‘น้องแมว’ มักส่งเสียงเรียกความสนใจจาก ‘ทาสแมวผู้ชาย’ บ่อยกว่า ‘ทาสแมวผู้หญิง’ เรื่องจริงที่วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2025-12-19T02:22Z
点赞
‘น้องแมว’ มักส่งเสียงเรียกความสนใจจาก ‘ทาสแมวผู้ชาย’ บ่อยกว่า ‘ทาสแมวผู้หญิง’ เรื่องจริงที่วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว

เคยสังเกตกันไหม เวลากลับถึงบ้านแล้วน้องแมวเดินตามมาเหมียว ๆ ไม่หยุด บางบ้านเหมือนตั้งใจร้องใส่คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ บางคนโดนทักตั้งแต่เปิดประตู บางคนกลับเงียบกริบเหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน ถ้าเคยคิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ ขอบอกเลยว่าวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันแล้วว่า “ไม่บังเอิญ” จริง ๆ

เพราะงานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า แมวมีแนวโน้มส่งเสียงเรียกความสนใจจากเจ้าของที่เป็นผู้ชาย มากกว่าเจ้าของที่เป็นผู้หญิงถึงเกือบ 2.4 เท่า อ่านไม่ผิด เกือบสองเท่าครึ่งเลยทีเดียว

ข่าวนี้ทำเอาทาสแมวหลายบ้านต้องหันมามองน้องด้วยสายตาใหม่ พร้อมตั้งคำถามในใจว่า “ตกลงน้องเรียกรัก หรือเรียกร้องอะไรกันแน่”

ลูกแมวจร” ชีวิตเปลี่ยนไปราวกับฝัน หลังจากไปร้องขอความช่วยเหลือที่หน้าบ้านมนุษย์  | CatDumb Animal

งานวิจัยนี้คืออะไร มาจากไหน ทำไมทาสแมวควรรู้

ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Ethology วารสารด้านพฤติกรรมสิ่งมีชีวิตชื่อดัง นำโดยทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยอังการา ประเทศตุรกี

ทีมนักวิจัยศึกษาพฤติกรรมแมวจากเจ้าของทั้งหมด 31 คน โดยขอให้เจ้าของถ่ายวิดีโอช่วงเวลาที่ตัวเอง “กลับถึงบ้าน” เพื่อดูปฏิกิริยาของแมวในช่วงทักทาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมวมักแสดงพฤติกรรมหลากหลายที่สุด

จุดโฟกัสสำคัญคือ เสียงร้องของแมว ไม่ว่าจะเป็นเสียงเหมียว เสียงคราง หรือเสียงร้องสั้น ๆ ที่ทาสแมวคุ้นเคยกันดี

ตัวเลขชัด ๆ ที่ทำให้ต้องอุทานว่า อ้าวเฮ้ย จริงด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนเกินคาด

  • ภายใน 100 วินาทีแรกหลังเปิดประตูบ้าน

  • เจ้าของแมวที่เป็น ผู้ชาย ได้ยินเสียงร้องจากแมวเฉลี่ย 4.3 ครั้ง

  • เจ้าของแมวที่เป็น ผู้หญิง ได้ยินเสียงร้องเฉลี่ยเพียง 1.8 ครั้ง

ความแตกต่างนี้สูงถึง เกือบ 2.4 เท่า และที่สำคัญคือ
➡️ ไม่เกี่ยวข้องกับอายุของแมว
➡️ ไม่เกี่ยวข้องกับเพศของแมว
➡️ ไม่เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ของแมว

พูดง่าย ๆ คือ ไม่ว่าแมวจะเป็นเด็ก เป็นแก่ เป็นแมวไทย หรือแมวสายพันธุ์ไหน ถ้าเจ้าของเป็นผู้ชาย โอกาสโดนเหมียวใส่มีสูงกว่าเห็น ๆ

แมวร้องเพราะอะไร หิว คิดถึง หรือแค่อยากคุย

ทีมวิจัยไม่ได้ดูแค่เสียงร้องอย่างเดียว แต่ยังวิเคราะห์พฤติกรรมของแมวรวมทั้งหมด 22 รูปแบบ ตั้งแต่

  • การชูหาง

  • การถูตัว

  • การเดินวน

  • การเกาตัว

  • การหาว (ซึ่งมักเป็นสัญญาณของความเครียด)

  • การเดินไปหาชามอาหาร

นักวิจัยแบ่งพฤติกรรมออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

  1. พฤติกรรมทางสังคม เช่น การถูตัว ชูหาง

  2. พฤติกรรมเบี่ยงเบน เช่น การสะบัดตัว หรือเกาตัวเอง

สิ่งที่น่าสนใจมากคือ มีเพียง “เสียงร้อง” เท่านั้น ที่เปลี่ยนไปตามเพศของเจ้าของ พฤติกรรมอื่นแทบไม่ต่างกันเลย

แปลว่าเสียงร้องของแมว เป็น “เครื่องมือสื่อสารเฉพาะกิจ” ที่แมวเลือกใช้ต่างกันตามคนที่กำลังสื่อสารด้วย

02e2e123-0234-4b70-8933-a3bc6b5825ce.jpeg

ทำไมแมวถึงร้องใส่ทาสแมวผู้ชายมากกว่า

แม้งานวิจัยจะไม่ได้ลงลึกถึงสาเหตุเชิงชีววิทยาโดยตรง แต่มีข้อสันนิษฐานที่ฟังแล้วพยักหน้าตามได้ไม่ยาก

นักวิจัยมองว่า

  • เจ้าของที่เป็นผู้หญิง มักให้ความสนใจกับแมวมากกว่า

  • สามารถรับรู้อารมณ์แมวได้ดีจากภาษากาย

  • มีแนวโน้มตอบสนองก่อนที่แมวจะต้องร้อง

  • และอาจเลียนแบบเสียงแมวได้มากกว่าโดยไม่รู้ตัว

ในขณะที่เจ้าของที่เป็นผู้ชาย

  • อาจต้องการ “สัญญาณเสียงที่ชัดเจนกว่า”

  • แมวจึงเรียนรู้ว่า ถ้าจะให้ได้ความสนใจ ต้องร้องให้ถี่ขึ้น หนักขึ้น

สุดท้ายแมวก็ปรับตัวแบบง่าย ๆ
👉 ถ้าไม่ร้อง = ไม่ได้ผล
👉 ถ้าร้อง = ได้ผล
👉 งั้นร้องบ่อยขึ้นไปเลย

ฉลาดจริง ๆ ไม่ได้มีแค่หน้ากลม ๆ

สิ่งที่งานวิจัยนี้บอกเราเกี่ยวกับการสื่อสารของแมว

แมวอยู่ร่วมกับมนุษย์มานานหลายพันปี และทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับการสื่อสารของแมวกับมนุษย์อยู่เสมอ

ผลการศึกษานี้ช่วยยืนยันว่า

  • แมวไม่ได้ร้องแบบสุ่ม

  • แมวเลือก “วิธีสื่อสาร” ให้เหมาะกับคนแต่ละคน

  • เสียงร้องไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่เป็นกลยุทธ์การสื่อสาร

ที่สำคัญคือ มันบอกเป็นนัยว่า
แมวรับรู้ความรัก ความใส่ใจ และรูปแบบการตอบสนองของมนุษย์ได้จริง

ใครที่เคยคิดว่าแมวเมินโลก รักใครไม่เป็น อาจต้องคิดใหม่

แล้วทาสแมวควรปรับตัวยังไงดี

เข้าใจพฤติกรรมแมว = เลี้ยงง่ายขึ้นอีกเยอะ

ถ้าแมวร้องบ่อย

  • ลองสังเกตว่าเป็นเสียงแบบไหน

  • เป็นเสียงเรียก เสียงหิว หรือเสียงอ้อน

  • ดูบริบทประกอบ ไม่ใช่ดูแค่เสียงอย่างเดียว

ถ้าอยากให้แมวไม่ต้องร้องบ่อย

  • ตอบสนองเชิงภาษากายให้มากขึ้น

  • สังเกตสัญญาณเล็ก ๆ เช่น การเดินมองหน้า การชูหาง

  • จัดตารางอาหารและเวลาเล่นให้สม่ำเสมอ

การสื่อสารกับแมวไม่ใช่เรื่องของเสียงอย่างเดียว แต่เป็นการ “อ่านใจ” กันไปมา

สรุปแบบทาสแมวอ่านแล้วอมยิ้ม

งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่าแมวรักใครมากกว่ากัน แต่บอกว่า แมวฉลาดพอที่จะปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับมนุษย์แต่ละคน

ถ้าโดนเหมียวใส่บ่อย ไม่ได้แปลว่าแมวเอาแต่ใจ แต่อาจหมายความว่า
“น้องกำลังเลือกวิธีที่ได้ผลที่สุดกับคนตรงหน้า”

และนั่นยิ่งทำให้แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเสน่ห์แบบถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งเข้าใจ ยิ่งหลง ยิ่งรู้ ก็ยิ่งรักมากกว่าเดิม

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

สัตว์เลี้ยงคือครอบครัว และความกังวลคือเรื่องจริงใครที่เคยเลี้ยงสุนัขหรือแมว จะเข้าใจดีว่าความกลัวอันดับต้นๆ คือ “หลุด” หรือ “หาย”ไม่ว่าจะเป็นช่วงเปิดประตูบ้าน เผลอหลุดระหว่างพาไปเดินเล่น หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นได้เสมอเทคโนโลยีอย่า
ปลอกคอสัตว์เลี้ยงติด GPS ติดตามผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ อุ่นใจทุกการเดินทางของเพื่อนตัวเล็ก
ถ้าเคยมีโมเมนต์ที่เห็นน้องหมาน้องแมวเกาหนักกว่าปกติ หรือเผลอเห็นจุดดำเล็ก ๆ ตามขนแล้วใจหายแวบหนึ่ง เรื่อง “เห็บหมัด” จะไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป เพราะปรสิตตัวจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้น้องคัน แต่ยังเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหนังและสุขภาพระยะยาวไ
Fiproline ตัวช่วยป้องกันและกำจัดเห็บหมัด ที่คนรักหมาแมวควรรู้จัก
การอาบน้ำสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ขั้นตอนที่หลายบ้านรู้สึกเหนื่อยที่สุดกลับเป็น “การเป่าขนให้แห้ง” โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงที่ขนหนา ขนยาว หรือไม่ชอบเสียงไดร์เป่าขนแบบเดิม เครื่องเป่าขนสัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์
เครื่องเป่าขนสัตว์เลี้ยง PANDO (แพนโด้) รุ่น PD75 ทางเลือกของการดูแลขนสัตว์เลี้ยงที่สะดวก ปลอดภัย และครบจบในเครื่องเดียว

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ