Social Commerce มาแรงกว่าตลาด E-commerce จริงไหม?

หลายคนคงเคยช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ใหญ่ ๆ อย่าง Lazada, Shopee หรือ JD Central นั่นคือรูปแบบ E-commerce แบบดั้งเดิม ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หากสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น การช้อปออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “แพลตฟอร์ม” อีกต่อไป แต่กำลังไหลเข้าสู่พื้นที่ที่ผู้คนใช้เวลาอยู่เป็นประจำ — นั่นก็คือ Social Media
เราจะเห็นร้านค้าไลฟ์ขายของบน Facebook, TikTok หรือแม้กระทั่ง LINE Official Account ก็สามารถกลายเป็นช่องทางขายได้ทันที ไม่ต้องลงทุนสร้างเว็บไซต์ ไม่ต้องง้อ Marketplace ใหญ่ ๆ เพียงแค่มีมือถือ อินเทอร์เน็ต และการสื่อสารที่เข้าถึงใจลูกค้า ก็สามารถสร้างรายได้มหาศาลได้แล้ว นี่แหละที่เรียกว่า Social Commerce
Social Commerce คืออะไร?
Social Commerce หมายถึงการซื้อขายสินค้าหรือบริการที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียโดยตรง ผู้บริโภคสามารถ “เห็น – สนใจ – ซื้อ” ได้ในที่เดียว ตั้งแต่การเลื่อนฟีดเจอโพสต์สินค้า กดดูรีวิวจากคอมเมนต์ ไปจนถึงกดสั่งซื้อและชำระเงินผ่านระบบที่เชื่อมต่อกับโซเชียลนั้น ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์ม
สิ่งนี้ต่างจาก E-commerce แบบดั้งเดิม ที่เน้น “เว็บไซต์/แอปช้อปปิ้ง” เป็นหลัก ลูกค้าต้องค้นหา เข้าไปเลือกสินค้า แล้วค่อยทำการสั่งซื้อ
ทำไม Social Commerce ถึงเติบโตเร็ว?
-
พฤติกรรมคนเปลี่ยน
คนไทยใช้เวลาอยู่บนโซเชียลมีเดียเฉลี่ยวันละหลายชั่วโมง TikTok, Facebook, Instagram กลายเป็นเหมือน “ห้างสรรพสินค้า” ที่พกติดตัวไปทุกที่ ดังนั้นเมื่อการขายของมาเกิดขึ้นบนพื้นที่นี้จึงเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและตรงจุด -
ความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนขาย
การไลฟ์สดขายของ ไม่ว่าจะเป็นการลองเสื้อผ้าให้ดูสด ๆ หรือการตอบคำถามแบบเรียลไทม์ สร้างความรู้สึกใกล้ชิดเหมือนซื้อของจากเพื่อนต่างจากการช้อปบนเว็บไซต์ที่เน้นการกดหยิบใส่ตะกร้าแบบไม่มีอารมณ์ร่วม -
ระบบจ่ายเงินและขนส่งที่สะดวกขึ้น
ทุกวันนี้โซเชียลแพลตฟอร์มพัฒนาให้เชื่อมกับระบบชำระเงินและการจัดส่งได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อจบได้ทันทีโดยไม่รู้สึกยุ่งยาก -
กระแส Influencer และ Content Creator
พลังของคอนเทนต์และรีวิวจากคนดังบนโลกออนไลน์ ช่วยผลักดันให้สินค้าขายง่ายขึ้น และ Social Commerce ก็เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้การบอกต่อเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทันที
Social Commerce vs E-commerce แบบดั้งเดิม
-
E-commerce ยังได้เปรียบในเรื่องของการจัดการสต็อก ระบบหลังบ้าน และความน่าเชื่อถือในระดับองค์กรใหญ่ ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าได้หลากหลาย มีระบบรีวิวที่ชัดเจน และมักมีโปรโมชั่นใหญ่ ๆ ดึงดูดใจ
-
Social Commerce ได้เปรียบในเรื่องความเร็ว ความยืดหยุ่น และ “อารมณ์ร่วม” ในการซื้อ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเข้าถึงง่ายกว่าสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่
ตัวเลขที่สะท้อนความจริง
มีรายงานคาดการณ์ว่า มูลค่าตลาด Social Commerce ทั่วโลกจะโตเฉลี่ยปีละกว่า 30% และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย กำลังเป็นหนึ่งในตลาดที่โตเร็วที่สุด เห็นได้จากยอดขายผ่าน TikTok Shop และ Facebook Live ที่หลายร้านทำยอดแตะหลักล้านบาทได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง
แล้วใครคือผู้ชนะ?
จริง ๆ แล้ว Social Commerce ไม่ได้มา “แทนที่” E-commerce เสียทีเดียว แต่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่กำลังเติบโตควบคู่กันไป E-commerce จะยังคงแข็งแรงสำหรับธุรกิจใหญ่ ๆ ที่ต้องการระบบบริหารจัดการ ส่วน Social Commerce จะเหมาะกับแบรนด์ที่อยากเข้าถึงผู้บริโภคแบบรวดเร็ว สร้างการมีส่วนร่วม และใช้คอนเทนต์ดึงดูดใจ
สรุป
คำถามที่ว่า “Social Commerce มาแรงกว่าตลาด E-commerce จริงไหม?” คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่ใช่การมาแทนที่ หากแต่เป็นการเติมเต็มช่องว่างของกันและกัน ผู้บริโภคยุคนี้มีความยืดหยุ่นสูงและพร้อมจะซื้อสินค้าจากทุกช่องทางที่สะดวกและน่าเชื่อถือ ดังนั้นอนาคตของการค้าขายออนไลน์ ไม่ได้อยู่ที่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือ การผสมผสานข้อดีของทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ครบถ้วนที่สุด
✦ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือกำลังเริ่มต้นขายของออนไลน์ คำแนะนำคืออย่ามองว่า Social Commerce เป็นแค่ “กระแส” แต่จงมองว่าเป็น “โอกาส” ที่จะทำให้แบรนด์คุณเข้าใกล้ลูกค้าได้มากขึ้นกว่าเดิม
แนะนำสำหรับคุณ
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
