ครีมกันแดด ตัวช่วยเล็ก ๆ ที่ปกป้องผิวจากแสงแดดและกาลเวลา

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2025-10-22T02:33Z
点赞
ครีมกันแดด ตัวช่วยเล็ก ๆ ที่ปกป้องผิวจากแสงแดดและกาลเวลา

ลองหลับตานึกภาพวันหนึ่งที่คุณตื่นเช้ามา อากาศดี ท้องฟ้าใส มีนัดกับเพื่อนที่คาเฟ่ข้างนอก คุณแต่งตัวเรียบง่าย หยิบกระเป๋า เตรียมออกจากบ้าน แต่ข้าม “ขั้นตอนเล็ก ๆ” หนึ่งไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ — นั่นคือ “การทาครีมกันแดด”
หลายคนอาจคิดว่าแค่เดินออกไปแป๊บเดียว ไม่ได้ไปทะเล ไม่ได้อยู่กลางแดดทั้งวัน คงไม่เป็นไรหรอก… แต่รู้ไหมว่า แค่เดินจากห้องไปขึ้นรถ หรือแม้แต่แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรานั่งจ้องอยู่ทุกวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้ผิวเรา “แก่ก่อนวัย” ได้แล้ว

ครีมกันแดด จึงไม่ใช่แค่เครื่องสำอางอีกชิ้นหนึ่งในโต๊ะเครื่องแป้ง แต่คือ “เกราะป้องกันผิว” ที่สำคัญที่สุดในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าเราจะบำรุงผิวดีแค่ไหน ใช้ครีมราคาแพงเพียงใด หากไม่ป้องกันรังสี UV ตั้งแต่ต้น ผิวที่เคยอ่อนเยาว์ก็อาจกลายเป็นผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย ฝ้า และจุดด่างดำถามหาในเวลาไม่นาน

เคล็ดลับทาครีมบำรุงผิวเพื่อผิวสวยเนียนนุ่ม.. เด้งดั่งใจ

ครีมกันแดดคืออะไร? รู้จักผู้พิทักษ์ผิวที่เรามักมองข้าม

ครีมกันแดด (Sunscreen) คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วย “ปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวไหม้เสีย สีผิวไม่สม่ำเสมอ และการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวในระยะยาว
โดยรังสี UV มีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ ที่ควรรู้จักคือ

  • รังสี UVA (ยูวีเอ) – ตัวการทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวแก่เร็ว เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความหมองคล้ำ

  • รังสี UVB (ยูวีบี) – เป็นตัวที่ทำให้ผิวไหม้แดด แดง ลอก และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง

ครีมกันแดดจึงทำหน้าที่ “สะท้อน” หรือ “ดูดซับ” รังสีเหล่านี้ก่อนที่มันจะทะลุเข้ามาทำร้ายผิวเรา โดยทั่วไปจะมีสองชนิดหลักคือ

  1. ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen)
    ทำงานโดยดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนก่อนจะปล่อยออกจากผิว เหมาะกับคนที่ต้องการเนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว แต่บางสูตรอาจระคายเคืองผิวแพ้ง่ายได้

  2. ครีมกันแดดแบบกายภาพ (Physical Sunscreen หรือ Mineral Sunscreen)
    ใช้สารเช่น Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกไป เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและผิวเด็ก แต่เนื้อครีมอาจดูหนาเล็กน้อยและทิ้งคราบขาวหากไม่เกลี่ยดี

ทำไมครีมกันแดดถึงสำคัญกว่าที่คิด

หลายคนอาจมองว่า “กันแดดไว้แค่เวลาไปทะเล” แต่ความจริงคือ รังสี UV อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา — แม้ในวันที่มีเมฆครึ้ม ฝนตก หรือเราอยู่ในอาคาร

แสงแดดมีรังสีที่สามารถทะลุกระจกได้ และแสงจากจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือก็ปล่อย “แสงสีฟ้า (Blue Light)” ซึ่งมีผลทำให้เม็ดสีผิวเข้มขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น การทาครีมกันแดดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสวยงาม” แต่คือการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว เพราะ

  • ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

  • ชะลอความแก่ก่อนวัย

  • ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ

  • คงความเรียบเนียนและสีผิวสม่ำเสมอ

  • ช่วยให้ครีมบำรุงทำงานเต็มประสิทธิภาพ เพราะผิวที่ถูกแดดทำร้ายจะซึมซับสารบำรุงได้ยากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้คุณใช้ครีมบำรุงดีแค่ไหน ถ้าไม่ทากันแดด ก็เหมือนสร้างบ้านโดยไม่มุงหลังคา แค่แดดออกก็พังได้ง่าย ๆ

ทำความรู้จัก “ค่า SPF” และ “PA” ที่มักเห็นบนหลอดครีมกันแดด

เวลาซื้อครีมกันแดด หลายคนอาจสับสนกับตัวเลขและตัวอักษรย่ออย่าง SPF 30, SPF 50+, PA+++ มันหมายความว่ายังไงกันแน่?

  • SPF (Sun Protection Factor)
    คือตัวบอก “ประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB” ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งช่วยให้เราทนแดดได้นานขึ้น เช่น SPF 30 หมายถึงสามารถป้องกัน UVB ได้ประมาณ 97% ส่วน SPF 50 ป้องกันได้ราว 98%
    แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งสูงยิ่งดีเสมอไป หากเราอยู่ในร่มหรือไม่ได้ออกแดดจัดมาก SPF 30 ก็เพียงพอแล้ว

  • PA (Protection Grade of UVA)
    ใช้เครื่องหมายบวก (+) เพื่อบอกระดับการป้องกันรังสี UVA ยิ่งมีเครื่องหมายบวกมากเท่าไร ยิ่งป้องกันได้ดี เช่น

    • PA+ = ป้องกันน้อย

    • PA++ = ปานกลาง

    • PA+++ = ดี

    • PA++++ = ดีมาก เหมาะสำหรับแดดแรงหรือกิจกรรมกลางแจ้ง

6 วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ เหมือนเป็คนใหม่ ในรีวิว Pantip

ครีมกันแดดแต่ละแบบ เหมาะกับใครบ้าง

เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกครีมกันแดดจึงควรพิจารณาจาก “สภาพผิว” และ “ลักษณะการใช้ชีวิต” ด้วย

  • ผิวมัน / เป็นสิวง่าย
    เลือกครีมกันแดดเนื้อเจลหรือฟลูอิด (Fluid) แบบ Oil-free ไม่อุดตันรูขุมขน มีส่วนผสมลดความมันและไม่ทำให้เกิดสิว
    → เหมาะกับคนทำงานในเมืองหรือใช้เครื่องสำอางทุกวัน

  • ผิวแห้ง / ผิวบอบบางแพ้ง่าย
    เลือกครีมกันแดดที่มีมอยส์เจอไรเซอร์หรือสารปลอบประโลม เช่น Aloe Vera, Ceramide หรือ Hyaluronic Acid เน้นสูตร Physical Sunscreen จะอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า

  • ผิวธรรมดา / ผิวผสม
    ใช้ได้แทบทุกสูตร ควรเลือกตามกิจกรรม เช่น ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งนานให้เลือก SPF 50+ PA+++ ขึ้นไป

  • คนออกกำลังกาย / เล่นกีฬา / ว่ายน้ำ
    เลือกครีมกันแดดสูตรกันน้ำ (Water Resistant) หรือ Sweat-proof เพื่อให้ติดทนนาน ไม่หลุดง่ายระหว่างเหงื่อออก

  • วัยรุ่นและเด็ก
    ใช้ครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม ค่า SPF 30 ก็เพียงพอสำหรับกิจกรรมประจำวัน

วิธีใช้ครีมกันแดดให้ได้ผลจริง

การทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อแพงหรือค่า SPF สูงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีใช้” ด้วย

  1. ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15–30 นาที
    เพื่อให้สารกันแดดเซ็ตตัวและทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะครีมกันแดดแบบเคมีที่ต้องการเวลาในการดูดซึมเข้าสู่ผิว

  2. ปริมาณต้องพอ
    โดยเฉลี่ยควรใช้ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ ถ้าน้อยเกินไปจะป้องกันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

  3. ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง
    โดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออกหรือหลังว่ายน้ำ ถึงจะเป็นสูตรกันน้ำก็ควรทาซ้ำเสมอ

  4. อย่าลืมส่วนที่มักลืม
    เช่น หลังหู ลำคอ ท้ายทอย แขน มือ และหลังเท้า ซึ่งเป็นจุดที่โดนแดดแต่คนมักมองข้าม

  5. ล้างออกให้สะอาดทุกวัน
    ใช้คลีนซิ่งหรือน้ำ micellar ล้างออกให้หมดก่อนล้างหน้า เพราะครีมกันแดดมีส่วนผสมที่เกาะผิวแน่น

เปิด 5 เคล็ดลับทาครีมกันแดด -  ภาพโลโก้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เคล็ดลับการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับชีวิตจริง

  • อ่านฉลากให้ดี – เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางผิวหนัง (Dermatologically Tested)

  • เลือกเนื้อสัมผัสที่ชอบ – บางคนชอบเนื้อครีม บางคนชอบแบบเจล ถ้าทาแล้วรู้สึกดีจะใช้ได้ต่อเนื่อง

  • ทากันแดดแม้อยู่บ้าน – แสงจากจอคอมและไฟในบ้านก็มีผลต่อผิว

  • ใช้คู่กับเครื่องสำอางได้ – ปัจจุบันมีครีมกันแดดแบบมีสี (Tinted Sunscreen) ช่วยปรับโทนผิวแทนรองพื้นได้

  • เก็บให้พ้นแสงแดดโดยตรง – เพื่อรักษาคุณภาพของสารกันแดดให้คงอยู่

ครีมกันแดดไม่ได้แค่ป้องกันแดด แต่ช่วย “ยืดอายุผิว”

หลายคนอาจคิดว่า ครีมกันแดดคือแค่ผลิตภัณฑ์หนึ่งในรูทีน แต่ในมุมของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ มันคือ พื้นฐานของการดูแลผิวทั้งหมด
ต่อให้คุณมีสกินแคร์ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เซรั่มยันมาส์กหน้า แต่ถ้าขาดครีมกันแดด ผลลัพธ์ก็เหมือนลงแรงไปครึ่งเดียว

เพราะรังสี UV เป็นตัวเร่งให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเร็ว และยังเป็นตัวกระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิวที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
ครีมกันแดดจึงเปรียบเสมือน “เวลาในกระปุก” ที่ช่วยชะลอให้ผิวเราอ่อนเยาว์ได้ยาวนานขึ้น

สรุปส่งท้าย: เริ่มทาครีมกันแดดตั้งแต่วันนี้ คือการดูแลผิวในอนาคต

ผิวของเราไม่ได้ถูกทำร้ายจากแสงแดดในวันเดียว แต่เกิดจากการสะสมทีละนิดทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว
ดังนั้น การทาครีมกันแดดจึงเป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ในระยะยาว — ทั้งปกป้องผิวจากรังสี UV ลดการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์แม้เวลาผ่านไป

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร อยู่ในวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ การทาครีมกันแดดทุกวันคือการ “ลงทุนเพื่อผิวของตัวเอง”
เพราะสุดท้ายแล้ว ความสวย ความมั่นใจ และสุขภาพผิวที่ดี — เริ่มได้จากการไม่ลืมหยิบหลอดครีมกันแดดขึ้นมาทาทุกเช้า ก่อนก้าวออกจากบ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครีมกันแดดเป็นส่วนสำคัญในกิจวัตรการดูแลผิวของคุณ ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก 365 วันต่อปี เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่เป็นอันตราย อ่านต่อเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของครีมกันแดดและค้นหาคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยจุดประสงค์ของครีมกันแดดทุกชนิดค
ความรู้เรื่องผิว | ครีมกันแดดคืออะไร? จำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวันจริงหรือ?
ความแตกต่างระหว่างกันแดด Physical และ Chemicalเมื่อพูดถึงครีมกันแดด หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า Physical และ Chemical แต่ไม่แน่ใจว่าต่างกันอย่างไร การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้เลือกกันแดดได้เหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานมากขึ้นหลักการทำงานPhysica
ครีมกันแดด Physical vs Chemical

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ในยุคที่การดูแลผมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง เครื่องจัดแต่งทรงผมที่ “ใช้ง่าย ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ระดับซาลอน” กลายเป็นสิ่งที่หลายคนมองหา หนึ่งในแบรนด์ที่ยังครองใจผู้ใช้ทั่วโลกอย่างต่อเนื่องคือ Dyson และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่ส
Dyson Airwrap Origin | Hair Dryer & Multi-styler ไอเทมจัดแต่งทรงผมที่มาแรงที่สุดแห่งปี
ในปีที่เทรนด์ “ผมสวยสุขภาพดีแบบไม่ง้อร้าน” กลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่หลายคนให้ความสำคัญ การมีไดร์เป่าผมที่ช่วยถนอมเส้นผมพร้อมให้ความรวดเร็ว จึงเป็นมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่กลายเป็นไอเท็มประจำโต๊ะเครื่องแป้งที่สะท้อนสไตล์การใช้ชีวิตของผู้ใ
Dyson Supersonic Nural™ Hair Dryer (Ceramic Patina/Topaz) — ไดร์เป่าผมอัจฉริยะยุคใหม่ที่ดูแลเส้นผมแบบใส่ใจทุกรายละเอียด
ในยุคที่สกินแคร์หลากหลายจนเลือกไม่ถูก การค้นหาแบรนด์ที่ “ปลอดภัย อ่อนโยน และเห็นผลจริง” กลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะสำหรับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือกำลังเผชิญปัญหาผิวเสียจากสภาพอากาศ มลภาวะ และการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสมท่ามกลางตัว
ดูแลผิวแบบอ่อนโยนกับ CeraVe แบรนด์ที่แพทย์แนะนำ