Keychron B1 Pro Ultra-Slim Wireless Keyboard คีย์บอร์ดไร้สายสไตล์บางเฉียบ ที่เกิดมาเพื่อชีวิตยุคมัลติอุปกรณ์

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-11-26T08:02Z
点赞
Keychron B1 Pro Ultra-Slim Wireless Keyboard คีย์บอร์ดไร้สายสไตล์บางเฉียบ ที่เกิดมาเพื่อชีวิตยุคมัลติอุปกรณ์

มีช่วงหนึ่งที่การทำงานของคนยุคดิจิทัลเริ่มเปลี่ยนไปแบบเงียบ ๆ แต่ทรงพลังมาก หลายคนทำงานบนโน้ตบุ๊ก สลับไปแท็บเล็ต ต่อมือถือขึ้นจอใหญ่บ้าง บางคนเปิดประชุมบนเครื่องหนึ่ง แต่จดบันทึกบนอีกเครื่องหนึ่ง ทำงานกันแบบ Multi-Device เป็นเรื่องปกติไปแล้ว และยิ่งถ้าเป็นสายไอที คนที่มีแกดเจ็ตกองเต็มโต๊ะหรือพร้อมเปิดเป้ออกมาเอาอุปกรณ์เสริมชนิดต่าง ๆ ได้ทันที คีย์บอร์ดไร้สายพกง่ายจึงกลายเป็นของที่เรียกว่า “ช่วยชีวิต” ในหลายสถานการณ์

หนึ่งในเทรนด์ที่โตขึ้นเรื่อย ๆ คือคีย์บอร์ดแบบ Ultra-Slim ที่เอาไอเดียมาจากคีย์บอร์ดของแล็ปท็อปชั้นนำ ความบาง น้ำหนักเบา ใช้งานนาน ไม่ต้องชาร์จบ่อย และพร้อมเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์แบบรวดเร็ว ซึ่ง Keychron ก็เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานร่วมกับหลายระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว รุ่นที่กำลังได้รับความสนใจมากในตอนนี้คือ Keychron B1 Pro Ultra-Slim Wireless Keyboard คีย์บอร์ดไร้สายขนาด 75% ที่โฟกัสทั้งความบางเฉียบ ความเบาสบาย และอายุแบตเตอรี่ที่ยาวชนิดอาจทำให้หลายคนลืมว่าคีย์บอร์ดเครื่องนี้ต้องชาร์จอยู่บ้าง

บทความนี้จะพาเจาะลึกว่ารุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจ ทำไมกำลังเป็นที่จับตามองในกลุ่มคนทำงาน สายรีวิวแกดเจ็ต หรือสาย Coding ที่ต้องพิมพ์แบบยาว ๆ รวมถึงแนะนำข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการอธิบายเชิงเทคนิคให้อ่านง่าย ไม่ขายตรง แต่ทำให้เข้าใจชัดเจนแบบสายไอทีที่พูดสนุก ๆ และใส่มุม Geek แบบพอดี ๆ


ความบางแบบ Ultra-Slim ทำงานนอกสถานที่ได้ลื่น ไม่ต้องแบกของหนักอีกต่อไป

ถ้าพูดถึงความบาง หลายคนอาจคิดว่า “บางแค่ไหนกันเชียว” แต่ตัวเลขของ B1 Pro คือ ความสูงด้านหน้าเพียง 5.2 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าบางกว่าคีย์บอร์ดดีไซน์พกพาทั่วไปแบบรู้สึกได้ชัดเจน ถือในมือแล้วคล้ายแท็บเล็ตขนาดเล็ก ๆ มากกว่าคีย์บอร์ดแบบเดิม

น้ำหนัก 425 กรัม ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเกิดมาเพื่อพกพาจริง ๆ ใส่ในกระเป๋าโน้ตบุ๊กได้โดยไม่เพิ่มภาระให้ไหล่หรือหลังเวลาต้องเดินทั้งวัน เหมาะกับสายคาเฟ่ สายเดินทางประชุม หรือคนที่ต้องปรับสภาพแวดล้อมการทำงานไปเรื่อย ๆ

ดีไซน์ 75% ก็เป็นอีกจุดที่ลงตัวมาก เพราะยังมีปุ่มฟังก์ชันครบ ใช้ทำงานจริงได้ ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนคีย์บอร์ด Mini จนเกินไป ตรงนี้เหมาะกับคนที่ต้องใช้ปุ่มลูกศรบ่อย ใช้ Home/End/Page Up/Down หรือปุ่ม Fn แบบจำเป็น ทำให้การพิมพ์ยาว ๆ บนโต๊ะเล็ก ๆ ไม่เป็นปัญหา


9e6611a902bf4c8ea06381ff5b159828.png

Tri-Mode เชื่อมต่อ 3 รูปแบบ สลับอุปกรณ์เร็วเหมือนมี AI มาช่วยกดสวิตช์ให้

ยุคที่คนมีอุปกรณ์หลายชิ้นบนโต๊ะ การเชื่อมเรื่อย ๆ หลุดบ้าง ลืมสลับบ้าง เป็นเรื่องหน้าปวดหัวพอสมควร B1 Pro มาแก้เกมด้วย Tri-Mode ที่มีทั้ง

  • ไร้สาย 2.4GHz พร้อมดองเกิล สำหรับใครที่อยากได้ความนิ่ง ความหน่วงต่ำ

  • Bluetooth 5.2 ที่สลับได้สูงสุด 3 อุปกรณ์

  • โหมดมีสาย USB-C สำหรับการใช้งานแบบจริงจัง หรือแก้ปัญหาตอนแบตจะหมด

การสลับอุปกรณ์บน Bluetooth ทำได้รวดเร็วมาก และเป็นจุดที่ผู้ใช้งาน Multi-platform ชอบมาก เช่น ทำงานบนโน้ตบุ๊ก Windows แต่มี iPad สำหรับจดงาน หรือสลับพิมพ์ข้อความบนมือถือ การกดปุ่มสลับเพียงหนึ่งครั้งทำให้เปลี่ยนอุปกรณ์ได้ทันที

ความน่าสนใจอีกอย่างคือดองเกิล 2.4GHz ที่เหมาะกับคนทำงานด้าน Coding งานออกแบบ หรืองานตัดต่อที่ต้องการความตอบสนองแบบเสถียรและเร็วกว่า Bluetooth การมีสามโหมดนี้ในแผงเดียวจึงตอบโจทย์สูงมากใครที่อยากได้คีย์บอร์ดพกพาแบบใช้งานระดับจริงจัง


Scissor Switch ความรู้สึกคล้ายแล็ปท็อปตัวแรง พิมพ์เงียบและแม่นยำ

สวิตช์แบบกรรไกรหรือ Scissor Switch เป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นเคยจากแล็ปท็อประดับพรีเมียม โดยเฉพาะกลุ่ม Ultrabook หรือ MacBook จุดเด่นของรูปแบบนี้คือ

  • การตอบสนองที่นิ่ง

  • ระยะกดสั้น

  • แรงต้านไม่มาก ทำให้พิมพ์ได้นาน

  • เสียงเงียบ ไม่รบกวนคนอื่นในห้องทำงานหรือคาเฟ่

สาย Coding หรือคนทำงานเอกสารหนัก ๆ จะชอบความบาลานซ์ของสวิตช์แนวนี้ เพราะนิ้วไม่ล้า และเคอร์เซอร์ตอบรับแม่นยำ การพิมพ์เร็ว ๆ ก็ยังคุมได้ดี ขณะที่เสียงเบาทำให้เหมาะกับการประชุมออนไลน์หรือการทำงานในพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ


แบตเตอรี่ที่อึดสุด ๆ ใช้ได้นานถึง 1,200 ชั่วโมง

หนึ่งในตัวเลขที่โดดเด่นมากคือ อายุการใช้งานสูงสุด 1,200 ชั่วโมง หรือประมาณ 8 เดือน หากใช้งานแบบปิดไฟแบ็คไลท์ ซึ่งรุ่นนี้ไม่มีไฟอยู่แล้ว จึงได้ประโยชน์เต็ม ๆ ในการประหยัดพลังงาน

สิ่งนี้ทำให้ B1 Pro แตกต่างจากคีย์บอร์ดไร้สายบางรุ่นที่ต้องชาร์จทุกสัปดาห์ หรือบางครั้งลืมชาร์จแล้วต้องพึ่งสายไปทั้งวัน การไม่ต้องกังวลเรื่องแบตช่วยเพิ่มประสบการณ์ใช้งานมากขึ้น ทั้งการพกไปเรียน ไปทำงาน ไปคาเฟ่ รวมถึงการทำงานเคลื่อนที่แบบเดินทางบ่อย


รองรับ Mac, Windows, Linux แบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก

ความยืดหยุ่นในการรองรับหลายระบบปฏิบัติการเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ Keychron อยู่แล้ว รุ่น B1 Pro ให้เลย์เอาต์สำหรับ Mac มาในตัว และยังปรับไปใช้งานกับ Windows และ Linux ได้ทันทีด้วยการสลับโหมด ใช้งานลื่นแบบไม่ต้องลงไดรเวอร์เพิ่ม

เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้โน้ตบุ๊ก Windows แต่มี iPad หรือ Mac สำหรับงานเฉพาะทาง หรือแม้แต่คนที่โฮสต์เซิร์ฟเวอร์ Linux ไว้ในบ้านแล้วต้องการคีย์บอร์ดหนึ่งตัวที่ใช้กับทุกระบบได้เลย


75ae04a93c5f44568c3b073e97530af1.png

ปรับแต่งได้ด้วย Keychron Launcher แบบไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

เทรนด์การปรับแต่งคีย์บอร์ดกำลังมาแรง รุ่นนี้รองรับ Keychron Launcher ที่ใช้ผ่านเว็บได้ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่อง จึงสะดวกมากสำหรับผู้ใช้ที่ไม่อยากโหลดซอฟต์แวร์เพิ่มให้หนักเครื่องหรือกินทรัพยากร

ปรับได้ทั้ง

  • Keymap

  • Macro

  • ปุ่มลัดต่าง ๆ
    เหมาะกับสาย Productivity ที่อยากให้ปุ่มบางปุ่มทำงานเฉพาะกิจ เช่น สลับหน้าต่าง เปิด Terminal คำสั่งประจำวัน หรือจัดวางปุ่มให้เหมาะกับงานของตนเอง


bfb9b397d3934382a7c8c141217438d1.png

ข้อจำกัด: ไม่มีไฟแบ็คไลท์ แต่ช่วยให้ประหยัดแบตมากขึ้น

รุ่น B1 Pro ไม่มีไฟแบ็คไลท์ ซึ่งสำหรับบางคนอาจถือเป็นข้อจำกัด แต่ถ้าใช้งานในที่สว่างหรือพิมพ์แบบสัมผัสจนชิน ข้อนี้แทบไม่เป็นปัญหาเลย แถมยังเป็นจุดที่ทำให้แบตเตอรี่รุ่นนี้ยาวนานเป็นพิเศษ ใครที่ต้องการคีย์บอร์ดพกไปทำงานทั้งวันแบบไม่ต้องกลัวแบตหมด ถือว่าเป็นข้อดีที่เห็นผลจริงในระยะยาว


สรุปภาพรวม: คีย์บอร์ด Ultra-Slim ที่บาลานซ์ที่สุดสำหรับการพกพาและทำงานแบบ Multi-Device

Keychron B1 Pro Ultra-Slim Wireless Keyboard เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการคีย์บอร์ดไร้สายแบบเบาสบาย ตัวบางมาก เชื่อมต่อได้หลายอุปกรณ์ และมีแบตเตอรี่ยาวนานแบบแทบลืมชาร์จ โดยยังคงการใช้งานระดับจริงจังด้วยสวิตช์แบบกรรไกรและเลย์เอาต์ 75% ที่มีปุ่มจำเป็นครบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สวัสดีครับสายไอที สายเกมเมอร์ และชาวออฟฟิศทุกท่าน! ช่วงนี้ใครกำลังมองหาคีย์บอร์ดใหม่ไว้พิมพ์งาน เล่นเกม หรือแต่งโต๊ะคอมให้ดูเท่รับปี 2025 อยู่บ้าง? วันนี้ผมจะพาไปเปิดลิสต์ “10 คีย์บอร์ด ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 พิมพ์สนุก ทนทาน ดีไซน์สวย” อัปเดตล
10 คีย์บอร์ด ยี่ห้อไหนดี ปี 2025 พิมพ์สนุก ทนทาน ดีไซน์สวย
ทำไม iPad ถึงควรมีคีย์บอร์ดไร้สายและเมาส์?แม้ว่า iPad จะถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานจอสัมผัสเป็นหลัก แต่หลาย ๆ งาน เช่น งานพิมพ์เอกสาร รายงาน การทำงานผ่าน Google Docs, Microsoft Word หรือ Excel หากต้องใช้จอนาน ๆ มันอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะ…• ความเร็ว
ไอเทมสาวก iPad  must have📱💻
ในยุคที่อุปกรณ์ไอทีแข่งขันกันด้วยความล้ำหน้าระดับเสี้ยววินาที คีย์บอร์ดก็กลายเป็นหนึ่งในแกดเจ็ตที่หลายคนให้ความสำคัญไม่แพ้เมาส์หรือหูฟัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องพิมพ์งานทั้งวัน หรือสายเกมที่การกดพลาดหนึ่งครั้งอาจตัดสินผลแพ้–ชนะ ทุกวันนี้มีคีย
Keychron C2 Pro 8K: คีย์บอร์ดเรโทรยุค 80 ที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง 8,000 Hz สำหรับสายเกม สายพิมพ์ และสายรักการปรับแต่ง

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

บ้านสะอาดไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาในวันที่งานประจำแน่น ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนมีค่ามากขึ้น การทำความสะอาดบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ Smart Home ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้บ้านสะอาดได้เองโดยไม่ต้องออกแรง
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนชีวิตคนเมืองวันนี้เต็มไปด้วยงาน เวลา และความเร่งรีบ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ควรเป็นแค่ของใช้ แต่ต้องเป็น “ผู้ช่วย” ที่ลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง และนี่คือจุดที่ชื่อของ Autobot ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย
เครื่องใช้ไฟฟ้า Autobot จากผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่ สู่ไอเท็มอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอถ้าพูดถึงชื่อ TCL ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือทีวีจอใหญ่ คมชัด ราคาดี แต่ในความเป็นจริง TCL ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจจอภาพอีกต่อไป วันนี้ TCL คือหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสานเท
เครื่องใช้ไฟฟ้า TCL จากผู้นำเทคโนโลยีจอสู่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรที่คนยุคใหม่เลือกใช้

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ