ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเด็นใหญ่: เมื่อท่าเรือภาคใต้ไม่ใช่เพียงประตูส่งออก แต่คือยุทธศาสตร์ภูมิภาค

การค้าภาคใต้ผ่านท่าเรือระนองและท่าเรือสงขลา คือยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่เชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมาก และเปิดเส้นทางการค้าสู่กลุ่มประเทศรอบมหาสมุทรอินเดียและเอเชียตะวันออก เพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้ภาคการผลิตและการเกษตรในภาคใต้

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การปรับปรุงท่าเรือแบบประปราย แต่เป็นการขยับฐานคิดด้านการค้าภาคใต้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งระดับภูมิภาค ผ่านการจับมือของภาครัฐและเอกชนที่ตั้งใจเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน จากการเปิดเผยของนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โครงการยกระดับท่าเรือระนองและท่าเรือสงขลาเดินหน้าจนเห็นผลจับต้องได้แล้ว ทั้งการรับเรือสินค้าขนาด 5,725 ตันกรอสที่ระนอง และการติดตั้งเครน STS 2 ตัวที่สงขลา การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังพลิกภาพท่าเรือภาคใต้จากบทบาทรองให้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดเชื่อมเส้นเลือดการค้าของภูมิภาคอย่างแท้จริง

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค

ท่าเรือระนอง: จากท่าเรือชายแดนสู่ Ranong Gateway

ท่าเรือระนองกำลังก้าวพ้นภาพท่าเรือชายแดนเล็กๆ ไปสู่บทบาท Ranong Gateway ที่มีความหมายทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ฝั่งทะเลอันดามันแห่งนี้สามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ 5,725 ตันกรอสได้เป็นครั้งแรกของจังหวัด รองรับตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้ และเปิดเส้นทางการค้า “ระนอง–จิตตะกอง” เชื่อมการค้ากับบังกลาเทศและกลุ่มประเทศ BIMSTEC โดยตรง นี่ไม่ใช่ตัวเลขสวยงามบนกระดาษ แต่คือความสามารถทางกายภาพที่เปลี่ยนเกมการขนส่งสินค้าไปสู่เอเชียใต้ผ่านการค้าภาคใต้

การท่าเรือแห่งประเทศไทยถูกกำชับให้เร่งจัดระเบียบและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หลังท่า ทั้งลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมโลจิสติกส์ เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้นและทำให้เส้นทางระนอง–จิตตะกองมีสินค้าเที่ยวไปเที่ยวกลับเพียงพอให้บริการได้ต่อเนื่อง คำกล่าวที่น่าจับตาคือ “เป้าหมายคือทำให้ Ranong Gateway เป็นประตูการค้าแห่งอันดามันอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์กว่า 400 ตู้ต่อเที่ยวเรือได้อย่างสม่ำเสมอ” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจใช้โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือเป็นเครื่องมือผลักดันบทบาทใหม่ของฝั่งอันดามันในภูมิภาค

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค

ท่าเรือสงขลา: STS 2 ตัวที่เปลี่ยนสมการส่งออกสินค้าเกษตร

ถ้าท่าเรือระนองคือประตูสู่เอเชียใต้ ท่าเรือสงขลาก็คือกระดานใหม่ของการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชียตะวันออก การติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า Ship to Shore Crane หรือเครน STS จำนวน 2 ตัว ทำให้ท่าเรือสงขลาพร้อมรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ไม่มีเครนประจำเรือได้เป็นครั้งแรก แก้ปัญหาคอขวดสำคัญในการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ และเปิดทางให้ยางพาราและสินค้าเกษตรแปรรูปจากภาคใต้ส่งออกตรงไปยังจีน เกาหลี และญี่ปุ่นได้โดยตรง จุดนี้คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่าเรืออย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องมือแพงๆ มาแสดงความทันสมัย

การพัฒนาท่าเรือสงขลาถูกตั้งเป้าชัดเจนว่าจะเพิ่มปริมาณสินค้าจากประมาณ 2 ล้านตันเป็น 4 ล้านตันต่อปี และเพิ่มปริมาณตู้สินค้าจากราว 150,000 ทีอียูเป็น 450,000 ทีอียูภายใน 5–6 ปี พร้อมดึงการส่งออกยางพาราที่เคยผ่านท่าเรือปีนังให้กลับมาส่งออกผ่านท่าเรือสงขลาอย่างน้อย 50% นี่คือคำประกาศทางตัวเลขที่ควรถูกจดจำ เพราะหากทำได้จริง เส้นทางการค้าภาคใต้จะเปลี่ยนจากการพึ่งพาท่าเรือต่างประเทศไปสู่การยืนด้วยโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง ลดต้นทุนโลจิสติกส์และเสริมอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการในภูมิภาค

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค

สองฝั่งทะเลหนึ่งยุทธศาสตร์: โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่กล้าท้าทายภูมิทัศน์การค้า

แก่นสำคัญของการยกระดับท่าเรือระนองและท่าเรือสงขลาไม่ใช่เพียงการขยายท่าเรือทีละแห่ง แต่คือการออกแบบยุทธศาสตร์สองฝั่งทะเลให้ทำงานเสริมกัน ฝั่งอันดามันมีท่าเรือระนองเป็นประตูเชื่อมตลาดเอเชียใต้และ BIMSTEC ส่วนฝั่งอ่าวไทยมีท่าเรือสงขลาเป็นประตูส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชียตะวันออก การเชื่อมโยงถนน ราง และท่าเรือเข้าด้วยกันทำให้โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือภาคใต้ไม่ใช่แค่ปลายทางขนส่ง แต่เป็นเครือข่ายโลจิสติกส์ที่สามารถออกแบบเส้นทางการค้าใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

จากการผนึกกำลังของกระทรวงคมนาคมและภาคเอกชน โครงการทั้งสองถูกขับเคลื่อนจนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้แล้ว ทั้งการรับเรือใหญ่ครั้งแรกที่ท่าเรือระนอง และการติดตั้งเครน STS ที่ท่าเรือสงขลา เป้าหมายต่อไปคือการเร่งทดสอบระบบ ขุดลอกร่องน้ำให้ได้มาตรฐาน และบริหารพื้นที่หลังท่าให้รองรับกิจกรรมโลจิสติกส์ที่เติบโตขึ้น หากส่วนต่อขยายเหล่านี้ทำได้ตามแผน ท่าเรือภาคใต้จะไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือที่ทันสมัย แต่จะกลายเป็นแพลตฟอร์มการค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนบทบาทภูมิภาคนี้ในห่วงโซ่มูลค่าโลกได้ในระยะยาว

ท่าเรือระนอง–ท่าเรือสงขลา ประตูการค้าใหม่ของภูมิภาค

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!