Redmi Note 13 Pro+ 5G สมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่คุ้มที่สุดในซีรีส์ Note มาพร้อมชิปเกมมิ่ง 4nm กล้อง 200MP และชาร์จ 120W

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-12-11T02:55Z
点赞
Redmi Note 13 Pro+ 5G สมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่คุ้มที่สุดในซีรีส์ Note มาพร้อมชิปเกมมิ่ง 4nm กล้อง 200MP และชาร์จ 120W

ในทุกปี Xiaomi มักทำให้ซีรีส์ Redmi Note กลายเป็นรหัสลับของคำว่า “คุ้มค่าแบบเหนือความคาดหมาย” แต่ปีนี้ Redmi Note 13 Pro+ 5G ดูเหมือนจะยกระดับไปไกลกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นชิป Dimensity 7200-Ultra ที่แรงประหยัดพลังงานระดับ 4nm กล้อง 200MP ที่มาพร้อม OIS คุณภาพสูง หน้าจอ CrystalRes AMOLED 1.5K หรือแม้แต่การรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกสำหรับซีรีส์นี้

บวกกับการที่มีให้เลือกสองความจุคือ 8GB+256GB และ 12GB+512GB ทำให้รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น “เรือธงราคาคุ้ม” ของ Xiaomi อย่างแท้จริง เพราะสเปกระดับนี้โดยทั่วไปต้องจ่ายมากกว่าหลายพัน แต่ในตระกูล Redmi Note สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมาก

เทรนด์ช่วงนี้ในตลาดสมาร์ตโฟนคือ “เครื่องพรีเมียมในงบกลาง” และ Redmi Note 13 Pro+ 5G กำลังเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการทั้งดีไซน์ ความเร็ว และคุณภาพกล้องในเครื่องเดียวแบบไม่ต้องกระเป๋าฉีก


f98dad65c0824908965585fad1b1ad58.png

สเปก Redmi Note 13 Pro+ 5G แบบชัดเจน: คม แรง ลื่น ครบที่สุดในตระกูล Note

นี่คือรายละเอียดสเปกของ Redmi Note 13 Pro+ 5G ทั้งสองรุ่น

คุณสมบัติ

รายละเอียด

ชิปเซ็ต

MediaTek Dimensity 7200-Ultra (4nm) Octa-Core สูงสุด 2.8GHz

RAM

8GB / 12GB LPDDR5 (ขยาย Virtual RAM ได้)

ROM

256GB / 512GB UFS 3.1

หน้าจอ

AMOLED 6.67 นิ้ว 1.5K CrystalRes, 120Hz, 1800 nits, Dolby Vision, HDR10+

กล้องหลัง

200MP (หลัก, OIS) + 8MP Ultra-wide + 2MP Macro

กล้องหน้า

16MP

แบตเตอรี่

5,000 mAh

ชาร์จ

120W HyperCharge (เต็ม 100% ในราว 19 นาที)

กันน้ำกันฝุ่น

IP68

กระจกหน้า

Gorilla Glass Victus

ระบบปฏิบัติการ

MIUI 14 บน Android 13

ดีไซน์

หน้าจอโค้ง Curved AMOLED ระดับพรีเมียม

แค่เห็นตัวเลขกล้อง 200MP ก็รู้แล้วว่ารุ่นนี้เน้นความละเอียดภาพเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจกว่าตัวเลขสูง ๆ คือ “OIS คุณภาพจริงจัง” ซึ่งช่วยให้ภาพสว่าง คม และนิ่งแม้ในที่แสงน้อย การประมวลผลภาพก็ทำได้สมดุล ให้รายละเอียดที่ดีไม่หลุดโทนธรรมชาติ


e36e651b-7733-4181-9b45-ced6ba020494.png

ประสิทธิภาพระดับเรือธงจริงหรือแค่ตัวเลข? มาดูเจาะลึก Dimensity 7200-Ultra กัน

ชิป Dimensity 7200-Ultra ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4nm ซึ่งช่วยลดความร้อนและเพิ่มความเสถียรเวลาเล่นเกมหรือทำงานหนัก ทำให้เครื่องทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เกิดอาการเฟรมเรตตกหนักเหมือนบางรุ่นในระดับราคาเดียวกัน

หลายการทดสอบให้คะแนน AnTuTu สูงกว่า 800,000+ คะแนน ซึ่งถือว่าไหลลื่นสำหรับเกมฮิตในตลาดตอนนี้ เช่น

  • ROV เปิดโหมดเฟรมเรตสูงได้อย่างสบาย

  • PUBG เล่นได้เสถียรในกราฟิกระดับ HD

  • Genshin Impact เปิดระดับกลางได้อย่างสมูทในหลายฉาก

ความแรงนี้ยังช่วยในการตัดต่อวิดีโอสั้น การประมวลผลภาพหลายใบพร้อมกัน หรือการใช้งานแบบ Multi-tasking ที่หนักกว่ามือถือรุ่นราคากลางทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด


หน้าจอ 1.5K CrystalRes AMOLED ที่คมกว่าราคา: สีสด รายละเอียดสูง ความสว่างทะลุ 1800 nits

ในโลกของหน้าจอมือถือ ความละเอียดที่อยู่ระหว่าง FHD+ และ QHD+ แบบ 1.5K ถือว่าเป็นโซนสมดุลของความชัดและความกินแบต จุดเด่นคือความคมชัดของตัวอักษร ภาพ และสีที่นิ่งสบายตา โดยเฉพาะเวลาอ่านคอนเทนต์หรือดูคลิปความละเอียดสูง

จุดเด่นหลัก ๆ ของจอรุ่นนี้คือ:

  • ความสว่างสูงสุด 1800 nits ใช้งานกลางแดดได้สบาย

  • รองรับ Dolby Vision & HDR10+ ภาพดูมีมิติมากขึ้น

  • อัตรารีเฟรช 120Hz ช่วยให้สัมผัสดูลื่น

พาแนลแบบโค้ง Curved AMOLED ยังทำให้ตัวเครื่องดูพรีเมียมขึ้นอย่างมาก และเป็นครั้งแรกของซีรีส์ Note ที่ให้ดีไซน์ระดับนี้


4abb04ca-c35f-49a9-aee7-f5655a2ad147.png

กล้อง 200MP พร้อม OIS ที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขสวย ๆ

กล้องความละเอียดสูงมีข้อดีตรงการเก็บรายละเอียดได้มาก ทั้งในที่แสงมากหรือแสงน้อย แต่ถ้าขาดระบบกันสั่นดี ๆ ก็แทบไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ซึ่ง Redmi Note 13 Pro+ 5G ใส่ OIS คุณภาพสูงเข้ามา ทำให้:

  • ภาพกลางคืนสว่างขึ้น

  • รายละเอียดคมกว่า

  • ภาพเบลอจากการขยับมือมีโอกาสเกิดน้อยลง

สีภาพจากเซนเซอร์ยังถูกปรับให้ธรรมชาติ ไม่โอเวอร์จนอิ่มเกินจริง ขึ้นอยู่กับโหมดการประมวลผลที่เลือก

กล้อง Ultra-wide 8MP และ Macro 2MP ทำหน้าที่ในงานทั่วไปได้ดี โดยเฉพาะ Ultra-wide ที่เหมาะกับการถ่ายทิวทัศน์หรือสถานที่ท่องเที่ยว


9cafdc0b-d1a9-47cd-985a-92fd681a2642.png

120W HyperCharge ชาร์จเต็มในราว 19 นาที แบบรวดเร็วระดับเรือธง

การมีระบบชาร์จ 120W ในมือถือระดับกลางถือว่าเป็นหนึ่งในความคุ้มที่สุดของรุ่นนี้ เพราะโดยทั่วไปความเร็วนี้มักอยู่ในรุ่นราคาเรือธงเท่านั้น

ข้อดีของ HyperCharge มีดังนี้:

  • เครื่องพร้อมใช้งานเร็วมาก

  • เติมพลังทันใจเวลารีบออกจากบ้าน

  • ออกแบบระบบป้องกันความร้อนและควบคุมพลังงานให้เหมาะสม

แบต 5,000 mAh ให้การใช้งานตลอดทั้งวัน แม้จะเป็นเครื่องที่แรงและหน้าจอสว่างมาก


ความพรีเมียมที่ไม่เคยมีในซีรีส์ Note: IP68 และ Gorilla Glass Victus

นี่คือครั้งแรกของซีรีส์ Redmi Note ที่รองรับ IP68 ซึ่งหมายถึง:

  • กันน้ำระดับความลึกสูงสุด 1.5 เมตรได้นาน 30 นาที

  • กันฝุ่นได้เต็มมาตรฐาน

นอกจากนี้ Gorilla Glass Victus ยังให้การป้องกันกระแทกและรอยขีดข่วนได้มากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานสมาร์ตโฟนอย่างต่อเนื่อง หรือพกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย


ดีไซน์จัดเต็มแบบพรีเมียม จอขอบโค้ง โทนสีหรู ดูแพงกว่าเครื่องระดับเดียวกัน

Redmi Note 13 Pro+ 5G ใช้ดีไซน์จอโค้ง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้มันแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าแทบทั้งหมด ขอบเครื่องดูบางกว่าเดิม จับถือสบาย และภาพลักษณ์โดยรวมดูหรูระดับใกล้เคียงมือถือเรือธง

การจัดวางกล้องด้านหลังยังดูโปรขึ้น และการเลือกใช้วัสดุแบบพรีเมียมทำให้ตัวเครื่องดูสวยสะดุดตา ไม่ได้ให้ฟีล “มือถือกลางราคา” แบบรุ่นทั่วไปในตลาด


จุดเด่นที่ผู้เชี่ยวชาญชื่นชม

การรวบรวมมุมมองจากรีวิวหลายแหล่งจะเห็นประเด็นเด่นดังนี้:

  • กล้อง 200MP คุณภาพดีขึ้นอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะภาพกลางคืน

  • ชิป Dimensity 7200-Ultra ให้ความแรงเสถียรและเฟรมเรตดี

  • ดีไซน์โค้งพรีเมียม ทำให้จับถือดูหรูและโดดเด่นกว่าเครื่องทั่วไป

  • รองรับ IP68 ซึ่งหาไม่ได้ง่ายในเรตราคานี้

  • ชาร์จไว 120W ติดอันดับความเร็วระดับท็อปในตลาด

ทั้งหมดนี้รวมกันกลายเป็นโปรไฟล์ของสมาร์ตโฟนที่ “สมดุลทุกมิติ”


เคล็ดลับเลือกซื้อ Redmi Note 13 Pro+ 5G ให้คุ้มที่สุด

  1. เลือกรุ่นความจุตามการใช้งานจริง

    ถ้าถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอเยอะ เลือกรุ่น 512GB จะสบายกว่า

  2. ตั้งค่ากล้องให้เหมาะกับสภาพแสง

    โหมดกลางคืนทำงานได้ดี แต่โหมด 200MP เหมาะกับภาพที่ต้องการรายละเอียดสูงที่สุด

  3. ใช้ชาร์จ 120W อย่างเหมาะสม

    แม้ระบบจะปลอดภัย แต่การเปิดโหมดชาร์จเร็วตลอดเวลาอาจไม่จำเป็นทุกรอบ

  4. เลือกเคสที่รองรับขอบโค้ง

    เพื่อการปกป้องและใส่ใช้งานได้ถนัด


สรุป: Redmi Note 13 Pro+ 5G คือเรือธงราคาคุ้ม ที่รวมทุกเทคโนโลยีไว้ในรุ่นเดียว

ถ้ากำลังมองหามือถือที่ให้ความพรีเมียมทั้งความแรง ดีไซน์ กล้อง และความทนทาน โดยไม่ต้องจ่ายแพงถึงระดับเรือธง Redmi Note 13 Pro+ 5G ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สมดุลที่สุดในช่วงราคานี้ ทั้งความคมของหน้าจอ 1.5K กล้อง 200MP ระบบชาร์จเร็ว 120W และมาตรฐาน IP68 ล้วนเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ไม่ง่ายในเครื่องช่วงราคาเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายภาพ สายเกม หรือสายใช้งานทั่วไป รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ครบแบบไม่ต้องลังเลมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน แบรนด์ใหญ่ๆ ต่างพยายามพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และด้านอื่นๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในตลาดสมาร์ทโฟนราคา 1,000 หยวน มักถูกมองว
OPPO A6 Pro เปิดตัว พร้อมดีไซน์สุดหรู
ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน การเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่แต่ละครั้งเปรียบเสมือนดาวรุ่งพุ่งแรงที่เบ่งบานบนท้องฟ้ากว้างใหญ่ ดึงดูดความสนใจของทุกคนด้วยความสว่างไสวอันเป็นเอกลักษณ์ โทรศัพท์ Nothing Phone จึงเป็นดาวที่เปล่งป
Nothing Phone: ดีไซส์ที่สะดุดตา การผสมผสานกันของเทคโนโลยีที่ลงตัว
แทบทุกคนในประเทศไทยต่างรู้ดีว่าประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนที่ร้อนจัด การที่โทรศัพท์ของคุณร้อนเกินไปหรือแม้กระทั่งค้างขณะใช้งานเป็นประสบการณ์ที่น่าหงุดหงิดที่เราทุกคนและคนรอบข้างต้องเคยประสบมาบ้าง สมาร์ทโฟนร้อนเกินไปเป็นปัญหาที่พบบ่อย ไม่เพ
วิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ร้อน : เผยสาเหตุและวิธีแก้ไข

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 17e เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังมีรายงานจากแหล่งข่าวในจีนว่า Apple กำลังเตรียมอัปเกรดสำคัญให้กับ iPhone รุ่นราคาย่อมเยาในตระกูลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนดีไซน์หน้าจอมาใช้ Dynamic Island และการขยับไปใช้ ชิป A19 แม้
2026-01-09T02:32Z
iPhone 17e มีลุ้นได้ Dynamic Island พร้อมชิป A19 รุ่นใหม่ เริ่มผลิตต้นปีนี้
ถ้าพูดถึงสมาร์ตโฟนจอพับ หนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้คุ้นเคยและต้อง “ยอมรับไปก่อน” มาตลอด คือ รอยพับกลางจอ (crease) ที่มองเห็นได้ชัดเมื่อกางเครื่องออกเต็มที่ แต่ในงาน CES 2026 ที่เพิ่งจัดขึ้น Samsung ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ ด้วยการสาธิต จอ OLED แ
Samsung โชว์เทคโนโลยีจอพับไร้รอยพับในงาน CES 2026 จุดเปลี่ยนวงการสมาร์ตโฟนพับได้
ในยุคที่สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ไอทีแทบจะเป็นของจำเป็นตลอดวัน “พาวเวอร์แบงค์” กลายเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเดินทาง ทำงานนอกสถานที่ หรือใช้งานหนักตลอดทั้งวัน การเลือกพาวเวอร์แบงค์ที่ชาร์จเร็ว ความจุเพียงพอ และใช้งานสะดวกจึงเป็นเรื่
พาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็ว เลือกแบบไหนดี? UKIKI Power Bank 10000/20000mAh PD22.5W VS Remax Power Bank RPP-680 20000mAh

บทความที่แนะนำ