบคุมอุณหภูมิอาจแปรปรวนได้
คนที่นอนน้อยหรือหมดไฟบ่อยๆ
มักรู้สึกหนาวง่ายกว่าปกติ
6. ขาดสารอาหารบางชนิด
การขาดวิตามิน B12
ธาตุเหล็ก
หรือโปรตีนไม่เพียงพอ
ส่งผลต่อระบบเลือดและพลังงานโดยรวม
ทำให้ร่างกายผลิตความร้อนได้น้อยลง
หนาวง่ายอาจเป็น “สัญญาณระบบภายใน”
หลายคนมองว่าอาการหนาวง่ายเป็นเรื่องเล็ก
แต่ในทางชีววิทยา
มันสะท้อนการทำงานของ:
ระบบเผาผลาญ
ระบบเลือด
ระบบฮอร์โมน
ระบบประสาท
ถ้าระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดสมดุล
ร่างกายจะสื่อสารผ่านความรู้สึกง่ายๆ อย่าง “หนาว”
อาการนี้จึงไม่ควรถูกมองข้าม
โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับความอ่อนเพลียหรือเปลี่ยนแปลงร่างกายอื่นๆ
แล้วควรทำยังไง?
1. สังเกตอาการร่วม
ลองถามตัวเองว่า:
เหนื่อยง่ายผิดปกติไหม
น้ำหนักเปลี่ยนเร็วไหม
ผิวแห้ง ผมร่วงมากขึ้นไหม
ใจสั่น หน้ามืดบ่อยไหม
ถ้ามีหลายข้อ
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเลือด
2. ดูแลโภชนาการ
กินอาหารครบ 5 หมู่
เพิ่มธาตุเหล็กจากเนื้อแดง ไข่ ผักใบเขียว
เสริมโปรตีนให้พอ
ดื่มน้ำเพียงพอ
อาหารคือพื้นฐานของระบบเผาผลาญ
3. นอนให้พอ
การนอน 7–9 ชั่วโมง
ช่วยรีเซ็ตฮอร์โมนและระบบควบคุมอุณหภูมิ
4. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
และเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญ
แม้แค่เดินวันละ 20–30 นาที
ก็ช่วยได้มาก
5. ตรวจสุขภาพประจำปี
โดยเฉพาะการตรวจ:
CBC (เช็กโลหิตจาง)
Thyroid function test
เพราะบางครั้งอาการเล็กๆ
คือจุดเริ่มต้นของโรคที่รักษาได้ง่ายถ้ารู้เร็ว
ถ้าเกิดบ่อยและมีอาการร่วม
อย่ามองว่าเป็นแค่ความขี้หนาว
เพราะบางที
ความเย็นที่คุณรู้สึก
อาจเป็นเสียงเบาๆ จากร่างกาย
ที่กำลังขอให้คุณใส่ใจมันมากขึ้น

