Urban Outdoor ที่ไม่ได้มีแค่ลุค แต่คือวิธีใช้ชีวิต
ถ้าคุณเป็นทั้งสายแฟ สายลุย หรือคนเมืองที่รู้สึกว่าในชีวิตควรมีพื้นที่ให้หัวใจได้ออกไปผจญภัยมากกว่านี้ แค่ได้ยินชื่อ E-Outside Expo.6 ก็น่าจะรู้เลยว่านี่คืออีเวนต์ที่เกิดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
เทศกาล Urban Outdoor แห่งนี้ถูกจัดขึ้นที่ Outdoor Botanica HQ โดยทีม Element72 ที่ตั้งใจผลักดันภาพของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สาย Outdoor ให้โตไปไกลกว่าคำว่า “เท่” แต่ต้อง ใช้ได้จริง และอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเมืองได้แบบเนียน ๆ
ปีที่เพิ่งผ่านมา งานนี้ดึงคนเข้าร่วมได้กว่า 50,000 คน ในเวลาเพียง 5 วัน พื้นที่ทั้งงานถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “สนามผจญภัยกลางเมือง” ที่รวมแฟชั่น การเดินทาง และแรงบันดาลใจสาย Urban Outdoor เอาไว้ในที่เดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Play-Ground”
นี่คือสนามเด็กเล่นของคนยุคใหม่ที่อยากแต่งตัวสายลุยแต่ยังต้องคล่องตัวในชีวิตจริง ตั้งแต่เดินห้าง นัดเพื่อนคาเฟ่ ไปจนถึงออกทริปหนีเข้าเขารีเซ็ตหัวใจกลางธรรมชาติ
4 โซนใหญ่ที่ทำให้เมืองกลายเป็นสนามผจญภัย
พื้นที่ของ E-Outside Expo.6 ถูกจัดแบ่งอย่างเป็นสัดส่วนให้ตอบโจทย์ทุกสาย ทั้งคนชอบแต่งตัว ชอบลุย หรือแค่อยากมาแฮงเอาท์ชิล ๆ ก็มีมุมของตัวเอง
Brand Playground: อาณาจักร 250 แบรนด์สายลุยที่พร้อมทำให้คุณกระเป๋าฉีก
โซนนี้คือแดนสวรรค์ของสายช้อปตัวจริง เพราะรวมแบรนด์ Outdoor และ Urban Outdoor จากทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 250 แบรนด์ เรียงรายกันแบบเดินวนได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
ในโซนนี้คุณจะเจอทั้ง
อุปกรณ์ Outdoor Gear ระดับพรีเมียม
เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ที่ผสานแฟชั่นกับฟังก์ชันแบบเนียนกริบ
ไอเทมไลฟ์สไตล์เท่ ๆ จนถึงสินค้า Limited Edition ที่หาซื้อได้เฉพาะในงาน
เรียกได้ว่า ถ้ามีแพลนจะอัปเกรดลุค Urban Explorer แบบจัดเต็ม แค่เดินครบโซนนี้ใบเดียวก็พร้อมจะกลับบ้านแบบ หมดตัวแต่หัวใจโคตรฟูลฟิล
Active Playground: พื้นที่ให้คนเมืองได้ปลดปล่อยพลังแบบลุยเบา ๆ
โซนนี้เกิดมาเพื่อคนที่ไม่พอใจกับการ “ดูอย่างเดียว” แต่อยากลองจับ ลองเล่น และลองลุยของจริง
ภายในโซนจะมีกิจกรรมอย่าง
พายเรือคายัค ให้ได้ชิมลางความเป็นสายลุยกลางน้ำ
เวิร์กช็อปสายสนุกและครีเอทีฟ ที่ทำให้ Outdoor ดูสนุกและเข้าถึงง่าย
โซนทดลองใช้งานอุปกรณ์สายลุยสุดล้ำสำหรับคนที่จริงจังเรื่อง เกียร์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า Outdoor ไม่ได้หยุดแค่บนรันเวย์หรือตะขอราวแขวนเสื้อ แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น ประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง
Urban Food & Beverage Land: โซนอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มบรรยากาศ
อีกหนึ่งโซนที่สายแฮงเอาท์ต้องหลงรัก เพราะรวบรวมทั้ง
ร้านอาหารหลากสไตล์
คาเฟ่ที่บรรยากาศดีงาม
ค็อกเทลบาร์สำหรับคนที่อยากจิบอะไรเบา ๆ ระหว่างวัน
พร้อมด้วยเซตลิสต์จากดีเจที่ช่วยคุม Mood & Tone ให้บรรยากาศชิลตั้งแต่กลางวันยันค่ำ เป็นมุมพักใจของคนที่อยากมี “จุดพักหายใจ” ท่ามกลางงานใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและพลังงานล้น ๆ
Thai’s Playground: โชว์ของจริงจากแบรนด์ไทยสาย Outdoor
โซนนี้คือพื้นที่ของแบรนด์ไทยที่ทำสาย Outdoor และไลฟ์สไตล์แบบจริงจัง เป็นเหมือนเวทีโชว์ศักยภาพและความครีเอทีฟของดีไซเนอร์ไทยที่กำลังเติบโต
คนที่มาเดินโซนนี้จะได้ทั้ง
ดูงานดีไซน์สายลุยที่เกิดจากฝีมือคนไทย
พูดคุยกับแบรนด์ตัวจริงเสียงจริง
แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจและมุมมองการใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ
อัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ของวงการ Outdoor ไทย
นี่คือโซนที่พิสูจน์ว่าแบรนด์ไทยก็ลุยได้ไกลและเท่ไม่แพ้ใครในโลก
Urban Gear Parade: รันเวย์ที่เอาวิญญาณสายลุยมาขึ้นเวที
หนึ่งในโมเมนต์ที่ทุกคนพูดถึงไม่หยุดคือ Exclusive Outdoor Fashion Runway ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Urban Gear Parade’ ที่ยกแฟชั่นสายลุยขึ้นมาบนรันเวย์แบบจัดเต็ม
ไฮไลต์บนรันเวย์คือการเปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 จากแบรนด์สาย Urban Outdoor ชั้นนำ ที่ทั้งสายเกียร์และสายแฟรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น
Keen – ‘Built for Beyond’
รองเท้าสายลุยที่เอาความทนทานและความเป็นไลฟ์สไตล์คนเมืองมารวมกัน โชว์ในงานเน้นไอเดีย “ก้าวข้ามขีดจำกัด” ให้เห็นชัด ๆ ว่ารองเท้า Outdoor ไม่ได้มีไว้แค่ปีนเขาหรือเดินป่า แต่พร้อมพาเราเดินต่อไปได้ไกลกว่าเดิมในทุกวันGramicci – ‘Built for Movement’
แบรนด์สายปีนเขาและ Outdoor Lifestyle ที่โฟกัสเรื่องการเคลื่อนไหวคล่องตัว ใส่สบาย และพร้อมรับทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่เดินเล่นในเมืองจนไปทริปธรรมชาติแบบจัดเต็มHoudini – ‘Designed for a Smarter Future’
แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องความยั่งยืนและการออกแบบที่เรียบแต่คม สไตล์ “มินิมอลแต่ฉลาด” ใช้ได้นาน ใช้ได้หลายโอกาส และคิดถึงผลกระทบต่อโลกไปพร้อมกันNanga – ‘Believe in Your Adventure’
แบรนด์ Outdoor จากญี่ปุ่นที่ส่งสารชัดเจนว่าอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในเส้นทางการผจญภัยของตัวเอง ดีไซน์เน้นความคล่องตัวและพร้อมรับความท้าทายจากธรรมชาติทุกรูปแบบSnow Peak – ‘Onko Chishin – Learning From The Past To Create The Future’
แบรนด์สายพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่ยึดแนวคิด “เรียนรู้จากสิ่งเก่าเพื่อสร้างสิ่งใหม่” ดีไซน์เหนือกาลเวลา ใช้ได้นานและมีคุณภาพระดับส่งต่อได้หลายเจนเนอเรชัน ลุคบนรันเวย์ถ่ายทอดความสงบ งาม แบบเรียบง่ายแต่ฟังก์ชันแน่นMammut – ‘Rise with The Mountain’
แบรนด์สายปีนเขาและอุปกรณ์ Outdoor ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เน้นนวัตกรรมและความปลอดภัยของผู้ใช้ ในงานนี้จัดเต็มแบบ Head-To-Toe Gear เลเยอร์แน่น ๆ ที่สื่อถึงความแข็งแรงและการพร้อมไต่ระดับทั้งด้านร่างกายและสไตล์
บนรันเวย์ของ E-Outside Expo.6 ทุกลุคไม่ได้ออกมาแค่เพื่อ “โชว์ความสวยของเสื้อผ้า” แต่คือการเล่าเรื่อง จิตวิญญาณของคนที่อยากออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผ่านแฟชั่นที่ใส่ง่าย ใส่ได้จริง และเข้ากับชีวิตของคนเมืองอย่างไม่น่าเชื่อ
จากแสงไฟบนรันเวย์สู่บทสนทนาจริงบนเวที
อีกหนึ่งโมเมนต์ที่ทำให้หลายคนกลับบ้านไปพร้อมกับไอเดียใหม่ ๆ คือเวทีพูดคุย KarnFoei x Rayron Talk Session ที่ชวนสองทีมสายเที่ยวมานั่งคุยกันแบบสบาย ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยอินไซต์ชีวิตการเดินทาง
ฝั่ง KarnFoei ที่หลายคนคุ้นในภาพลุคสายลุยของจริง เดินป่า แบกเป้ ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติแบบตรงไปตรงมา แชร์มุมมองที่ชวนคิดว่า
“การเดินทางคือการรู้จักตัวเองผ่านธรรมชาติ ความลำบากคือความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น”
ส่วนฝั่ง Rayron ที่โดดเด่นด้วยสไตล์การท่องเที่ยวที่สนุก มีคาแรกเตอร์ แต่ยังแฝงความหมาย บอกไว้ได้ชวนหยุดคิดว่า
“การเดินทางคือจังหวะที่เราได้ชะลอชีวิตลง เพื่อสังเกตและซึมซับรายละเอียดเล็ก ๆ แล้วเปิดโอกาสให้คนดูได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปด้วยกัน”
ทั้งสองทีมยังทิ้งท้ายไว้ถึงคนที่อยากเริ่มออกเดินทาง ไม่ว่าจะสายลุยหรือสายชิล ว่า
ความสุขของการเที่ยวเริ่มจาก ก้าวแรกเหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้ทริปไหลลื่นและปลอดภัยคือ การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
ภายในงานจึงมีมุมแนะนำไอเทมและเกียร์จำเป็นให้ทั้ง
สายลุยป่าลึกที่ต้องการความอึด ทน ปลอดภัย
สายเมืองที่โฟกัสสไตล์แต่ยังต้องใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
พลังคอมมูนิตี้ที่ทำให้โลก Outdoor ใกล้ตัวขึ้นกว่าเดิม
ช่วง KarnFoei Meet & Greet Fan Club คืออีกซีนที่สะท้อนให้เห็นชัด ๆ ว่า “คอมมูนิตี้ Outdoor” มีพลังมากแค่ไหน
พื้นที่โซน Meet & Greet เต็มไปด้วย
รอยยิ้มจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในภาพถ่าย
เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจ
โมเมนต์ที่แฟน ๆ ได้เจอคนที่เคยเห็นแค่ในหน้าจอแบบใกล้ชิด
ทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศท้ายงานเหมือนการ บูสต์พลังใจ ให้คนอยากออกไปใช้ชีวิตนอกจอ นอกกรุงเทพ และนอกคอมฟอร์ตโซนของตัวเองมากขึ้นไปอีกขั้น
เทศกาลจบ แต่ไฟในการผจญภัยไม่ควรดับ
แม้ว่า E-Outside Expo.6 ปี 2025 จะปิดฉากลงแล้ว แต่สำหรับใครที่เพิ่งเปิดประตูสู่โลกของ Urban Outdoor หรือกำลังอยากอัปเกรดลุคและเกียร์ของตัวเอง การผจญภัยมันเพิ่งจะเริ่มด้วยซ้ำ
คุณยังสามารถเลือกช้อป Outdoor Gear, แฟชั่น และอุปกรณ์สายลุยคุณภาพระดับโลกจากแบรนด์ที่มาร่วมงาน ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Element72 และ Outdoor Botanica ทั่วประเทศ
ไม่ว่าคุณจะกำลัง
เตรียมตัวออกทริปใหญ่เข้าป่า ขึ้นเขา นอนเต็นท์
หรือแค่อยากมีชุดสายลุยเท่ ๆ สำหรับใส่ในวันธรรมดา ๆ ที่ไม่ธรรมดา
เกียร์ดีและสไตล์ที่เป็นตัวเอง จะช่วยให้ทุกก้าวของคุณมั่นใจและสนุกขึ้นแบบจับต้องได้
เมืองทั้งเมืองอาจเป็นสนามของคุณ ถ้ากล้าก้าวออกไป
ในโลกของ Urban Outdoor ทุกวันนี้ “เมืองทั้งเมือง” สามารถกลายเป็นสนามผจญภัยของเราได้จริง ๆ
แค่คุณ
เลือกเกียร์ที่เหมาะกับการเดินทางของตัวเอง
หาสไตล์ที่สะท้อนตัวตนได้ชัดเจน
แล้วกล้าก้าวออกจากห้อง จากหน้าจอ และจากความเคยชิน
การผจญภัยไม่ได้เริ่มที่ขอบป่า แต่มันเริ่มตั้งแต่ประตูบ้านของคุณเอง
และงานอย่าง E-Outside Expo ก็เป็นเหมือนแท่นปล่อยตัว ที่ช่วยเติมความมั่นใจ แรงบันดาลใจ และทำให้คุณเชื่อว่าชีวิต Outdoor สำหรับคนเมืองนั้น… ใกล้กว่าที่คิดเยอะมากแล้วตอนนี้

