รับแอปรับแอป

E-Outside Expo 6: จากรันเวย์สายลุยสู่สนามเด็กเล่นของคนรัก Urban Outdoor

นพดล รัตนชัย01-30

Urban Outdoor ที่ไม่ได้มีแค่ลุค แต่คือวิธีใช้ชีวิต

ถ้าคุณเป็นทั้งสายแฟ สายลุย หรือคนเมืองที่รู้สึกว่าในชีวิตควรมีพื้นที่ให้หัวใจได้ออกไปผจญภัยมากกว่านี้ แค่ได้ยินชื่อ E-Outside Expo.6 ก็น่าจะรู้เลยว่านี่คืออีเวนต์ที่เกิดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

เทศกาล Urban Outdoor แห่งนี้ถูกจัดขึ้นที่ Outdoor Botanica HQ โดยทีม Element72 ที่ตั้งใจผลักดันภาพของแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สาย Outdoor ให้โตไปไกลกว่าคำว่า “เท่” แต่ต้อง ใช้ได้จริง และอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเมืองได้แบบเนียน ๆ

ปีที่เพิ่งผ่านมา งานนี้ดึงคนเข้าร่วมได้กว่า 50,000 คน ในเวลาเพียง 5 วัน พื้นที่ทั้งงานถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “สนามผจญภัยกลางเมือง” ที่รวมแฟชั่น การเดินทาง และแรงบันดาลใจสาย Urban Outdoor เอาไว้ในที่เดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Play-Ground”

นี่คือสนามเด็กเล่นของคนยุคใหม่ที่อยากแต่งตัวสายลุยแต่ยังต้องคล่องตัวในชีวิตจริง ตั้งแต่เดินห้าง นัดเพื่อนคาเฟ่ ไปจนถึงออกทริปหนีเข้าเขารีเซ็ตหัวใจกลางธรรมชาติ

4 โซนใหญ่ที่ทำให้เมืองกลายเป็นสนามผจญภัย

พื้นที่ของ E-Outside Expo.6 ถูกจัดแบ่งอย่างเป็นสัดส่วนให้ตอบโจทย์ทุกสาย ทั้งคนชอบแต่งตัว ชอบลุย หรือแค่อยากมาแฮงเอาท์ชิล ๆ ก็มีมุมของตัวเอง

Brand Playground: อาณาจักร 250 แบรนด์สายลุยที่พร้อมทำให้คุณกระเป๋าฉีก

โซนนี้คือแดนสวรรค์ของสายช้อปตัวจริง เพราะรวมแบรนด์ Outdoor และ Urban Outdoor จากทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 250 แบรนด์ เรียงรายกันแบบเดินวนได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

ในโซนนี้คุณจะเจอทั้ง

  • อุปกรณ์ Outdoor Gear ระดับพรีเมียม

  • เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ที่ผสานแฟชั่นกับฟังก์ชันแบบเนียนกริบ

  • ไอเทมไลฟ์สไตล์เท่ ๆ จนถึงสินค้า Limited Edition ที่หาซื้อได้เฉพาะในงาน

เรียกได้ว่า ถ้ามีแพลนจะอัปเกรดลุค Urban Explorer แบบจัดเต็ม แค่เดินครบโซนนี้ใบเดียวก็พร้อมจะกลับบ้านแบบ หมดตัวแต่หัวใจโคตรฟูลฟิล

Active Playground: พื้นที่ให้คนเมืองได้ปลดปล่อยพลังแบบลุยเบา ๆ

โซนนี้เกิดมาเพื่อคนที่ไม่พอใจกับการ “ดูอย่างเดียว” แต่อยากลองจับ ลองเล่น และลองลุยของจริง

ภายในโซนจะมีกิจกรรมอย่าง

  • พายเรือคายัค ให้ได้ชิมลางความเป็นสายลุยกลางน้ำ

  • เวิร์กช็อปสายสนุกและครีเอทีฟ ที่ทำให้ Outdoor ดูสนุกและเข้าถึงง่าย

  • โซนทดลองใช้งานอุปกรณ์สายลุยสุดล้ำสำหรับคนที่จริงจังเรื่อง เกียร์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า Outdoor ไม่ได้หยุดแค่บนรันเวย์หรือตะขอราวแขวนเสื้อ แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น ประสบการณ์ที่จับต้องได้จริง

Urban Food & Beverage Land: โซนอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มบรรยากาศ

อีกหนึ่งโซนที่สายแฮงเอาท์ต้องหลงรัก เพราะรวบรวมทั้ง

  • ร้านอาหารหลากสไตล์

  • คาเฟ่ที่บรรยากาศดีงาม

  • ค็อกเทลบาร์สำหรับคนที่อยากจิบอะไรเบา ๆ ระหว่างวัน

พร้อมด้วยเซตลิสต์จากดีเจที่ช่วยคุม Mood & Tone ให้บรรยากาศชิลตั้งแต่กลางวันยันค่ำ เป็นมุมพักใจของคนที่อยากมี “จุดพักหายใจ” ท่ามกลางงานใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและพลังงานล้น ๆ

Thai’s Playground: โชว์ของจริงจากแบรนด์ไทยสาย Outdoor

โซนนี้คือพื้นที่ของแบรนด์ไทยที่ทำสาย Outdoor และไลฟ์สไตล์แบบจริงจัง เป็นเหมือนเวทีโชว์ศักยภาพและความครีเอทีฟของดีไซเนอร์ไทยที่กำลังเติบโต

คนที่มาเดินโซนนี้จะได้ทั้ง

  • ดูงานดีไซน์สายลุยที่เกิดจากฝีมือคนไทย

  • พูดคุยกับแบรนด์ตัวจริงเสียงจริง

  • แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจและมุมมองการใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ

  • อัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ของวงการ Outdoor ไทย

นี่คือโซนที่พิสูจน์ว่าแบรนด์ไทยก็ลุยได้ไกลและเท่ไม่แพ้ใครในโลก

Urban Gear Parade: รันเวย์ที่เอาวิญญาณสายลุยมาขึ้นเวที

หนึ่งในโมเมนต์ที่ทุกคนพูดถึงไม่หยุดคือ Exclusive Outdoor Fashion Runway ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Urban Gear Parade’ ที่ยกแฟชั่นสายลุยขึ้นมาบนรันเวย์แบบจัดเต็ม

ไฮไลต์บนรันเวย์คือการเปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 จากแบรนด์สาย Urban Outdoor ชั้นนำ ที่ทั้งสายเกียร์และสายแฟรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น

  • Keen – ‘Built for Beyond’
    รองเท้าสายลุยที่เอาความทนทานและความเป็นไลฟ์สไตล์คนเมืองมารวมกัน โชว์ในงานเน้นไอเดีย “ก้าวข้ามขีดจำกัด” ให้เห็นชัด ๆ ว่ารองเท้า Outdoor ไม่ได้มีไว้แค่ปีนเขาหรือเดินป่า แต่พร้อมพาเราเดินต่อไปได้ไกลกว่าเดิมในทุกวัน

  • Gramicci – ‘Built for Movement’
    แบรนด์สายปีนเขาและ Outdoor Lifestyle ที่โฟกัสเรื่องการเคลื่อนไหวคล่องตัว ใส่สบาย และพร้อมรับทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่เดินเล่นในเมืองจนไปทริปธรรมชาติแบบจัดเต็ม

  • Houdini – ‘Designed for a Smarter Future’
    แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องความยั่งยืนและการออกแบบที่เรียบแต่คม สไตล์ “มินิมอลแต่ฉลาด” ใช้ได้นาน ใช้ได้หลายโอกาส และคิดถึงผลกระทบต่อโลกไปพร้อมกัน

  • Nanga – ‘Believe in Your Adventure’
    แบรนด์ Outdoor จากญี่ปุ่นที่ส่งสารชัดเจนว่าอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในเส้นทางการผจญภัยของตัวเอง ดีไซน์เน้นความคล่องตัวและพร้อมรับความท้าทายจากธรรมชาติทุกรูปแบบ

  • Snow Peak – ‘Onko Chishin – Learning From The Past To Create The Future’
    แบรนด์สายพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่ยึดแนวคิด “เรียนรู้จากสิ่งเก่าเพื่อสร้างสิ่งใหม่” ดีไซน์เหนือกาลเวลา ใช้ได้นานและมีคุณภาพระดับส่งต่อได้หลายเจนเนอเรชัน ลุคบนรันเวย์ถ่ายทอดความสงบ งาม แบบเรียบง่ายแต่ฟังก์ชันแน่น

  • Mammut – ‘Rise with The Mountain’
    แบรนด์สายปีนเขาและอุปกรณ์ Outdoor ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เน้นนวัตกรรมและความปลอดภัยของผู้ใช้ ในงานนี้จัดเต็มแบบ Head-To-Toe Gear เลเยอร์แน่น ๆ ที่สื่อถึงความแข็งแรงและการพร้อมไต่ระดับทั้งด้านร่างกายและสไตล์

บนรันเวย์ของ E-Outside Expo.6 ทุกลุคไม่ได้ออกมาแค่เพื่อ “โชว์ความสวยของเสื้อผ้า” แต่คือการเล่าเรื่อง จิตวิญญาณของคนที่อยากออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง ผ่านแฟชั่นที่ใส่ง่าย ใส่ได้จริง และเข้ากับชีวิตของคนเมืองอย่างไม่น่าเชื่อ

จากแสงไฟบนรันเวย์สู่บทสนทนาจริงบนเวที

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่ทำให้หลายคนกลับบ้านไปพร้อมกับไอเดียใหม่ ๆ คือเวทีพูดคุย KarnFoei x Rayron Talk Session ที่ชวนสองทีมสายเที่ยวมานั่งคุยกันแบบสบาย ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยอินไซต์ชีวิตการเดินทาง

ฝั่ง KarnFoei ที่หลายคนคุ้นในภาพลุคสายลุยของจริง เดินป่า แบกเป้ ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติแบบตรงไปตรงมา แชร์มุมมองที่ชวนคิดว่า

“การเดินทางคือการรู้จักตัวเองผ่านธรรมชาติ ความลำบากคือความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น”

ส่วนฝั่ง Rayron ที่โดดเด่นด้วยสไตล์การท่องเที่ยวที่สนุก มีคาแรกเตอร์ แต่ยังแฝงความหมาย บอกไว้ได้ชวนหยุดคิดว่า

“การเดินทางคือจังหวะที่เราได้ชะลอชีวิตลง เพื่อสังเกตและซึมซับรายละเอียดเล็ก ๆ แล้วเปิดโอกาสให้คนดูได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปด้วยกัน”

ทั้งสองทีมยังทิ้งท้ายไว้ถึงคนที่อยากเริ่มออกเดินทาง ไม่ว่าจะสายลุยหรือสายชิล ว่า

  • ความสุขของการเที่ยวเริ่มจาก ก้าวแรกเหมือนกัน

  • สิ่งที่ทำให้ทริปไหลลื่นและปลอดภัยคือ การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

ภายในงานจึงมีมุมแนะนำไอเทมและเกียร์จำเป็นให้ทั้ง

  • สายลุยป่าลึกที่ต้องการความอึด ทน ปลอดภัย

  • สายเมืองที่โฟกัสสไตล์แต่ยังต้องใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

พลังคอมมูนิตี้ที่ทำให้โลก Outdoor ใกล้ตัวขึ้นกว่าเดิม

ช่วง KarnFoei Meet & Greet Fan Club คืออีกซีนที่สะท้อนให้เห็นชัด ๆ ว่า “คอมมูนิตี้ Outdoor” มีพลังมากแค่ไหน

พื้นที่โซน Meet & Greet เต็มไปด้วย

  • รอยยิ้มจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในภาพถ่าย

  • เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจ

  • โมเมนต์ที่แฟน ๆ ได้เจอคนที่เคยเห็นแค่ในหน้าจอแบบใกล้ชิด

ทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศท้ายงานเหมือนการ บูสต์พลังใจ ให้คนอยากออกไปใช้ชีวิตนอกจอ นอกกรุงเทพ และนอกคอมฟอร์ตโซนของตัวเองมากขึ้นไปอีกขั้น

เทศกาลจบ แต่ไฟในการผจญภัยไม่ควรดับ

แม้ว่า E-Outside Expo.6 ปี 2025 จะปิดฉากลงแล้ว แต่สำหรับใครที่เพิ่งเปิดประตูสู่โลกของ Urban Outdoor หรือกำลังอยากอัปเกรดลุคและเกียร์ของตัวเอง การผจญภัยมันเพิ่งจะเริ่มด้วยซ้ำ

คุณยังสามารถเลือกช้อป Outdoor Gear, แฟชั่น และอุปกรณ์สายลุยคุณภาพระดับโลกจากแบรนด์ที่มาร่วมงาน ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Element72 และ Outdoor Botanica ทั่วประเทศ

ไม่ว่าคุณจะกำลัง

  • เตรียมตัวออกทริปใหญ่เข้าป่า ขึ้นเขา นอนเต็นท์

  • หรือแค่อยากมีชุดสายลุยเท่ ๆ สำหรับใส่ในวันธรรมดา ๆ ที่ไม่ธรรมดา

เกียร์ดีและสไตล์ที่เป็นตัวเอง จะช่วยให้ทุกก้าวของคุณมั่นใจและสนุกขึ้นแบบจับต้องได้

เมืองทั้งเมืองอาจเป็นสนามของคุณ ถ้ากล้าก้าวออกไป

ในโลกของ Urban Outdoor ทุกวันนี้ “เมืองทั้งเมือง” สามารถกลายเป็นสนามผจญภัยของเราได้จริง ๆ

แค่คุณ

  • เลือกเกียร์ที่เหมาะกับการเดินทางของตัวเอง

  • หาสไตล์ที่สะท้อนตัวตนได้ชัดเจน

  • แล้วกล้าก้าวออกจากห้อง จากหน้าจอ และจากความเคยชิน

การผจญภัยไม่ได้เริ่มที่ขอบป่า แต่มันเริ่มตั้งแต่ประตูบ้านของคุณเอง

และงานอย่าง E-Outside Expo ก็เป็นเหมือนแท่นปล่อยตัว ที่ช่วยเติมความมั่นใจ แรงบันดาลใจ และทำให้คุณเชื่อว่าชีวิต Outdoor สำหรับคนเมืองนั้น… ใกล้กว่าที่คิดเยอะมากแล้วตอนนี้