หุบเขาเทวดาแห่งเจียงซี สวรรค์บนดินที่สายเที่ยวต้องจดลิสต์
ช่วงนี้กระแสเที่ยวจีนกำลังมาแรง โดยเฉพาะหลังจีนเปิดฟรีวีซ่าตั้งแต่มีนาคม 2567 ทำให้หลายคนเริ่มมองหาทริปใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโซเชียลก็คือ หุบเขาเทวดา วั้งเซียนกู่ 望仙谷 (Wangxiangu) ดินแดนที่หลายคนบอกว่าเหมือน “สวรรค์หล่นมาอยู่บนโลก” จริง ๆ
จุดเด่นของที่นี่คือ เมืองโบราณบนหน้าผา ที่ดูราวกับถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศ โอบล้อมด้วยภูเขาสูงตระหง่าน ป่าไม้ น้ำตก และหมู่บ้านดั้งเดิมที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเต็มเปี่ยม
ธรรมชาติสวยงามผสมผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมดั้งเดิม วิถีเกษตรกรรม และประเพณีพื้นบ้าน จนทำให้หุบเขาแห่งนี้กลายเป็น สมบัติทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ของมณฑลเจียงซีเลยทีเดียว
จากเหมืองร้างสู่หุบเขาเทพนิยาย
หุบเขาวั้งเซียนกู่ 望仙谷 (Wangxiangu) ตั้งอยู่ที่เมืองวั้งเซียน เขตกว่างซิน เมืองซ่างเหรา มณฑลเจียงซี มีพื้นที่กว่า 93 ตารางกิโลเมตร และมีประวัติความเป็นมาย้อนไปถึงราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและสมัยสามก๊ก
ที่นี่เคยถูกเรียกว่า “บ้านเกิดของหิน” เพราะอุดมไปด้วยหินแกรนิต และเคยเป็นพื้นที่เหมืองแร่ที่มีคนจำนวนมากใช้ชีวิตหาเลี้ยงชีพ
ต่อมาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเริ่มเสียหาย อุตสาหกรรมเหมืองแร่จึงถูกยุติลงในปี 2550 และพื้นที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเหมืองร้างที่ไร้ชีวิตชีวา
เวลากว่าทศวรรษผ่านไป มีการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อฟื้นฟูหุบเขาวั้งเซียน เปลี่ยนพื้นที่เหมืองร้างให้กลับมาเป็น หุบเขาแห่งเทพนิยาย ที่เต็มไปด้วยความงดงามและเสน่ห์วัฒนธรรมท้องถิ่น
ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 วั้งเซียนกู่ก็เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ และถูกจัดให้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของจีน
วันนี้วั้งเซียนกู่ไม่ใช่แค่จุดชมวิวธรรมดา แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ประเพณี และกิจกรรมสุดมันส์ ทั้งการผจญภัย การล่องแก่ง และการเดินเส้นทางไม้กระดานริมผา จนกลายเป็นจุดหมายที่ใครรักธรรมชาติและวัฒนธรรมต้องหลงรักแน่นอน
วั้งเซียนกู่มีอะไรบ้าง? ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
เมืองโบราณบนหน้าผา 悬空民宿 – นอนกลางอากาศเหนือหุบเขา
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของวั้งเซียนกู่ คือ เมืองโบราณบนหน้าผา ที่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักสุดยูนีคชื่อว่า Wangxian Valley Cliff B&B (望仙谷悬崖民宿)
ที่พักแห่งนี้สร้างด้วย รูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ใช้ผนังดินร่วนแบบพิเศษ ทำให้ตัวอาคารดูคล้าย “รังนก” ที่ห้อยอยู่กลางผา
ตั้งอยู่บนหน้าผาไป่เหอ ความสูงแนวตั้งประมาณ 110 เมตร
มีทั้งหมด 38 ห้องพัก
วิวพาโนรามามองเห็นทั้งหุบเขา สันเขามังกรแห่งภูเขาหลิงซาน น้ำตก ลำธาร หมู่บ้าน และภูมิทัศน์รอบด้าน
กลางคืนจะมีการเปิดไฟ แสงสี และบรรยากาศโรแมนติกให้ชมจากมุมสูง บอกเลยว่าสวยแบบเกินจริง
ใครมีโอกาสมาเที่ยว แนะนำให้ พักค้างที่นี่สักคืน เพราะคุณจะได้ซึมซับบรรยากาศทั้งยามเช้าและยามค่ำโดยไม่ต้องเร่งรีบ แถมยังสามารถเดินเล่น ถ่ายรูปในมุมต่าง ๆ ได้แบบเกือบส่วนตัวหลังเวลาปิดให้บริการแล้วด้วย
น้ำตกวังเซียน 望仙瀑 – สายน้ำแห่งภูผา
ที่วั้งเซียนกู่เต็มไปด้วยแหล่งน้ำที่เกิดจากฝนและธารน้ำบนภูเขาสูง ทั้งน้ำตก น้ำพุ และธารน้ำที่ไหลเลียบหน้าผา
น้ำตกวังเซียน 望仙瀑 คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของหุบเขาแห่งนี้ ระหว่างเดินเข้าสู่หมู่บ้านนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความอลังการของสายน้ำที่ทิ้งตัวลงมาท่ามกลางภูเขาและป่าเขียวชอุ่ม
เสียงน้ำตก ผสมกับหมอกบาง ๆ ในบางช่วงเวลา ทำให้บรรยากาศมีความขลังราวกับฉากในซีรีส์จีนย้อนยุค
ลำธารแซนดี้ซุ่ย 三叠水 (Sandieshui) – ธารน้ำชั้นบันได
ลำธารแซนดี้ซุ่ย เป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลคดเคี้ยวผ่านหุบเขา เกิดจากการรวมตัวของน้ำตกเล็กใหญ่หลายสาย
ต้นกำเนิดมาจากลำธาร Xikeng บริเวณด้านบนของ Gaonan และลำธารจาก Fangcun น้ำจากหุบเขา Xigaofeng ไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินที่สูงต่ำไม่เท่ากัน
ธารน้ำจึงมีลักษณะคล้าย ขั้นบันไดธรรมชาติ ที่ปล่อยให้น้ำไหลซ้อนกันลงมาทีละระดับ ราวกับพรมสายธารที่คอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนหุบเขาเทวดาแห่งนี้
คฤหาสน์ Yang Fu 杨府 – ศิลปะสถาปัตยกรรมชั้นครู
คฤหาสน์ Yang Fu เป็นคฤหาสน์สมัยหมิงและชิง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง Yang Shiqiao (1531–1609) ชาวเมืองซ่างเหราในสมัยราชวงศ์หมิง
ตัวคฤหาสน์โดดเด่นด้วยรายละเอียดงานสถาปัตยกรรมที่ประณีต:
กำแพงอิฐมุงกระเบื้องสีเขียว
ผนังมุมหงายราวกับลอยอยู่ในอากาศ
โครงสร้างร่องไม้และเดือยที่ทั้งสวยและแข็งแรง
งานแกะสลักจากอิฐ ไม้ และหิน ที่ใช้ถ่ายทอดเรื่องราว ตัวละคร ดอกไม้ นก ปลา และสัตว์ต่าง ๆ
ภายในอาคารสะท้อนให้เห็นถึง รสนิยม ศิลปะ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ของยุคเก่าที่ทรงเสน่ห์อย่างมาก
ห้องโถงบรรพบุรุษของ Hu 胡氏宗祠 – หัวใจแห่งความเชื่อและสายสัมพันธ์ครอบครัว
ห้องโถงบรรพบุรุษตระกูล Hu เป็นสถาปัตยกรรมไม้ที่ใช้สำหรับประดิษฐานแผ่นจารึกของบรรพบุรุษ และใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญของตระกูล
โครงสร้างภายในประกอบด้วย:
เสาไม้ 6 ต้น
ช่องอาคาร 5 ช่วง
ลาน 2 แห่งเรียงตัวกัน
ลานหลักอีกหนึ่งที่ยกสูงขึ้นเป็นลำดับขั้น
ทางเข้าด้านหน้าเป็นห้องโถงที่คานหลักแกะสลักลายงานฉลองลูกพีช สื่อถึง “ความสงบสุขในโลก” ฐานเสาหินตกแต่งด้วยลายรุ่ยอี้ หมายถึง “โชคดีและความเป็นสิริมงคล”
ทางเข้าด้านในคือห้องโถงบรรพบุรุษหรือ Xiangtang ซึ่งใช้เก็บแผ่นจารึกและเป็นพื้นที่บูชาบรรพบุรุษ ลวดลายที่แกะสลักเป็นคำอวยพรวันเกิดของ Guo Ziyi แทนความหมายของ โชคลาภ ความมั่งคั่ง และอายุยืน
ในอดีต ที่นี่ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อไหว้บรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของตระกูล เช่น งานแต่งงานและงานศพด้วย
วัดเทพเจ้าสามองค์ 三神庙 – ความเชื่อเก่าแก่กลางขุนเขา
วัดเทพเจ้าสามองค์ (Three Temples / 三神庙) เป็นหนึ่งในวัดไม่กี่แห่งที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าตามความเชื่อในมณฑลเจียงซี และในจีนโดยรวม
วัดแห่งนี้สะท้อนแนวคิดดั้งเดิมของลัทธิเต๋า คือ “หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม และสามให้กำเนิดสรรพสิ่ง”
ปัจจุบันภายในวัดประดิษฐาน:
เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง
เทพเจ้าดิน
ราชามังกร
ด้านซ้ายของวัดคือ Earth Hall สำหรับขอพรเรื่องโชคลาภ สุขภาพ และอายุยืน ส่วนด้านขวาคือ Dragon King Hall ที่ชาวบ้านใช้สวดขอพรให้ฝนฟ้าดี และปกป้องจากภัยน้ำท่วมในอดีต
ตรอกหมิงชาน 鸣蝉巷 – ซอยงานไม้และเสียงจั๊กจั่น
ตรอกหมิงชาน (鸣蝉巷) เป็นตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าหัตถกรรม โดยเฉพาะงานไม้ที่มีเอกลักษณ์
ที่นี่ตั้งอยู่บริเวณถนน Ruogu และมีทั้ง:
ร้านงานฝีมือไม้ไผ่
Ouyang Painting Society
เวิร์กช็อปงานไม้
ร้านขายโคมไฟและของที่ระลึกแบบดั้งเดิม
นักท่องเที่ยวสามารถลองฝึกทำงานฝีมือต่าง ๆ ได้เอง ทั้งการวาดภาพหรือการทำของใช้จากไม้และไม้ไผ่
ตามตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีช่างงานไม้ไผ่เปิดร้านอยู่ในตรอกนี้ เขาสร้างกรงไม้ไผ่เล็ก ๆ หลายใบไว้จับจั๊กจั่นจากต้นไม้ในหมู่บ้าน แล้วนำกรงไปแขวนบนเสา
วันหนึ่งเขาถืออุปกรณ์ไม้ไผ่เดินผ่านถนน เสียงจั๊กจั่นร้องก้องไปทั่ว จนชาวบ้านสนใจและเริ่มรู้จักผลงานไม้ไผ่ของเขา ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนจึงเรียกซอยนี้ว่า “ตรอกหมิงชาน” หรือซอยแห่งเสียงจั๊กจั่น
ถนนซุยเซียน 醉仙街 – ถนนสายชิลล์ของสายกินดื่ม
ถนนซุยเซียน (Zuixian Street / 醉仙街) ตั้งอยู่ด้านซ้ายของหุบเขา ในทำเลที่เหมาะมากสำหรับชมวิวหน้าผา Baihe, Dome Peak และตลาด Yanpu
สองข้างทางเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก มีทั้ง:
บาร์
ร้านไวน์
ร้านเบียร์
ร้านบาร์บีคิว
เหมาะสำหรับคนที่อยากผ่อนคลายหลังเดินเที่ยวทั้งวัน นั่งจิบเครื่องดื่มดี ๆ ท่ามกลางวิวหน้าผาสุดอลังการ
จัตุรัสหยานผู่ Yanpu Square 岩铺广场 – หมู่บ้านการค้าริมผา
จัตุรัสหยานผู่ (Yanpu Square / 岩铺广场) คือหัวใจของหมู่บ้านหยานผู่ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง
หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้กำแพงหินขนาดใหญ่ และกลายเป็นแหล่งผลิตหินปูนสำคัญในแถบมณฑลเจียงซีตอนใต้และมณฑลฝูเจี้ยน พ่อค้าในภูมิภาคต่างเดินทางมาซื้อหินปูนจากที่นี่เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตต่าง ๆ
เมื่อการค้าขายรุ่งเรือง หมู่บ้านหยานผู่จึงเติบโตเป็นหมู่บ้านการค้าที่มีทั้ง:
ร้านน้ำชา
ร้านขายไวน์
ร้านช่างฝีมือหลากหลายแขนง
บรรยากาศผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมกับการค้าคึกคักแบบคลาสสิกสไตล์จีนแท้ ๆ
เสน่ห์ที่มากกว่าคำว่า “ที่เที่ยว”
หุบเขาวั้งเซียนไม่ได้เป็นเพียงจุดท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วย ทรัพยากร วัฒนธรรม และคุณค่าทางจิตใจ
มีภูมิประเทศที่สวยแปลกตาราวกับเมืองบนสวรรค์
มีหมู่บ้านเก่าและสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
มีวิถีชีวิตและประเพณีพื้นบ้านที่ยังคงถูกสืบสาน
ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก หนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ มาพักผ่อนท่ามกลางความเงียบสงบ สูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่น ชมวิว และซึมซับวัฒนธรรมแบบเนิบช้า
ไม่ว่าคุณจะเดินทางกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือมาแบบโซโล่คนเดียว วั้งเซียนกู่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ครบ ทั้งความผ่อนคลาย กิจกรรมผจญภัย และบรรยากาศโรแมนติก
วิธีเดินทางมาวั้งเซียนกู่
ค่าใช้จ่ายและเวลาเปิดบริการ
ค่าบริการเข้าชม: 120 หยวน/คน
เวลาเปิดให้บริการ: 08.00 – 21.30 น. ตลอดทั้งปี
(หยุดจำหน่ายตั๋วเวลา 19.30 น. และเข้าได้ช้าสุด 20.00 น.)
วิธีเดินทางแนะนำ
นั่งรถบัสจาก สถานีขนส่ง Shangrao City สาย 2, 11 หรือ 14
⇒ ลงที่ Guangxin District – Wangxian Valleyนั่ง Taxi จากสถานีรถไฟความเร็วสูง Shangrao
⇒ ตรงมาที่ Wangxian Valley ได้เลย
ที่ตั้ง
Wangxian Valley, Guangxin District, Shangrao City, Jiangxi Province
สรุป: ถ้าจะไปจีนทั้งที วั้งเซียนกู่คือจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด
วั้งเซียนกู่คือการรวมกันของ ธรรมชาติล้ำค่า เมืองโบราณลอยฟ้า วัฒนธรรมดั้งเดิม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวสมัยใหม่ เอาไว้ในที่เดียว
ใครมองหาทริปจีนที่ไม่ซ้ำ ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้เสพสถาปัตยกรรมเก่า เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิม และมีมุมถ่ายรูปปัง ๆ แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ หุบเขาเทวดาแห่งนี้คือคำตอบที่ควรอยู่บนลิสต์แรก ๆ ของคุณอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

