รับแอปรับแอป

หยุดเลื่อนจอก่อนชน! ใช้มือถือในรถแบบไหนผิดกฎหมาย เสี่ยงโดนปรับไม่รู้ตัว

กัญญารัตน์ อินทร์01-30

มือถือคืออวัยวะที่ 33 แต่ใช้พลาด…มีสิทธิ์โดนปรับ

ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือแทบจะติดตัวเราไปทุกที่ ทั้งใช้ทำงาน คุยกับคนสำคัญ เช็กโซเชียล หรือดูแผนที่ เรียกได้ว่า ขาดมือถือเหมือนขาดใจ

แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม คือการใช้มือถือผิดเวลา โดยเฉพาะ ตอนที่เรากำลังขับรถ เพราะไม่ใช่แค่เสี่ยงอุบัติเหตุเท่านั้น ยังเสี่ยง ทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว อีกด้วย

กฎหมายเขียนชัด! ขับรถแล้วกดมือถือ = เสี่ยงโดนปรับ

ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(9) ระบุไว้ชัดเจนว่า

ห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์หรืออุปกรณ์สื่อสารใด ๆ ขณะรถกำลังเคลื่อนที่

ยกเว้นกรณีที่ใช้อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้สนทนาได้โดย ไม่ต้องถือโทรศัพท์ด้วยมือ เช่น

  • หูฟังสมอลล์ทอล์ก

  • หูฟังบลูทูธ

  • อุปกรณ์แฮนด์ฟรีที่ไม่ต้องจับโทรศัพท์ตลอดเวลา

ถ้าไม่ทำตาม มีสิทธิ์โดนปรับตั้งแต่ 400–1,000 บาท เลยทีเดียว

รถหยุดนิ่งแล้วกดมือถือ…คิดว่าไม่ผิด? ผิดนะ!

หลายคนเข้าใจว่า รถไม่ขยับ = ใช้มือถือได้ โดยเฉพาะตอน

  • จอดรอไฟแดง

  • รถติดอยู่ในสภาพจราจรหนาแน่น

แต่ความจริงคือ หากคุณยังอยู่ในตำแหน่งผู้ขับขี่ และรถยังอยู่ในสภาพที่ พร้อมจะเคลื่อนที่ได้ทุกเมื่อ การหยิบมือถือขึ้นมา

  • กดโทรออก

  • รับสาย

  • เล่นเกม

  • ดูหรือตอบแชต

  • เลื่อนโซเชียล หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ บนหน้าจอ

ทั้งหมดนี้ยังถือว่า มีความผิดตามกฎหมาย เพราะหน้าที่หลักของผู้ขับ คือการควบคุมรถ ไม่ใช่ควบคุมหน้าจอมือถือ

วางมือถือบนพวงมาลัย เปิดคลิป ฟังเสียง ดูแผนที่ ผิดไหม?

แม้คุณจะไม่ได้ถือมือถือไว้ในมือ แต่ถ้า

  • วางมือถือไว้บนพวงมาลัยด้วยขาตั้ง

  • เปิดดูข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

  • ดูหน้าจอเพื่อคุย หรือรับข้อมูลอยู่ตลอด

ก็ยังถือว่า เสี่ยงผิดกฎหมายได้เหมือนกัน เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้คุณต้อง

  • ละสายตาจากถนน

  • ละมือจากพวงมาลัย

  • เสียสมาธิจากการขับขี่

และเมื่อสมาธิหลุดไปแค่เสี้ยววินาที อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

สรุปง่าย ๆ คือ ขณะขับรถ หน้าที่แรกคือ “ขับรถ” ไม่ใช่ “เล่นมือถือ” ต่อให้ไม่ได้ถืออยู่ในมือ ก็อย่าชะล่าใจ

ถ้าจำเป็นต้องใช้มือถือระหว่างเดินทาง ควรทำยังไงดี?

เข้าใจดีว่าบางครั้งเราก็มีธุระด่วนที่ต้องใช้โทรศัพท์จริง ๆ แต่เรายังสามารถเลือกวิธีที่ทั้ง ปลอดภัย และ ไม่ผิดกฎหมาย ได้ โดยลองทำตามนี้

  • จอดให้เรียบร้อยก่อนใช้มือถือ
    ถ้ามีสายด่วน ข้อความสำคัญ หรืออยากเช็กเส้นทาง ให้หาที่จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เช่น ข้างทางที่ไม่กีดขวาง หรือในปั๊มน้ำมัน จัดการธุระให้เสร็จแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

  • ใช้ระบบแฮนด์ฟรีช่วยชีวิต
    หากจำเป็นต้องรับสายระหว่างขับรถ ควรใช้อุปกรณ์เสริมอย่างหูฟังบลูทูธ หรือระบบลำโพงที่ไม่ต้องถือมือถือไว้ในมือ ลดการละสายตาและละมือจากพวงมาลัยให้มากที่สุด

  • เลิกทำพฤติกรรมเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว
    อย่างเช่น หนีบมือถือค้างไว้ที่คอ ให้คนข้าง ๆ ถือมือถือให้ระหว่างขับ หรือวางมือถือในตำแหน่งที่ต้องละสายตาลงไปมองบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ทั้งอันตราย และอาจเสี่ยงผิดกฎหมายได้

สรุป: แค่เก็บมือถือ…ก็ช่วยชีวิตได้

ทุกครั้งที่คุณขึ้นนั่งในตำแหน่งคนขับ อย่าลืมว่า คุณไม่ได้รับผิดชอบแค่ชีวิตตัวเอง แต่รวมถึงคนในรถ และผู้ใช้ถนนคนอื่นด้วย

การไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาระหว่างขับรถ ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า

“ข้อความนี้สำคัญกว่าเรื่องชีวิตจริง ๆ หรือเปล่า?”

เลือกเก็บมือถือไว้ก่อน แล้วค่อยใช้เมื่อถึงจุดที่ปลอดภัย เพราะบนถนน ความปลอดภัยต้องมาก่อนการสนทนาทุกครั้งเสมอ