HIDO กลอนประตูดิจิตอล เข้าสู่ยุคที่ไม่ต้องพกกุญแจบ้าน

เคยไหมครับ? ตอนเช้ารีบออกจากบ้าน มือข้างหนึ่งถือกาแฟ อีกข้างถือกระเป๋า แล้วต้องมาค้นหากุญแจบ้านในกระเป๋าที่ลึกพอ ๆ กับหลุมดำ บางทีก็ลืมไว้ในบ้านอีก! ใช่ครับ ผมเองก็เคย
จนวันหนึ่งผมตัดสินใจ “อัปเกรดบ้าน” ให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว เริ่มจากของใกล้ตัวที่สุดอย่าง “กลอนประตูดิจิตอล” ซึ่งพูดตรง ๆ ตอนแรกก็แอบกลัวว่าใช้งานยาก ต้องต่อ Wi-Fi ต้องลงแอปอีกหรือเปล่า แต่หลังจากได้ลองจริง ผมบอกเลย ชีวิตเปลี่ยน
วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมารู้จักกับ HIDO กลอนประตูดิจิตอล แบรนด์สัญชาติไทยที่มาแรงในตลาด เพราะราคาคุ้ม ฟังก์ชันครบ และติดตั้งไม่ยุ่งยาก ใครกำลังมองหาวิธีปลดล็อกชีวิต (ทั้งประตูและความวุ่นวาย) ห้ามพลาดครับ
โลกของ “Digital Door Lock” ทำไมถึงต้องมี?
ก่อนจะไปถึง HIDO ขอเล่าให้ฟังนิดหนึ่งว่าทำไม “กลอนประตูดิจิตอล” ถึงกลายเป็นของมันต้องมีในบ้านยุคใหม่
สมัยก่อนเราป้องกันบ้านด้วย “ลูกบิด + กุญแจ” ซึ่งใช้งานง่ายแต่ก็เสี่ยงมาก หายทีคือเครียด ต้องเปลี่ยนทั้งชุด แถมยังมีปัญหาเรื่องคนในบ้านลืมล็อก หรือเปิดประตูไม่สนิท
แต่ในยุคสมาร์ตโฮมที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด ตั้งแต่ไฟบ้านยันเครื่องกรองน้ำ “ประตู” ก็เลยต้องฉลาดขึ้นด้วย กลอนประตูดิจิตอลเข้ามาแก้ปัญหาพวกนี้ด้วยแนวคิด “ปลอดภัย ใช้ง่าย และไม่ต้องพกกุญแจ”
เทคโนโลยีในกลุ่มนี้พัฒนาเร็วมากครับ จากที่เคยใช้แค่ “รหัส” ตอนนี้มีตั้งแต่สแกนนิ้ว ใบหน้า การ์ด ไปจนถึงสั่งปลดล็อกผ่านมือถือหรือแม้แต่ Wi-Fi จากที่ทำงานก็ยังดูได้ว่าใครเปิดประตูเข้าบ้าน
และสิ่งที่ทำให้ผมสนใจ HIDO คือ มันให้ฟีเจอร์ระดับเดียวกับแบรนด์ต่างประเทศ แต่ราคากลับ “คนไทยจ่ายไหว” นี่แหละที่น่าคุย
ทำความรู้จักกับ HIDO กลอนประตูดิจิตอล
HIDO คือใคร?
HIDO เป็นแบรนด์ที่โฟกัสตลาดกลอนประตูดิจิตอลในประเทศไทยโดยเฉพาะ จุดเด่นของเขาคือ ฟังก์ชันจัดเต็มในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมการรับประกันสินค้าถึง 1 ปีเต็ม เหมาะสำหรับทั้งคนที่อยากเริ่มต้นลองใช้ระบบดิจิตอลล็อกครั้งแรก หรือคนที่อยากอัปเกรดจากลูกบิดเดิมโดยไม่ต้องลงทุนสูง
แบรนด์นี้ขายหลัก ๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada, JD Central ซึ่งสะดวกทั้งการเลือกซื้อและการเทียบสเปก
จุดเด่นหลักของ HIDO
1. วิธีปลดล็อกหลากหลาย
HIDO ให้ทางเลือกในการเปิดประตูที่มากกว่า “รหัสเดียวจบ” รุ่นส่วนใหญ่รองรับ
-
สแกนลายนิ้วมือ ความเร็วระดับ 0.5 วินาที
-
กดรหัสผ่าน ตั้งรหัสเองได้
-
คีย์การ์ด IC สำหรับผู้สูงอายุหรือเด็กที่ยังไม่ถนัดพิมพ์รหัส
-
กุญแจฉุกเฉิน สำหรับกรณีไฟหมด
-
บางรุ่น (อย่าง HD-632TUYA) ยังรองรับการเชื่อมต่อกับแอป TUYA / Smart Life ผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth ทำให้สั่งปลดล็อกจากมือถือได้เลย
พูดง่าย ๆ คือจะเปิดแบบไหนก็ได้หมด อยู่บ้านก็สะดวก ออกนอกบ้านก็ไม่ต้องกลัวลืมกุญแจ
2. วัสดุแข็งแรง ใช้งานได้จริง
ตัวบอดี้ของกลอน HIDO ผลิตจาก โลหะผสมสังกะสี (Zinc Alloy) หรือ สแตนเลส ในรุ่นท็อป ส่วนบางรุ่นที่เน้นน้ำหนักเบาจะใช้ ABS เกรดแข็งแรง ซึ่งถือว่าทนต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วนได้ดี
ตรงนี้สำคัญนะครับ เพราะกลอนประตูเป็นอุปกรณ์ที่ต้องโดนมือทุกวัน ถ้าวัสดุไม่ดีพังเร็วแน่
3. ฟังก์ชันความปลอดภัยครบ
HIDO ใส่ใจเรื่อง ความปลอดภัยเชิงเทคนิค พอสมควร เช่น
-
ระบบล็อกอัตโนมัติ ทันทีที่ประตูปิด
-
เสียงเตือนเมื่อแบตอ่อน ไม่ต้องกลัวเปิดไม่ได้
-
โหมดป้องกันรหัสแอบมอง (Anti-peep code) สามารถใส่ตัวเลขสุ่มก่อนหรือหลังรหัสจริง เพื่อป้องกันคนยืนดูอยู่ใกล้ ๆ
-
สัญญาณเตือนการงัดแงะ หากมีแรงกระแทกหรือพยายามเปิดผิดหลายครั้ง
พูดตรง ๆ ฟังก์ชันแบบนี้เคยมีเฉพาะในแบรนด์ต่างประเทศราคา 8,000–10,000 บาท แต่ HIDO ให้มาในรุ่นราคาหลักพันกลางถึงปลาย ถือว่าคุ้มมาก
รุ่นยอดนิยมของ HIDO
🔸 รุ่นลูกบิด (เช่น HD-401, HD-408)
เหมาะกับห้องนอนหรือประตูห้องพักทั่วไปที่อยากเปลี่ยนจากลูกบิดธรรมดาเป็นดิจิตอลล็อก ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะเพิ่มมาก และราคาย่อมเยา (ราว 1,500–2,000 บาทต้น ๆ)
ผมเคยลองติดตั้ง HD-408 เอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พร้อมถ่าน AA 4 ก้อนก็พร้อมใช้งานเลย
🔸 รุ่นมือจับเต็มบอดี้ (เช่น HD-630, HD-632)
รุ่นนี้เหมาะกับประตูบ้านหลัก หน้าบ้าน หรือคอนโดที่ต้องการความแข็งแรงสูง หน้าจอสัมผัสมีไฟ LED ใช้งานกลางคืนได้ดี มีฟังก์ชัน Wi-Fi / Bluetooth ครบ
ดีไซน์ดูพรีเมียมขึ้นมาทันที ติดแล้วบ้านดู “Smart Home” ขึ้นแบบเห็นได้ชัด
ข้อควรรู้ก่อนซื้อ HIDO
ก่อนกดสั่งจากร้านออนไลน์ มีเรื่องเล็ก ๆ ที่ควรรู้ไว้ครับ
1. ตรวจสอบขนาดประตู
กลอนแต่ละรุ่นรองรับความหนาของประตูไม่เท่ากัน (โดยทั่วไปอยู่ที่ 35–55 มม.) ถ้าเป็นประตูไม้หนา หรือมีวงกบพิเศษ ควรวัดให้แน่ใจ หรือปรึกษาช่างก่อนสั่ง
2. ติดตั้งเองได้ไหม?
ถ้ามือใหม่มาก ๆ แนะนำให้จ้างช่างครับ แต่ถ้ามีประสบการณ์ DIY มาบ้าง รุ่นลูกบิดสามารถติดตั้งเองได้สบาย เพราะ HIDO ให้คู่มือและอุปกรณ์ครบ
3. การเชื่อมต่อแอป
รุ่นที่รองรับ Wi-Fi เช่น HD-632TUYA ต้องเชื่อมกับแอป TUYA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Smart Home สากล สามารถตั้งรหัส เปิด–ปิดล็อก และดูประวัติการใช้งานได้
ถ้าใครใช้สมาร์ตดีไวซ์อื่น ๆ ที่รองรับ TUYA อยู่แล้ว เช่น หลอดไฟอัจฉริยะ ก็สามารถรวมเข้ากับระบบเดียวกันได้เลย
สรุป: ทำไม HIDO ถึงคุ้มค่าสำหรับคนยุคนี้
หลังจากลองใช้และเทียบกับหลายแบรนด์ในช่วงราคาคล้ายกัน ผมมองว่า HIDO คือ “จุดเริ่มต้นของสมาร์ตล็อกสำหรับทุกคน”
-
ราคาย่อมเยา แต่ให้ฟังก์ชันครบ (สแกนนิ้ว + รหัส + การ์ด + แอป)
-
ดีไซน์ดูดี ทนทาน
-
ติดตั้งง่าย
-
มีการรับประกัน 1 ปี
-
เหมาะทั้งบ้าน คอนโด ห้องเช่า หรือออฟฟิศ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าอยากลองเข้าสู่โลกของ “Smart Living” โดยไม่ต้องจ่ายแพง HIDO คือคำตอบที่ใช่
เคล็ดลับการใช้งานให้ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด
-
เปลี่ยนรหัสทันทีหลังติดตั้ง – เพื่อป้องกันรหัสจากโรงงานที่อาจถูกคาดเดาได้
-
ตรวจเช็กถ่านเดือนละครั้ง – อย่ารอให้หมดแล้วค่อยเปลี่ยน
-
ใช้ฟีเจอร์ Anti-peep code – เวลามีคนอยู่ใกล้ ๆ ให้ใส่ตัวเลขหลอกก่อนหรือหลังรหัสจริง
-
อัปเดตแอป TUYA เป็นเวอร์ชันล่าสุด – เพื่อให้ระบบเชื่อมต่อเสถียร
-
เก็บกุญแจฉุกเฉินไว้ที่ปลอดภัยแต่เข้าถึงได้ – เผื่อแบตหมดในวันที่ลืมชาร์จ
สรุป บ้านอัจฉริยะ เริ่มจาก “ประตู”
ทุกครั้งที่เรากลับบ้าน สิ่งแรกที่เราเจอคือ “ประตู” และสิ่งแรกที่เราทำคือ “เปิดมัน”
การเปลี่ยนจากลูกบิดธรรมดาเป็นกลอนดิจิตอลไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือการอัปเกรด “วิถีชีวิต” ให้สะดวก ปลอดภัย และเท่ในแบบที่เราเลือกได้เอง
ถ้าคุณยังลังเลว่า “ของแบบนี้จะคุ้มไหม?” ผมขอให้ลองสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจคำว่า “ชีวิตที่ไม่ต้องพกกุญแจ” มันสบายแค่ไหน
แนะนำสำหรับคุณ
Bluetooth Earphone|ปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัด: พร้อมฟังเสียงที่ไร้ขอบเขตในทุกการเดินทาง
เปิดโลกบ้านอัจฉริยะกับ Xiaomi
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
น้ำยาบ้วนปาก🛁 ไอเทมเพิ่มความมั่นใจประจำวัน
ลิปสติก ไอเทมชิ้นเล็กแต่สำคัญมาก


