โซห์ราน มัมดานี จากผู้อพยพสู่ผู้นำ นายกเทศมนตรีนิวยอร์กคนใหม่ที่กล้ายืนหยัดต้านทรัมป์

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-11-06T07:04Z
点赞
โซห์ราน มัมดานี จากผู้อพยพสู่ผู้นำ นายกเทศมนตรีนิวยอร์กคนใหม่ที่กล้ายืนหยัดต้านทรัมป์

ค่ำคืนแห่งชัยชนะที่ศาลาว่าการนิวยอร์กถูกปกคลุมด้วยเสียงปรบมือและโห่ร้องแห่งความดีใจ เมื่อ โซห์ราน มัมดานี (Zohran Mamdani) นักการเมืองหนุ่มวัย 34 ปี จากพรรคเดโมแครต ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีที่แน่นขนัดไปด้วยผู้สนับสนุน เขาประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “เราจะยืนหยัดต่อต้านการเมืองแห่งการแบ่งแยก” — คำพูดที่จุดไฟให้กับทั้งเมือง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ

เส้นทางของชายหนุ่มผู้มาจากอีกฟากโลก

โซห์ราน มัมดานี เกิดใน ยูกันดา ประเทศในแอฟริกา ก่อนจะย้ายมาตั้งรกรากที่นครนิวยอร์กกับครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก เขาเติบโตในย่าน Queens หนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก — สังคมที่เต็มไปด้วยผู้อพยพ แรงงาน และครอบครัวชนชั้นกลาง ซึ่งหล่อหลอมให้เขาเข้าใจคำว่า “ความเท่าเทียม” อย่างลึกซึ้ง

มัมดานีจบการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Bowdoin College และเริ่มต้นเส้นทางการเมืองในฐานะอาสาสมัครชุมชน ก่อนเข้าสู่สภารัฐนิวยอร์กในปี 2021 ในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนจากเขต Astoria ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่มีประชากรผู้อพยพมากที่สุดในเมือง 🌆

จากนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน กลายเป็นนักการเมืองหนุ่มที่พูดแทนเสียงของผู้ถูกมองข้าม — มัมดานีคือภาพสะท้อนของ “อเมริกันดรีม” เวอร์ชันใหม่ ที่ไม่ได้วัดจากเงินทอง แต่จาก “ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง” 💪

af65c323-19a7-4d2b-8a41-a68ab62e923b.jpeg

คำมั่นสัญญาที่เขียนด้วยความกล้า

ในสุนทรพจน์แห่งชัยชนะ มัมดานีกล่าวอย่างหนักแน่นว่า

“นิวยอร์กได้แสดงให้ประเทศเห็นแล้วว่า เราจะเป็นแสงสว่างในช่วงเวลาแห่งความมืดมนทางการเมือง”

เขาส่งสารตรงถึง โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เคยแสดงการสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามของเขาอย่างเปิดเผย พร้อมกล่าวว่า

“หากมีวิธีใดที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับเผด็จการ ก็คือการทำลายเงื่อนไขที่เอื้อให้เขาสะสมอำนาจ... นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะของผม แต่คือชัยชนะของประชาชน”

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วศาลากลางเมื่อเขากล่าวประโยคสุดท้าย

“โดนัลด์ ทรัมป์ ผมรู้ว่าคุณกำลังดูอยู่ — ผมมี 4 คำให้คุณ... เพิ่มเสียงขึ้นหน่อย!” 🔥

คำพูดนี้กลายเป็นไวรัลทันทีในโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นยืนของคนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ ที่ต่อต้านการเมืองแบบแบ่งแยก


ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนิวยอร์ก

ชัยชนะของมัมดานีไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้นำ แต่เป็น การสร้าง “ประวัติศาสตร์ใหม่” ให้กับนครนิวยอร์ก

เขาคือ นายกเทศมนตรีมุสลิมคนแรก ของเมือง
คือคนแรกที่มีเชื้อสาย เอเชียใต้
และคือคนแรกที่เกิดใน ทวีปแอฟริกา ที่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเมืองใหญ่ที่สุดในอเมริกา 🌍

ไม่เพียงเท่านั้น มัมดานียังกลายเป็น นายกเทศมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบศตวรรษ ของนิวยอร์ก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของประเทศ

41968c96-4322-455d-a87a-5bc8095453e1.jpeg

นโยบาย “เพื่อคนตัวเล็ก” ที่ตั้งใจผลักดัน

มัมดานีประกาศอย่างชัดเจนว่า เขาจะทำให้ “นิวยอร์กกลับมาเป็นของทุกคน” ไม่ใช่แค่ของคนรวยหรือบรรษัทใหญ่

แนวนโยบายหลักของเขาเน้นไปที่การ คุ้มครองชนชั้นแรงงาน
การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในสาขาอาชีพที่ยังถูกเอาเปรียบ
การสนับสนุนสิทธิของผู้อพยพและแรงงานข้ามชาติ
รวมถึงการผลักดันโครงการ บ้านราคาย่อมเยา (Affordable Housing) เพื่อให้คนธรรมดาในเมืองสามารถมีที่อยู่อาศัยได้จริง

นอกจากนี้ เขายังให้ความสำคัญกับ สิทธิของชุมชน LGBTQ+ และการปฏิรูปตำรวจในเชิงโครงสร้าง โดยเน้น “ความยุติธรรม” แทนการ “ใช้อำนาจ” 💬

มัมดานีเคยกล่าวไว้ว่า

“เราไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเมืองแห่งเสรีภาพได้ หากยังมีคนที่ต้องกลัวการถูกจับเพียงเพราะสีผิวหรือศาสนา”

ปะทะทรัมป์ การเมืองคนละขั้ว

ขณะที่มัมดานีกล่าวสุนทรพจน์ฉลองชัยชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความใน Truth Social ว่า “And it begins” — ประโยคสั้น ๆ ที่สะท้อนการยอมรับอย่างไม่เต็มใจ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ผ่านสื่อว่าจะ “ตัดงบประมาณสนับสนุนรัฐบาลกลางให้กับนิวยอร์ก” หากมัมดานีชนะเลือกตั้ง โดยอ้างว่าเขามีนโยบาย “ซ้ายสุดโต่ง”

แต่สำหรับชาวนิวยอร์กจำนวนมาก คำขู่นั้นกลับยิ่งจุดไฟให้พวกเขาเลือกมัมดานี เพราะเขาเป็นเสียงที่ตรงข้ามกับการเมืองแบบเดิม — การเมืองที่มุ่งเน้นอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน

หลังผลเลือกตั้งประกาศออกมา ทรัมป์ยังโพสต์เสริมว่า “ผมไม่ได้ลงสมัครเอง ไม่งั้นผลคงต่างออกไป” ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการปฏิเสธความพ่ายแพ้ในเชิงอัตตา

แต่ในขณะเดียวกัน มัมดานีกลับตอบโต้ด้วยรอยยิ้ม และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

“บางทีสิ่งที่นิวยอร์กต้องการ อาจไม่ใช่เสียงตะโกนที่ดังที่สุด แต่คือเสียงที่จริงที่สุด” 🗣️

43196a67-18db-43a8-8908-c15ed8ec820a.png

จากคนทำงานชุมชน สู่นักการเมืองเพื่อประชาชน

ก่อนเข้าสู่สนามการเมืองใหญ่ มัมดานีเป็นที่รู้จักในฐานะ นักเคลื่อนไหวชุมชน (Community Organizer) ที่ทำงานใกล้ชิดกับแรงงานและผู้อพยพ

เขาเคยร่วมก่อตั้งโครงการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยสำหรับแรงงานรายได้น้อย และจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสิทธิแรงงานในย่านควีนส์ ซึ่งเต็มไปด้วยแรงงานจากเอเชียใต้ แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ความเข้าใจในชีวิตของ “คนธรรมดา” ทำให้เขาแตกต่างจากนักการเมืองทั่วไป มัมดานีไม่ใช่คนที่พูดบนเวทีใหญ่แล้วหายไป แต่เป็นคนที่ “ลงมานั่งกินข้าวกับชาวบ้าน” อย่างแท้จริง 🍛


อุดมการณ์ “สังคมนิยมประชาธิปไตย” ที่ชัดเจน

มัมดานีเป็นสมาชิกของ Democratic Socialists of America (DSA) มาตั้งแต่ปี 2017 และนิยามตัวเองว่าเป็น “นักสังคมนิยมประชาธิปไตย”

แนวคิดของเขาไม่ใช่การล้มระบบทุน แต่คือการสร้าง รัฐที่เป็นธรรมและเท่าเทียม — รัฐที่ไม่ปล่อยให้ตลาดควบคุมชีวิตผู้คน และเชื่อว่ารัฐบาลมีหน้าที่ “ปกป้องคนที่ไม่มีเสียง”

เขาเชื่อว่า ความมั่งคั่งของนิวยอร์กไม่ควรถูกผูกขาดโดยคนไม่กี่กลุ่ม และนโยบายสาธารณะต้องตอบแทนผู้ที่สร้างเมืองนี้ขึ้นมาด้วยแรงงานของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟ หรือคนขับแท็กซี่ 🚕

เสียงจากประชาชนที่เชื่อมั่นในเขา

ในคืนวันเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนจำนวนมากหลั่งไหลมายังลานหน้า City Hall พร้อมถือป้าย “Mamdani for All” และ “New York Belongs to Everyone”

“เขาไม่ใช่นักการเมืองที่พูดจากบนเวที แต่เป็นคนที่เคยเดินกับเราในถนน” — นี่คือคำพูดจากหนึ่งในแรงงานผู้อพยพที่เคยร่วมกิจกรรมกับมัมดานี

อีกหลายเสียงจากกลุ่ม LGBTQ+ ก็ออกมาแสดงความยินดี โดยบอกว่า “เขาคือผู้นำที่เข้าใจเราโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเลย”

เสียงเหล่านี้สะท้อนว่ามัมดานีไม่ใช่แค่ “ผู้ชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้แทนความหวัง” ของชาวนิวยอร์กยุคใหม่ 🌈

818ac533-ffbf-4903-81e2-64679b11a508.png

เมืองที่กำลังจะเปลี่ยน

ชัยชนะของมัมดานีสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับลึกของนิวยอร์ก เมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจและอำนาจ กำลังเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “ความเป็นมนุษย์” มากกว่าผลกำไร

นโยบายของเขาในอนาคตอาจต้องเจอกับแรงต้านจากฝ่ายอนุรักษนิยม แต่สิ่งที่แน่นอนคือ เขาไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าพูด

โซห์ราน มัมดานี ไม่ได้เป็นเพียงนายกเทศมนตรีคนใหม่ของนิวยอร์ก แต่คือ “สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่าน”

เขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่า “การเมืองไม่ควรมีพรมแดนของเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศสภาพ”
เขาเป็นภาพสะท้อนของอเมริกาที่กำลังกลับมามีหัวใจอีกครั้ง ❤️

และในวันที่ 1 มกราคม 2026 เมื่อเขาเข้าทำงานอย่างเป็นทางการในศาลากลางนิวยอร์ก — เมืองนี้อาจจะเริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์ ที่นำโดยผู้นำผู้เชื่อว่า “ความเท่าเทียมคือพลังที่แท้จริงของประชาธิปไตย” 🗽✨

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2025 การเมืองไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุในชุมชนต่าง ๆ ต่างก็มีมุมมองและความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองที่แตกต่างกันออกไป หากเ
การเมืองไทย ปี 2025 : ความเปลี่ยนแปลงในยุคสังคมดิจิทัลและความหวังของประชาชน

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนสะสมหนักหลายวันในอำเภอหาดใหญ่ ที่สร้างความเสียหายต่อเขตเมือง โรงเรือน บ้านเรือน ถนน ตลาด และชุมชนต่าง ๆ มาหลายวัน — ล่าสุด สถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายถนนเส้นหลักและย่
📌 บรรยากาศหลังน้ำลด — หาดใหญ่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่
โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ไฟไหม้ ภัยแล้ง ดินถล่ม หรือแม้แต่ความผิดปกติของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกปี ทำให้ “การเตรียมตัวล่วงหน้า” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรมีเหมือนเค
เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควรเตรียมอะไรบ้าง? คู่มือเอาตัวรอดที่ทุกบ้านควรรู้
เข้าใจโดพามีน–ออกซิโทซิน ฮอร์โมนขับเคลื่อนพฤติกรรมของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ที่ทุกคนพยายามเข้าใจตัวเองและคนรอบตัวมากขึ้น มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ ความแตกต่างทางระบบประสาทระหว่างผู้ชายและผู้หญ
ผู้ชาย–ผู้หญิง “มีสมองที่ถูกเชื่อมต่อไม่เหมือนกันจริงหรือ?”