บุกตลาดเอเชียด้วย SASI : ทำไมแบรนด์ไทยนี้ถึงครองใจ Gen Z

บุกตลาดเอเชียด้วย SASI : ทำไมแบรนด์ไทยนี้ถึงครองใจ Gen Z?
ในตลาดความงามที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีแบรนด์หนึ่งจากประเทศไทยที่โดดเด่นและกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วทั่วทั้งไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือ SASI (ศศิ) แบรนด์ลูกของ ศรีจันทร์ (Srichand) ที่สามารถคว้าใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้อย่างอยู่หมัด
ศรีจันทร์: จากตำนานสู่แบรนด์คนรุ่นใหม่
ศรีจันทร์ เริ่มต้นในปี 1948 จากร้านขายยาเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงจากแป้งฝุ่นควบคุมความมัน จนกระทั่งปี 2014 ภายใต้การนำของ รวิศ หาญอุตสาหะ ซีอีโอคนใหม่ แบรนด์ก็ได้รับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนชื่อ ปรับโลโก้ และขยายไลน์สินค้า ทำให้แบรนด์เก่าแก่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
SASI คือผลลัพธ์จากกลยุทธ์การปรับแบรนด์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่นี้ โดยเปิดตัวในปี 2017 เพื่อเจาะกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ ด้วยการสืบทอดคุณภาพจากศรีจันทร์ แต่เพิ่มความทันสมัยและเข้าถึงง่าย แนวคิดของแบรนด์ที่ว่า "เพราะผู้หญิงทำได้" (Because she can) ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าที่จะแสดงออกอย่างมั่นใจ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์: ตอบโจทย์ความต้องการของ Gen Z
SASI ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเพราะเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของกลุ่ม Gen Z ได้อย่างแม่นยำ
-
ราคาคุ้มค่า: ด้วยแนวคิดการบริโภคที่เน้นความคุ้มค่า SASI จึงนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ Gen Z สามารถเป็นเจ้าของเครื่องสำอางดีๆ ได้โดยไม่ลังเล
-
ผสานการแต่งหน้ากับการบำรุงผิว: SASI ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงาม แต่ยังใส่ใจสุขภาพผิว ยกตัวอย่าง Acne Sol ที่มีส่วนผสมช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิว ทำให้ผิวสวยไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาผิว
-
บรรจุภัณฑ์ทันสมัย: ดีไซน์ของ SASI เน้นความสดใสและน่ารักด้วยสีพาสเทลอย่าง ชมพู ฟ้า เหลือง และมีลวดลายน่ารักๆ ที่ดึงดูดสายตา ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่น
-
ส่วนผสมที่โปร่งใส: ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ SASI จึงเน้นความโปร่งใสและระบุส่วนผสมที่ไม่มีสารระคายเคือง ทำให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
-
ไลน์สินค้าที่หลากหลาย: SASI เริ่มจากลิปสติกและรองพื้น ก่อนจะขยายไลน์สินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์แต่งตา บลัชออน ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง และอุปกรณ์เสริมความงาม เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของ Gen Z
กลยุทธ์การตลาด: เข้าถึงทุกแพลตฟอร์มที่ Gen Z ใช้อยู่
SASI ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัลเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
-
การตลาดดิจิทัล: ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Facebook และ LINE ในการสื่อสาร โดยสร้างสรรค์วิดีโอสั้น รีวิวสินค้า และทำชาเลนจ์ต่างๆ ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้วิดีโอบางตัวมียอดวิวนับล้าน
-
ใช้พรีเซ็นเตอร์และ KOL: ดึง เก้า-สุภัสสรา ธนชาต นักแสดงชื่อดังมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ และร่วมมือกับ KOL/KOC (Key Opinion Consumer) เพื่อสร้างยอดขายผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง
-
สร้างชุมชน: สนับสนุนให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างความผูกพันและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
ผลงานที่โดดเด่นและเส้นทางสู่สากล
ในตลาดประเทศไทย SASI มีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงถึง 50% ต่อปี และเป็นสินค้าขายดีทั้งในร้านค้าปลีกอย่าง Watsons และ Boots รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop
SASI ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไทย แต่ยังขยายธุรกิจไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว ทั้งในลาว, เวียดนาม, ฮ่องกง, ไต้หวัน, และสิงคโปร์ รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคในมาเลเซียและฟิลิปปินส์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ในอนาคต SASI ยังมีแผนที่จะขยายตลาดสู่ประเทศอื่นๆ อีก เพื่อสร้างชื่อเสียงในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจน ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ กลยุทธ์การตลาดที่ล้ำสมัย และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างแม่นยำ ทำให้ SASI ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดความงาม และพร้อมที่จะมอบความงามและความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลกต่อไปในอนาคต
แนะนำสำหรับคุณ
คอนซีลเลอร์: ปฏิวัติความงามสำหรับผู้หญิงยุคใหม่
แนะนำกันแดดใช้ดี กันยูวีไม่ทำร้ายผิว!
🎀 คู่มือเริ่มต้นเข้าสู่โลกของความสวยงาม ฉบับสาวมือใหม่!
น้ำหอมเครื่องเทศ ตัวเลือกน่าใช้ของคนชอบกลิ่นสุดหรู
เทรนด์ BEAUTY เกาหลีประจำซัมเมอร์ 2025 🔥
แปรงแต่งหน้า อุปกรณ์สำหรับความงาม
ลิปสติก ไอเทมชิ้นเล็กแต่สำคัญมาก
สเปรย์ล็อคเมคอัพ ไอเทมคอมพลีทลุค!
การเลือกซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า: เพื่อการโกนหนวดที่สะดวก ง่าย และดีกว่าที่เคย



