Leipzig เมืองรองที่ไม่ได้รองในใจนักเดินทาง
ทางฝั่งตะวันออกของเยอรมนี มีเมืองหนึ่งที่ไม่ได้ดังเท่าเบอร์ลิน แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องเล่าสุดเข้มข้น เมืองนั้นคือ Leipzig เมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเบอร์ลิน ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าตั้งแต่ยุคโรมัน เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าสำคัญของยุโรป
Leipzig ยังมีสถานีรถไฟที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานีที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1409 และสวนสัตว์ที่ถือว่าทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป
ที่สำคัญ เมืองนี้ยังมีบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองเยอรมนี โดยเฉพาะในการลุกขึ้นต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์ จึงไม่แปลกที่ Leipzig จะเป็นเมืองรองที่มีความสำคัญทั้งในอดีตและปัจจุบัน
Leipzig เมืองดนตรีในตำนานของยุโรป
อีกด้านหนึ่งของ Leipzig ที่ทรงพลังไม่แพ้กันคือบทบาทด้าน ศิลปะและดนตรี เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่เข้มข้นทั้งดนตรีคลาสสิก และดนตรีสมัยใหม่อย่างเทคโน
ถ้าเป็นสายดนตรีชื่อเหล่านี้จะคุ้นหูมาก:
วงประสานเสียงเด็กผู้ชายที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1212
วงซิมโฟนีออร์เคสตราเก่าแก่ระดับโลก
มหาวิทยาลัย The University of Music and Theatre “Felix Mendelssohn Bartholdy” Leipzig หนึ่งในสถาบันด้านดนตรีและการแสดงสำคัญของยุโรป
เหนือสิ่งอื่นใด Leipzig ยังเป็นบ้านเกิดของหนึ่งในคีตกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกคือ Johann Sebastian Bach ใครมาเยือนเมืองนี้จึงไม่ควรพลาดการไปเยี่ยมชม Bach Museum ที่จัดแสดงทั้งเรื่องราวชีวิต ผลงาน และเล่นดนตรีของเขาประกอบบรรยากาศไปด้วย
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ การได้เห็น โน้ตดนตรีต้นฉบับ ที่เขียนด้วยลายมือของ Bach เองแบบใกล้ชิด ถือเป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนรักดนตรีต้องขนลุกเลยทีเดียว
เดินชิลในเขตเมืองเก่า หนึ่งวันก็เอาอยู่
สำหรับคนที่มีเวลาใน Leipzig แค่หนึ่งวัน ก็ยังสามารถเดินเที่ยวตัวเมืองเก่าได้แบบจุใจ
หนึ่งในจุดศูนย์กลางคือ Market Square ที่คึกคักมาก โดยเฉพาะวันเสาร์ ในช่วงที่ผู้เขียนไปคือเดือนเมษายน มีงานออกร้านอาหารกลางลาน บรรยากาศสดใส ผู้คนออกมาเดินเล่นเพราะเป็นช่วงวันหยุดอีสเตอร์
Old Town Hall และประวัติศาสตร์ที่เดินได้
ริมลานกลางเมือง มีอาคารเด่นที่ดึงดูดสายตาอย่าง Old Town Hall สถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนสซองส์ที่สวยมากจนต้องหยุดมอง
ภายในตัวอาคารเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองซึ่งจัดได้ดีมาก แต่ละห้องตกแต่งสวยแบบชวนตะลึง เดินชมได้เพลินๆ ครึ่งวันแบบสบายๆ ทั้งดูนิทรรศการและรายละเอียดอาคารเก่า
สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือ:
มี ทางลับ หลายจุด เช่น ทางลงห้องใต้ดินที่เคยใช้เก็บสมบัติ
มีบันไดลับให้ปีนขึ้นไปดูนิทรรศการบนห้องใต้หลังคา
นิทรรศการบนชั้นใต้หลังคานั้นจัดจำลองบรรยากาศช่วงที่เมืองโดนทิ้งระเบิดในสงครามโลก มีป้ายเตือนว่าหากใครเคยผ่านสงครามมาก่อน อาจไม่เหมาะจะขึ้นไปเพราะอาจกระตุ้นความทรงจำอันโหดร้ายได้
มันไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นเหมือนการเดินผ่านประตูย้อนเวลาเข้าไปในอดีตของ Leipzig เลยจริงๆ
อาคารงาม โบสถ์ดัง และเสน่ห์ของสถานีรถไฟ
เดินจาก Market Square ไปไม่ไกล จะเจออาคารและจุดสำคัญอื่นๆ ที่ควรแวะชม เช่น:
Old Stock Exchange ที่ตั้งอยู่ตรง Naschmarkt พร้อมรูปปั้นของ Goethe ตั้งอยู่ด้านหน้า
St. Thomas Church โบสถ์สำคัญที่มีรูปปั้น Bach ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า
St. Nicholas Church อีกหนึ่งโบสถ์ที่มีความสำคัญทั้งในด้านศิลปะและประวัติศาสตร์การเมืองของเมือง
และเมื่อมาเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรถไฟทั้งที ก็ต้องไปดู สถานีรถไฟ Leipzig ที่ใหญ่โตอลังการจากด้านนอก ส่วนภายในอาจไม่ได้งดงามแบบสถานีเก่าคลาสสิกเท่าเมืองอื่น เพราะบรรยากาศคล้ายศูนย์การค้าหรือฟู้ดคอร์ทขนาดใหญ่เสียมากกว่า
Hypezig – The New Berlin?
ในยุคปัจจุบัน Leipzig ไม่ได้มีดีแค่ประวัติศาสตร์และดนตรีเท่านั้น แต่ยังถูกมองว่าเป็นเมืองของความฮิปยุคใหม่ มีคนย้ายเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะค่าครองชีพยังพอเอื้อมถึงและบรรยากาศครีเอทีฟจัดๆ
หลายคนจึงเรียก Leipzig ว่า “The new Berlin” ในเวอร์ชันกำลังมาแรง จนกลายเป็นที่มาของชื่อเล่นแบบขำๆ ว่า “Hypezig” เมืองที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ เทรนด์ใหม่ และคนรุ่นใหม่ที่อยากใช้ชีวิตแบบมีสไตล์แต่ไม่วุ่นวายจนเกินไป
เมืองที่ไม่ลับแต่ก็ไม่แมสจนเกินไป
Leipzig เป็นเมืองที่มีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยผสานกันอย่างลงตัว จนรู้สึกว่า ไม่ได้ถึงขั้นเป็นเมืองลับ แต่ก็ยังไม่ใช่จุดเช็กอินกระแสหลัก แบบเมืองใหญ่ยอดฮิตอื่นๆ ในเยอรมนี
สำหรับคนที่มองหาเมืองรองที่มีคาแรกเตอร์ชัด มีเรื่องให้เดินสำรวจทั้งวันแบบไม่เบื่อ Leipzig คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรขีดเส้นใต้เอาไว้ในลิสต์
เสน่ห์ลับของ Leipzig: โลกใต้ทางเดิน Passage
หนึ่งในดีเทลที่ทำให้ Leipzig น่ารักไม่เหมือนใคร คือระบบ Passage หรือทางเดินทะลุอาคารที่ซ่อนอยู่ตามตึกต่างๆ ในเมือง
ในสมัยก่อน Passage เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนศูนย์การค้าขนาดย่อม:
ชั้นล่างเป็นร้านค้า
ชั้นบนเป็นออฟฟิศหรือที่อยู่อาศัยของเจ้าของร้าน
ด้านหลังเป็นคอร์ทยาร์ด ใช้เป็นพื้นที่โหลดของและเก็บสินค้า
เพราะทางเดินเหล่านี้ค่อนข้างแคบ เวลารถม้าขนของเข้าไปมักจะหมุนกลับออกมาไม่ได้ เขาจึงออกแบบให้ทะลุไปโผล่อีกฟากของตึกแทน ทำไปทำมาจนกลายเป็นเครือข่ายทางเดินลับในเมือง ที่สามารถเดินทะลุตึกไปมาเหมือนมีโลกอีกใบซ่อนอยู่ด้านใน
ปัจจุบัน Passage บางแห่งยังมีร้านเล็กๆ เรียงรายอยู่ด้านใน ให้ฟีลย้อนยุคแบบน่ารักๆ บางแห่งก็กลายเป็นเพียงทางลัดจากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง แต่ทุกแห่งมักจะมี ปากทางเข้าที่ตกแต่งสวยงาม จนดูคล้ายประตูบ้านหรู และมักจะมีชื่อ Passage ติดอยู่เหนือทางเข้า
Passage ที่ขึ้นชื่อว่าสวยและห้ามพลาด ได้แก่:
Speck’s Hof – Passage ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง
Mädler Passage – สวยงาม หรูหรา และบรรยากาศดีมาก
ถ้าได้มาเดินเล่นในตัวเมือง Leipzig แล้ว ลองตั้งใจสังเกตป้าย Passage แล้วแวบเข้าไปเดินเล่นดูด้านใน คุณจะเจอโลกอีกมุมของเมืองที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ทั้งเมืองมี Passage ประมาณ 30 แห่ง เลยทีเดียว เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์เล็กๆ แต่ทรงเสน่ห์ของ Leipzig จริงๆ
สรุป: เมืองรองที่เหมาะกับคนชอบรายละเอียด
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบ:
เมืองที่มีประวัติศาสตร์จริงจัง แต่ไม่อึมครึม
ศิลปะและดนตรีโดยเฉพาะสายคลาสสิก
เดินเล่นชมตึกเก่า พิพิธภัณฑ์ลับ และมุมฮิปๆ ในเมือง
บรรยากาศเมืองรองที่ยังไม่พลุกพล่านเกินไป
Leipzig คือเมืองที่ควรลองไปสัมผัสสักครั้ง มันอาจไม่ใช่เมืองแรกที่คนคิดถึงเวลาไปเยอรมนี แต่หลายคนไปแล้วมักกลับมาพร้อมประโยคเดียวกันว่า “ทำไมเราไม่มาที่นี่ให้เร็วกว่านี้”

