มือถือคืออวัยวะที่ 33 แต่ใช้พลาด…มีสิทธิ์โดนปรับ
ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือแทบจะติดตัวเราไปทุกที่ ทั้งใช้ทำงาน คุยกับคนสำคัญ เช็กโซเชียล หรือดูแผนที่ เรียกได้ว่า ขาดมือถือเหมือนขาดใจ
แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือการใช้มือถือผิดเวลา โดยเฉพาะ ตอนที่เรากำลังขับรถ เพราะไม่ใช่แค่เสี่ยงอุบัติเหตุเท่านั้น ยังเสี่ยง ทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว อีกด้วย
กฎหมายเขียนชัด! ขับรถแล้วกดมือถือ = เสี่ยงโดนปรับ
ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(9) ระบุไว้ชัดเจนว่า
ห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ ขณะรถกำลังเคลื่อนที่
ยกเว้นกรณีที่ใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้สนทนาได้โดย ไม่ต้องถือโทรศัพท์ด้วยมือ เช่น
หูฟังสมอลล์ทอล์ก
หูฟังบลูทูธ
อุปกรณ์แฮนด์ฟรีที่ไม่ต้องจับโทรศัพท์ตลอดเวลา
ถ้าไม่ทำตาม มีสิทธิ์โดนปรับตั้งแต่ 400–1,000 บาท เลยทีเดียว
รถหยุดนิ่งแล้วกดมือถือ…คิดว่าไม่ผิด? ผิดนะ!
หลายคนเข้าใจว่า รถไม่ขยับ = ใช้มือถือได้ โดยเฉพาะตอน
จอดรอไฟแดง
รถติดอยู่ในสภาพจราจรหนาแน่น
แต่ความจริงคือ หากคุณยังอยู่ในตำแหน่งผู้ขับขี่ และรถยังอยู่ในสภาพที่ พร้อมจะเคลื่อนที่ได้ทุกเมื่อ การหยิบมือถือขึ้นมา
กดโทรออก
รับสาย
เล่นเกม
ดูหรือตอบแชต
เลื่อนโซเชียล หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ บนหน้าจอ
ทั้งหมดนี้ยังถือว่า มีความผิดตามกฎหมาย เพราะหน้าที่หลักของผู้ขับ คือการควบคุมรถ ไม่ใช่ควบคุมหน้าจอมือถือ
วางมือถือบนพวงมาลัย เปิดคลิป ฟังเสียง ดูแผนที่ ผิดไหม?

แม้คุณจะไม่ได้ถือมือถือไว้ในมือ แต่ถ้า
วางมือถือไว้บนพวงมาลัยด้วยขาตั้ง
เปิดดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
ดูหน้าจอเพื่อคุย หรือรับข้อมูลอยู่ตลอด
ก็ยังถือว่า เสี่ยงผิดกฎหมายได้เหมือนกัน เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้คุณต้อง
ละสายตาจากถนน
ละมือจากพวงมาลัย
เสียสมาธิจากการขับขี่
และเมื่อสมาธิหลุดไปแค่เสี้ยววินาที อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว
สรุปง่าย ๆ คือ ขณะขับรถ หน้าที่แรกคือ “ขับรถ” ไม่ใช่ “เล่นมือถือ” ต่อให้ไม่ได้ถืออยู่ในมือ ก็อย่าชะล่าใจ
ถ้าจำเป็นต้องใช้มือถือระหว่างเดินทาง ควรทำยังไงดี?
เข้าใจดีว่าบางครั้งเราก็มีธุระด่วนที่ต้องใช้โทรศัพท์จริง ๆ แต่เรายังสามารถเลือกวิธีที่ทั้ง ปลอดภัย และ ไม่ผิดกฎหมาย ได้ โดยลองทำตามนี้
จอดให้เรียบร้อยก่อนใช้มือถือ
ถ้ามีสายด่วน ข้อความสำคัญ หรืออยากเช็กเส้นทาง ให้หาที่จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เช่น ข้างทางที่ไม่กีดขวาง หรือในปั๊มน้ำมัน จัดการธุระให้เสร็จแล้วค่อยออกเดินทางต่อใช้ระบบแฮนด์ฟรีช่วยชีวิต
หากจำเป็นต้องรับสายระหว่างขับรถ ควรใช้อุปกรณ์เสริมอย่างหูฟังบลูทูธ หรือระบบลำโพงที่ไม่ต้องถือมือถือไว้ในมือ ลดการละสายตาและละมือจากพวงมาลัยให้มากที่สุดเลิกทำพฤติกรรมเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว
อย่างเช่น หนีบมือถือค้างไว้ที่คอ ให้คนข้าง ๆ ถือมือถือให้ระหว่างขับ หรือวางมือถือในตำแหน่งที่ต้องละสายตาลงไปมองบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ทั้งอันตราย และอาจเสี่ยงผิดกฎหมายได้
สรุป: แค่เก็บมือถือ…ก็ช่วยชีวิตได้
ทุกครั้งที่คุณขึ้นนั่งในตำแหน่งคนขับ อย่าลืมว่า คุณไม่ได้รับผิดชอบแค่ชีวิตตัวเอง แต่รวมถึงคนในรถ และผู้ใช้ถนนคนอื่นด้วย
การไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน
ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาระหว่างขับรถ ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า
“ข้อความนี้สำคัญกว่าเรื่องชีวิตจริง ๆ หรือเปล่า?”
เลือกเก็บมือถือไว้ก่อน แล้วค่อยใช้เมื่อถึงจุดที่ปลอดภัย เพราะบนถนน ความปลอดภัยต้องมาก่อนการสนทนาทุกครั้งเสมอ

