กายพักร้อน แต่ใจยังไม่ว่างงาน เมื่อการพักกลายเป็นภาระที่เราปฏิเสธไม่ได้

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-31T07:07Z
点赞
กายพักร้อน แต่ใจยังไม่ว่างงาน เมื่อการพักกลายเป็นภาระที่เราปฏิเสธไม่ได้

ลาพักร้อน…แต่ยังต้องทำงาน ผิดที่เราหรือผิดที่ระบบ ?

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้ลาพักร้อนไปต่างประเทศ หลังจากทำงานหนักมาต่อเนื่องหลายเดือน
ในระหว่างขากลับ ขณะที่กำลังนั่งเครื่องบินอยู่บนฟ้า เสียงพูดคุยและความวุ่นวายของผู้โดยสารรอบข้างทำให้บรรยากาศค่อนข้างจอแจ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา — คู่รักชาวไทยที่นั่งข้างเรา ดูเหมือนกำลังเงียบผิดปกติ

แล้วเสียงสนทนาเบา ๆ ของพวกเขาก็ดังขึ้น
“เธอเป็นอะไร” ฝ่ายหญิงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ฝ่ายชายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบพร้อมน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่
“เราเครียด... เราลามาเที่ยวแต่ก็ยังต้องทำงานตลอด เราไม่ได้พักเลย เดี๋ยวกลับไปก็ต้องทำงานอีกแล้ว…”

ภาพชายหนุ่มรูปร่างกำยำที่รีบดึงคอเสื้อขึ้นซับน้ำตา เป็นภาพที่เราไม่มีวันลืม
มันสะกิดความทรงจำของเราเอง — ครั้งหนึ่งที่เคยลาพักร้อนแต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ตอบอีเมล ตอบแชทงาน จนลืมไปว่าคำว่า “พัก” หมายถึงอะไร

ประโยคนั้นยังคงวนอยู่ในหัว “ทำไมลาพักร้อน…แต่ยังต้องทำงาน?”
และคำถามต่อมาก็ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ — “ผิดที่เรา หรือผิดที่ระบบ?”

900de68e-6916-4e2e-a2a3-eb536c6f1309.jpeg

วัฒนธรรมการทำงานที่กดดันจนกลืนคำว่า ‘พัก’

ในหลายองค์กร “การพัก” กลับถูกมองว่าเป็นการขาดความรับผิดชอบ ทั้งที่ตามหลักแล้ว มันคือสิทธิ์พื้นฐานของแรงงาน
เราอยู่ในสังคมที่ยกย่อง “คนทุ่มเท” จนบางครั้งกลายเป็น “คนหมดแรง” โดยไม่รู้ตัว

💼 ระดับองค์กร

หลายบริษัทฝังวัฒนธรรมของ “การอุทิศตัว” ไว้อย่างลึกซึ้ง
ไม่ตอบแชทในวันลา = ไม่ทุ่มเท
ไม่เช็กอีเมล = ไม่มีวินัย
เมื่อระบบไม่มีการส่งต่องาน ไม่มีแผนสำรอง หรือไม่มีคนทำแทนได้
“ความรับผิดชอบ” ก็กลายเป็นโซ่ที่ผูกเราไว้กับงาน แม้ในวันที่ควรได้พัก

🤝 ระดับทีม

แม้ไม่มีใครสั่งตรง ๆ แต่ภาพของเพื่อนร่วมงานที่ “ลาแต่ยังตอบ”
กลายเป็นบรรทัดฐานที่บีบเราอย่างเงียบ ๆ
ใครจะอยากเป็นคนเดียวที่ “หายไป” จากไลน์กลุ่มงาน?
ความเกรงใจจึงกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้การพักร้อน “ไม่เคยพักจริง”

🧠 ระดับตัวเราเอง

ลึก ๆ แล้วเราหลายคนรู้สึกผิดที่จะวางมือ
กลัวว่างานจะพัง กลัวว่าคนอื่นจะลำบาก
จนสุดท้ายเราฝืนทำงานในวันลา ทั้งที่ร่างกายและจิตใจต้องการพัก
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรา “ยอมเหนื่อยต่อ” ทั้งที่ไม่มีใครบังคับโดยตรง

6650414f-b64f-40aa-98ce-7365356b7f43.jpeg

เมื่อการพักไม่ได้พัก…สิ่งที่เสียไม่ใช่แค่เวลา

การไม่ได้พักจริง ๆ ไม่ใช่เพียงทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือ “นอยด์”
แต่มันส่งผลลึกถึงสภาวะ หมดไฟ (Burnout Syndrome)
สุขภาพจิตพังลงโดยไม่รู้ตัว สมองขาดแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์หายไป
และเมื่อทุกคนในทีมต่างสะสมความล้าโดยไม่พักจริง องค์กรก็จะพัฒนาได้ช้าลง
ไม่มีใครทำงานได้ดีในสภาพที่ไฟในใจดับลงแล้ว 🔥

แล้วเราจะทวงคืน “สิทธิ์ในการพัก” ได้อย่างไร ?

เริ่มจากตัวเราเล็ก ๆ ก่อน เพราะแม้ระบบจะไม่เปลี่ยนในวันเดียว
แต่ “การกำหนดขอบเขต” เป็นสิ่งที่เราทำได้ทันที

สร้างเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว
แจ้งทีมล่วงหน้าก่อนลา เตรียมส่งต่องานให้ครบ และตั้ง auto-reply ชัดเจนว่า “ขณะนี้อยู่ในช่วงวันลา”
ที่สำคัญคือต้อง กล้าที่จะปฏิเสธ การทำงานในเวลาส่วนตัว — อย่างสุภาพแต่มั่นคง

1f4e658d-6407-4425-98d5-76d7241a38bd.jpeg

ถ้างานจำเป็นต้องรันต่อ
จัดทำแผนส่งมอบงานให้คนที่เกี่ยวข้องรู้หน้าที่ล่วงหน้า
เมื่อระบบรับส่งต่อชัดเจน ก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องหิ้วงานไปเที่ยวอีกต่อไป

ในระดับทีม ควรสร้างวัฒนธรรมที่ “เคารพเวลาส่วนตัว”
อย่าคุยเรื่องงานกับคนที่กำลังลา
และหัวหน้าคือคนสำคัญที่สุดในการเป็นแบบอย่าง
ถ้าผู้นำลาแล้วหายจริง — ทีมก็จะกล้าทำแบบนั้น

ส่วนในระดับองค์กร
ต้องเริ่มต้นจาก “การออกแบบระบบที่พักได้จริง”
เช่น การมีคนสำรองงานชัดเจน, ระบบจัดเก็บไฟล์กลาง, SOP ที่เข้าถึงง่าย
และปรับวิธีประเมินผลงานจาก “ชั่วโมงที่ออนไลน์” เป็น “คุณภาพของผลลัพธ์”

เมื่อองค์กรทำเช่นนี้ได้ “วันลา” จะไม่ใช่ภาระต่อทีมอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลไกสำคัญของความยั่งยืน


วันลาคือ “สิทธิ์” ไม่ใช่ของขวัญ

หลายคนอาจลืมไปว่า “วันลาพักร้อน” เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่รางวัลที่องค์กรหยิบยื่นให้
เจตนารมณ์ของกฎหมายแรงงานชัดเจน — วันลาคือการให้เวลาพนักงานได้ พักผ่อนจริง ๆ เพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

มันไม่ควรถูกใช้เป็นเพียงเวลาที่พนักงานต้องเปิดโน้ตบุ๊กนั่งทำงานริมทะเล หรือเช็กอีเมลจากต่างประเทศ

เพราะถ้า “พัก” แล้วไม่รู้สึกว่าได้พัก
ถ้า “ลา” แล้วต้องแบกงานกลับไป
นั่นไม่ใช่การพัก แต่มันคือการเลื่อนความเหนื่อยออกไปวันหนึ่งเท่านั้น

e55f37dd-855e-4079-9041-515f3290a059.jpeg

การพักคือการลงทุนในตัวเอง

ในโลกการทำงานยุคนี้ เรามักเชื่อว่าการทำงานหนักคือสัญลักษณ์ของความขยัน
แต่แท้จริงแล้ว “การรู้จักหยุด” คือทักษะสำคัญของคนที่ทำงานเก่ง

เพราะเมื่อคุณได้พักจริง ๆ
คุณจะกลับมาพร้อมพลังใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่
และมุมมองที่ต่างออกไป — มุมมองที่มักไม่เกิดขึ้นในตอนที่หัวเราหมุนอยู่กับงานทุกวัน

อย่ารอให้ถึงจุดที่ร่างกายป่วย หรือหัวใจเหนื่อยจนหมดไฟ
ก่อนจะอนุญาตให้ตัวเองได้พัก

หากคุณพยายามทำทุกอย่างแล้ว ทั้งเคลียร์งาน ส่งต่องาน สื่อสารล่วงหน้า
แต่ระบบยังคาดหวังให้คุณตอบแชทในวันลา
หรือยังมีคนบอกว่า “ก็แค่ช่วยดูนิดนึง”
อย่าโทษตัวเองเลย

เพราะการที่เราต้องทำงานในวันลานั้น
ไม่ใช่เพราะเราขาดความรับผิดชอบ
แต่เป็นเพราะ ระบบการทำงานที่ยังไม่ยอมรับว่า “การพักคือส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพ”

และถ้าองค์กรของคุณไม่เข้าใจสิ่งนี้
นั่นไม่ใช่ “ที่ของคุณ”

ลองให้วันลาครั้งหน้าเป็น “วันพักจริง ๆ”
เก็บคอมพิวเตอร์ ปิดแจ้งเตือน ปล่อยใจให้ได้เดินช้า ๆ สักหน่อย
เพราะโลกไม่พัง งานไม่หาย
แต่คุณ…จะกลับมาด้วยพลังที่สดใหม่กว่าเดิม 🌱✨

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในยุคที่ชีวิตหมุนเร็วเหมือนโลกออนไลน์ที่ไม่เคยหลับ หลายคนใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อ “วิ่งตามเป้าหมาย” — งานต้องดี รายได้ต้องมี สุขภาพต้องไม่ตก และชีวิตต้องดูมีความสุขอยู่เสมอ 🏃‍♀️ แต่ในความเร่งรีบนั้น หลายคน “ลืมพัก” ทั้งร่างกายและจิตใจ จนสุ
การพักผ่อนก็สำคัญ อย่าใช้ชีวิตเยอะจนลืมหยุดพัก เพราะอนาคตต้องการคุณที่ยังมีแรง
ลองคิดดู...ในเช้าวันที่ต้องรีบออกจากบ้านแบบหัวฟู เสื้อผ้ายังไม่เลือก ผิวก็ดูไม่พร้อม และเรากำลังรีบมาก แต่พอได้ปัดแป้งเบาๆ เติมลิปโทนที่ชอบ ปัดแก้มให้ดูสดใส ทุกอย่างดูเหมือนเปลี่ยนไปทันที เหมือนโลกเริ่มเข้าที่เข้าทาง ความมั่นใจกลับมา และเรา
การแต่งหน้า การเสริมความมั่นใจทุกวัน ทำไม “เมคอัพ” จึงเป็นพลังใจให้ใครหลายคน
ในโลกที่หมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ เรามักถูกกดดันให้ “ต้องผลิต” อยู่ตลอดเวลา ต้องเป็นฝ่ายแอ็กทีฟ ต้องประสบความสำเร็จ ต้องโพสต์ชีวิตดี ๆ ให้เห็น และสำหรับหลายคนโดยเฉพาะในกลุ่ม Generation Z (เกิดประมาณช่วงปี 1997–2012) การพักผ่อนแบบเดิม ๆ อาจไม่เ
พักแบบไม่รู้สึกผิด Bed Rotting เมื่อ การอยู่เฉย ๆ คือ Self-Care ของคนรุ่นใหม่

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

เมื่อการย้ายเกม ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวในวงการเกมมือถือ หากมีอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง “ขยับตัว” ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก และเมื่อชื่อที่ถูกพูดถึงคือ “กายหงิด” อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น การตัดสินใจย้ายจาก ROV ไปสู่ MLBB (Mobile L
2026-01-16T10:41Z
อินฟลูเอนเซอร์ดัง “กายหงิด” ย้ายค่ายจาก ROV ซบ MLBB สัญญาณการเปลี่ยนขั้วของวงการเกมมือถือไทย
เมืองที่เดินไปทางไหนก็เจอห้างหากลองนัดเพื่อนในกรุงเทพฯ แล้วถามว่า “เจอกันที่ไหนดี” คำตอบที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนมักเป็นชื่อห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นห้างใกล้บ้าน ห้างติดรถไฟฟ้า หรือห้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพ
ทำไมกรุงเทพมหานครถึงมีห้างสรรพสินค้าเยอะมาก วิเคราะห์จากมุมเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์เมือง
cr.ข่าวสดเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่ง ปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม 2569 ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งตามแนวตอม่อและพาดขึ้นไปใต้คานสะพาน ความสูง มากกว่า 50 เมตร
ระทึกไฟไหม้ “สะพานภูมิพล 2”!!

บทความที่แนะนำ