Google Smart Glasses ปี 2026: เมื่อแว่นตาไม่ใช่แค่แอ็กเซสซอรี แต่กลายเป็นผู้ช่วย AI ติดตัวตลอดวัน

ลองนึกภาพเช้าที่เรากำลังเร่งออกจากบ้าน มือหนึ่งถือกาแฟ อีกมือถือกระเป๋า แล้วมีเสียงแจ้งเตือนเด้งจากมือถือรัว ๆ เหมือนต้องการเรียกร้องความสนใจมากกว่าแมวหิวอาหาร สถานการณ์ยุคดิจิทัลมันก็ประมาณนี้แหละ—ทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ และทุกหน้าจอพร้อมจะเบียดเวลาชีวิตเราให้หายไปทีละนิด
แต่ปี 2026 กำลังจะมีสิ่งที่เปลี่ยนเกมแบบหมุนหัวแทบหงาย เพราะ Google ประกาศเปิดตัว Smart Glasses รุ่นใหม่ที่ผสาน AI เต็มระบบ จุดประสงค์ไม่ใช่แค่ความล้ำจัด ๆ แต่คือการให้มนุษย์หลุดพ้นจากการ “ติดจอแบบไม่รู้ตัว” และกลับไปใช้สายตาเฉพาะจุดที่สำคัญจริง ๆ
แถมยังเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงแบบสุด ๆ ทั้งในโลกเทคโนโลยี วงการบันเทิง และไลฟ์สไตล์ เพราะแว่นตา AI กลายเป็น Gadget ที่ถูกพูดถึงไม่ต่างจากการออกซีรีส์ฟอร์มยักษ์ หรือเปิดอัลบั้มใหม่ของศิลปินเบอร์ใหญ่ เหตุผลคือมันแตะชีวิตประจำวันทุกด้าน—การเดินทาง การทำงาน การเสพคอนเทนต์ และแม้แต่การเข้าสังคม
บทความนี้จะพาไปรู้จัก Google Smart Glasses รุ่นใหม่ ทั้งรุ่น AI แบบไม่มีจอและรุ่นที่มีจอในเลนส์ พร้อมวิเคราะห์ว่าเทรนด์นี้จะกระทบวงการเทคโนโลยี บันเทิง และพฤติกรรมผู้ใช้ยังไงบ้าง รวมถึงเหตุผลว่าทำไมปี 2026 อาจเป็นปีที่เราอาจต้อง “ยกมือถือออกจากมือ” แบบจริงจังสักที
Google Smart Glasses คืออะไร และทำไมถึงถูกจับตามองทั้งโลก
Google ค่อย ๆ ถอดบทเรียนจากยุค Google Glass รุ่นแรกจนกลายเป็นโปรเจกต์ใหม่ที่โตเต็มวัยขึ้นหลายระดับ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ Gadget แต่คือ หมุดหมายสำคัญของยุค AI Wearable
บริษัทเผยว่าในปี 2026 จะมีแว่นตาออกมาสองรุ่น ได้แก่
1) Google AI Smart Glasses (รุ่นไม่มีจอในเลนส์)
-
ทำงานร่วมกับ Gemini AI
-
ใช้เสียง กล้อง และไมโครโฟนสั่งงานได้
-
ถ่ายภาพแล้วถาม AI ได้ทันที เช่น
-
“นี่คือต้นอะไรนะ?”
-
“ร้านนี้เปิดกี่โมง?”
-
“ช่วยแปลป้ายตรงนี้ให้หน่อย”
-
-
ไม่ต้องมีหน้าจอมากวนสายตา
-
ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ใช้ชีวิตแบบ screen-free
เหมาะกับคนที่อยากลดการเสพมือถือ แต่ยังอยากได้ผู้ช่วยส่วนตัวติดตัวไปทุกที่
2) Google Smart Glasses with In-lens Display (รุ่นมีจอในเลนส์)
-
เหมือนรุ่นแรกทุกอย่าง แต่เพิ่ม หน้าจอในเลนส์ (in-lens AR display)
-
แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น
-
เส้นทางนำทาง
-
คำบรรยายสด (Live Caption)
-
ข้อมูลสรุปสถานที่ตรงหน้า
-
-
เหมาะกับการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการข้อมูลเร็ว ๆ
ทั้งสองรุ่นจะเชื่อมกับสมาร์ตโฟนแบบเต็มระบบ ประมวลผลบนมือถือ เพื่อให้ตัวแว่นเบา ใส่สบาย สวยพอจะเดินเข้าคาเฟ่เท่ ๆ โดยไม่โดนมองว่าเหมือนตัวละครหลุดจากหนังไซไฟยุค 2000
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Google จับมือกับ Samsung, Warby Parker และ Gentle Monster ทำให้แว่นรุ่นนี้ไม่ใช่แค่ล้ำ แต่ยัง “สวย” แบบแฟชั่นได้เต็มตัว
Smart Glasses กับสงครามครั้งใหญ่ของวงการเทคโนโลยี
การมาของ Google Smart Glasses ปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่สินค้าใหม่ แต่เป็นสัญญาณของสงครามครั้งใหญ่ในตลาด AI Wearable
คู่แข่งตอนนี้คือ:
-
Meta Ray-Ban — เจ้าแห่งความไวในการออกตลาด
-
Apple — ลือว่ามีแว่น AI ของตัวเองในปี 2026 เช่นกัน
-
Google — ต้องการกลับคืนสู่เวทีด้วยภาพลักษณ์ผู้นำ AI
ถึงเวลาที่แว่นจะกลายเป็น Gadget หลัก แบบที่นาฬิกา Smart Watch เคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อน
และเทรนด์นี้จะกระทบหลายวงการ:
1) วงการบันเทิง: จากซีรีส์ไซไฟ กลายเป็นของใช้จริง
ในหลายซีรีส์หรือหนังยุคหลัง ๆ เราเห็นตัวละครใช้แว่นที่โชว์ข้อมูลแบบ AR หรือคุยกับ AI ส่วนตัวอยู่บ่อยมาก ซึ่งแต่ก่อนดูเหมือนฝันล้ำ แต่ตอนนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง
ลองนึกว่าเดินดูคอนเสิร์ตแล้วมีซับแปลสดขึ้นในเลนส์
หรือดูหนังในโรงแล้วมีข้อมูลเสริมแบบ Bonus Track ขึ้นมาบอกประวัติสตูดิโอหรือ Easter Eggs
แว่นรุ่นใหม่เปิดโอกาสให้วงการคอนเทนต์สร้างประสบการณ์ดูหนัง ดูซีรีส์ ฟังเพลง ที่ “เล่าเพิ่ม” ได้อีกหลายระดับ
2) ไลฟ์สไตล์คนเมือง: ชีวิตที่ลื่นกว่า เพราะข้อมูลไหลเข้ามาเอง
Smart Glasses คือ “โหมดชีวิตเร็วขึ้นสองเท่า” โดยไม่ต้องก้มหน้ามองมือถือ
-
เดินทางง่ายกว่า เพราะมีแผนที่บนเลนส์
-
ถ่ายรูปได้ทันที ไม่ต้องควานหามือถือ
-
แปลภาษาอัตโนมัติ ช่วยได้เวลาท่องเที่ยวต่างประเทศ
-
ถามข้อมูลสถานที่ตรงหน้าได้เลย
เหมือนพกเพื่อนฉลาด ๆ ไว้บนหน้าแบบไม่ต้องชาร์จความสัมพันธ์
3) พฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป: มือถืออาจโดนลดบทบาท
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่มือถืออาจไม่ใช่ศูนย์กลางชีวิตเหมือนที่ผ่านมา
เพราะถ้ามีแว่นที่ทำทุกอย่างแทนได้แบบไม่รกสายตา เราอาจกดมือถือแค่ตอนจำเป็น
นี่คือวิวัฒนาการครั้งใหญ่ของการใช้งาน AI Assistant แบบพึ่งพาเป็นประจำ
แถมการสั่งงานด้วยเสียง ทำให้ทุกอย่างเร็วกว่าพิมพ์เป็นสิบเท่า
ใครสาย productivity คงยิ้มออกตั้งแต่วันแรกที่ได้ลอง
Google Smart Glasses ดีพอซื้อไหม? ควรจับตาอะไรในปี 2026
แม้จะยังไม่เปิดตัวจริง แต่ทิศทางทำให้เห็นชัดว่า
-
Google ตั้งใจเอาจริงในตลาด Wearable AI
-
ออกแบบให้ใช้งานได้จริงทั้งวัน ไม่ใช่แค่ Gadget โชว์เทค
-
จับมือแบรนด์แฟชั่นเพื่อแก้จุดอ่อนที่ Google Glass เคยมี
สิ่งที่ต้องจับตามองคือ:
1) ราคาเปิดตัว
จะโดดเท่า Meta Ray-Ban หรือพุ่งสูงเหมือนสาย Apple Vision Pro
2) ความเป็นส่วนตัว
กล้องบนแว่นจะทำให้เกิดคำถามด้านความเป็นส่วนตัวแน่นอน
ผู้ใช้ต้องรู้ว่าข้อมูลถูกจัดการยังไง
3) Ecosystem ของ Android XR
แอปจะรองรับเยอะแค่ไหน
นักพัฒนาจะเข้ามาเล่นกับแพลตฟอร์มนี้หรือเปล่า
4) เทรนด์ผู้บริโภค
ถ้าแว่น AI กลายเป็นของแฟชั่น—เกมจะเปลี่ยนทันที
สรุป: Google Smart Glasses คืออนาคตที่จะอยู่บนหน้าเราแบบแนบเนียน
ปี 2026 อาจเป็นปีที่ทำให้มนุษย์เริ่มลดพึ่งพาหน้าจอสี่เหลี่ยมที่อยู่กับเรามาเกินสิบปี แล้วหันไปใช้ AI Assistant แบบ hands-free และ eyes-forward แทน
Google Smart Glasses คือก้าวใหญ่ที่ผสมความล้ำ เทคโนโลยี AI และดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว น่าจับตามองทั้งฝั่งผู้ใช้ ฝั่งนักพัฒนา และฝั่งวงการบันเทิง เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพคอนเทนต์และใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ทั้งหมด
ใครที่กำลังเล็ง Gadget แห่งอนาคต แว่นตา AI ชุดนี้น่าจะเป็นไอเท็มแรก ๆ ที่ต้องลองตามข่าวให้ใกล้ชิดสุด ๆ
แนะนำสำหรับคุณ
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
เปิดโลกบ้านอัจฉริยะกับ Xiaomi
Bluetooth Earphone|ปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัด: พร้อมฟังเสียงที่ไร้ขอบเขตในทุกการเดินทาง
เทรนด์ BEAUTY เกาหลีประจำซัมเมอร์ 2025 🔥
วิถีกลิ่นบำบัดโบราณ สู่ความผ่อนคลายในยุคสมัยใหม่
