ผู้กำกับ Clair Obscur: Expedition 33 ยืนยันชัด ทุกสิ่งในเกมสร้างด้วย “ฝีมือมนุษย์” ไม่พึ่ง AI เสียงชัดจากทีมพัฒนา ท่ามกลางดราม่าเทคโนโลยี

user avatar
SuthruthaiP.(Wine)·2025-12-25T08:08Z
点赞
ผู้กำกับ Clair Obscur: Expedition 33 ยืนยันชัด ทุกสิ่งในเกมสร้างด้วย “ฝีมือมนุษย์” ไม่พึ่ง AI เสียงชัดจากทีมพัฒนา ท่ามกลางดราม่าเทคโนโลยี

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการบันเทิงและวงการเกมถูกเขย่าด้วยคำสั้น ๆ แต่ทรงพลังอย่าง AI ตั้งแต่งานภาพ เสียงพากย์ ไปจนถึงบทสนทนาในเกม หลายผลงานเริ่มถูกตั้งคำถามว่า “นี่คือฝีมือมนุษย์ หรือฝีมืออัลกอริทึม” และเมื่อชื่อของเกม RPG ฟอร์มยักษ์อย่าง Clair Obscur: Expedition 33 ถูกโยงเข้ากับประเด็นนี้ กระแสก็ลุกขึ้นทันทีแบบไม่ต้องจุดไฟเพิ่ม

ล่าสุด เรื่องราวนี้ได้รับคำตอบแบบตรงไปตรงมา จากปากของผู้กำกับเกมเอง เมื่อ Guillaume Broche ผู้กำกับจาก Sandfall Entertainment ออกมายืนยันชัดเจนว่า

ทุกสิ่งอย่างใน Clair Obscur: Expedition 33 ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งหมด

คำยืนยันนี้ไม่ใช่แค่การแก้ข่าว แต่เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง “งานสร้างสรรค์” กับ “งานที่สร้างโดย AI” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

Clair Obscur: Expedition 33

Clair Obscur: Expedition 33 คือเกมอะไร ทำไมถึงถูกจับตาขนาดนี้

Clair Obscur: Expedition 33 คือเกมแนว Turn-based RPG ที่ผสมผสานกลิ่นอายศิลปะตะวันตกเข้ากับโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบเข้มข้น ตัวเกมถูกพัฒนาโดย Sandfall Entertainment และได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่เปิดตัว ด้วยงานภาพที่โดดเด่น โลกแฟนตาซีที่มีเอกลักษณ์ และโทนเรื่องที่จริงจังแบบไม่ขายสูตรสำเร็จ

จุดเด่นของเกมที่ทำให้หลายคนจับตา ได้แก่

  • งานคอนเซ็ปต์อาร์ตที่มีสไตล์เฉพาะตัว

  • โลกแฟนตาซีที่หม่น ลึก และมีนัยยะ

  • ระบบต่อสู้แบบเทิร์นเบสที่ผสมจังหวะแอ็กชัน

  • การเล่าเรื่องที่จริงจังและมีธีมเกี่ยวกับเวลา ความสูญเสีย และความทรงจำ

ด้วยคุณภาพระดับนี้ ทำให้เกมถูกคาดหวังสูง และเมื่อมีข่าวว่าเคย “ลองใช้ AI ระหว่างพัฒนา” จึงกลายเป็นประเด็นร้อนทันที

จุดเริ่มต้นของประเด็น AI ใน Clair Obscur: Expedition 33

ดราม่าครั้งนี้เริ่มจากการที่มีข้อมูลหลุดออกมาว่า Sandfall Entertainment เคยทดลองใช้เทคโนโลยี AI ในบางช่วงของการพัฒนาเกม ซึ่งในยุคที่ผู้เล่นเริ่มตั้งคำถามกับจริยธรรมของการใช้ AI ในงานสร้างสรรค์ ข่าวนี้จึงถูกขยายอย่างรวดเร็ว

หลายเสียงเริ่มกังวลว่า

  • งานภาพในเกมจะเป็น AI-generated หรือไม่

  • เสียงพากย์จะใช้ AI แทนมนุษย์หรือเปล่า

  • เกมจะสูญเสีย “จิตวิญญาณ” ของงานแฮนด์คราฟต์หรือไม่

คำถามเหล่านี้ถูกโยนไปยังทีมพัฒนา และในที่สุด ผู้กำกับเกมก็ออกมาเคลียร์ทุกประเด็นด้วยตัวเอง

คำชี้แจงจาก Guillaume Broche ชัด ตรง ไม่เลี่ยงประเด็น

บทสนทนานี้เกิดขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ชื่อ Sushi โดย Guillaume Broche ได้เล่าย้อนถึงช่วงแรกของการพัฒนาเกมอย่างตรงไปตรงมา

เขาอธิบายว่า

“ตอนที่เทคโนโลยี AI เพิ่งเริ่มออกมาในปี 2022 พวกเราได้พัฒนา Clair Obscur: Expedition 33 ไปแล้ว มันถือว่าเป็นเครื่องมือใหม่ เราลองใช้มัน และรู้สึกไม่ชอบ มันให้ความรู้สึกไม่ถูกต้อง”

ประโยคนี้สะท้อนมุมมองของทีมพัฒนาอย่างชัดเจนว่า AI ถูกมองเป็นเพียง “เครื่องมือทดลอง” ไม่ใช่แกนหลักของการสร้างเกม

ใช้ AI จริง แต่เป็นแค่ชั่วคราว และถูกถอดออกทั้งหมด

Guillaume Broche ยอมรับว่า ทีมงานเคยใช้ AI ชั่วคราว ในบางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะ

  • รายละเอียดเท็กซ์เจอร์บางส่วน

  • งาน placeholder ในช่วงที่ทรัพยากรยังไม่ครบ

แต่สิ่งสำคัญคือ

“เราก็เอาออกทันทีที่พบว่ามันไม่เหมาะ”

นั่นหมายความว่า สิ่งที่ผู้เล่นจะได้สัมผัสในเวอร์ชันสุดท้ายของ Clair Obscur: Expedition 33 ไม่มี AI เหลืออยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นงานภาพ โมเดล ตัวละคร หรือองค์ประกอบใด ๆ ในเกม

Clair Obscur: Expedition 33

ยืนยันหนักแน่น งานคอนเซ็ปต์อาร์ตและเสียงพากย์ มาจากมนุษย์ล้วน

หนึ่งในประเด็นที่ผู้เล่นกังวลมากที่สุด คือเรื่อง งานคอนเซ็ปต์อาร์ต และ เสียงพากย์ ซึ่งเป็นหัวใจของอารมณ์เกม และเป็นพื้นที่ที่ AI ถูกพูดถึงมากในช่วงหลัง

Guillaume Broche ย้ำชัดว่า

  • งานคอนเซ็ปต์อาร์ตทั้งหมด วาดโดยศิลปินจริง

  • เสียงพากย์ทั้งหมด ใช้นักพากย์มนุษย์

  • ไม่มีการใช้ AI สังเคราะห์เสียง

  • ไม่มีการใช้ AI สร้างงานศิลป์ในเวอร์ชันสุดท้าย

และที่สำคัญ เขายืนยันว่า

Sandfall Entertainment จะไม่ใช้เครื่องมือในลักษณะนี้ในอนาคต

คำพูดนี้คือการวางจุดยืนระยะยาว ไม่ใช่แค่การแก้ข่าวเฉพาะหน้า

วิเคราะห์กระแส ทำไมคำยืนยันนี้ถึงสำคัญกับวงการเกม

การออกมายืนยันของผู้กำกับ Clair Obscur: Expedition 33 ไม่ได้สำคัญแค่กับเกมนี้เกมเดียว แต่สะท้อนประเด็นใหญ่ของอุตสาหกรรมเกมทั้งหมด

1. ความเชื่อใจของผู้เล่น

ในยุคที่ AI เข้ามาแทบทุกวงการ ผู้เล่นจำนวนมากเริ่มให้คุณค่ากับ “งานฝีมือมนุษย์” มากขึ้น การสื่อสารอย่างโปร่งใสช่วยสร้างความเชื่อใจได้มหาศาล

2. จริยธรรมของงานสร้างสรรค์

เสียงพากย์และงานศิลปะคืออาชีพของคนจริง การยืนยันว่าไม่ใช้ AI แทนมนุษย์ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อวงการ

3. คุณค่าของงานแฮนด์คราฟต์

เกมอย่าง Clair Obscur ถูกชื่นชมเพราะอารมณ์และสไตล์ การเลือกไม่ใช้ AI คือการปกป้องเอกลักษณ์ของงานนั้น

มุมมองของแฟนเกม เสียงตอบรับหลังคำชี้แจง

หลังคำชี้แจงถูกเผยแพร่ออกมา กระแสในหมู่แฟนเกมและผู้ติดตามกลับมาในทิศทางบวกอย่างชัดเจน หลายคนแสดงความเห็นว่า

  • ชื่นชมความตรงไปตรงมาของทีมพัฒนา

  • รู้สึกสบายใจที่จะสนับสนุนเกมนี้มากขึ้น

  • มองว่า Sandfall เป็นสตูดิโอที่ให้คุณค่ากับศิลปินและนักพัฒนา

แม้จะเคยมีการทดลองใช้ AI ในช่วงหนึ่ง แต่การยอมรับและอธิบายอย่างโปร่งใส กลับทำให้ภาพลักษณ์ของทีมดีขึ้นในสายตาผู้เล่นจำนวนมาก

สิ่งที่ควรจับตาหลังจากนี้

เมื่อประเด็น AI ถูกเคลียร์ชัด สิ่งที่น่าจับตาต่อคือ

  • การเปิดเผยรายละเอียดเกมเพลย์เพิ่มเติม

  • ระบบการต่อสู้และการเล่าเรื่องในเชิงลึก

  • การเปิดตัวนักพากย์และทีมงานเบื้องหลัง

  • ทิศทางของ Sandfall Entertainment ในโปรเจกต์ถัดไป

Clair Obscur: Expedition 33 จึงไม่ใช่แค่เกม RPG ที่น่าจับตา แต่ยังเป็นตัวอย่างของการสื่อสารที่ดีในยุคดราม่า AI

สรุป: งานฝีมือมนุษย์ยังมีที่ยืน และ Clair Obscur เลือกยืนตรงนั้น

กรณี ผู้กำกับ Clair Obscur: Expedition 33 ยืนยันว่าทุกสิ่งในเกมถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ คือสัญญาณสำคัญว่า ในยุคที่เทคโนโลยีเดินหน้าเร็วแค่ไหน งานสร้างสรรค์จากคนจริงก็ยังมีคุณค่า และยังเป็นสิ่งที่ผู้เล่นจำนวนมากต้องการ

Sandfall Entertainment เลือกทางที่ไม่ง่าย แต่เป็นทางที่ชัดเจน และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม Clair Obscur: Expedition 33 ถึงถูกจับตามอง ไม่ใช่แค่ในฐานะเกม แต่ในฐานะ “จุดยืน” ของวงการเกมยุคใหม่ด้วย

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

เมื่อการย้ายเกม ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวในวงการเกมมือถือ หากมีอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง “ขยับตัว” ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก และเมื่อชื่อที่ถูกพูดถึงคือ “กายหงิด” อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น การตัดสินใจย้ายจาก ROV ไปสู่ MLBB (Mobile L
2026-01-16T10:41Z
อินฟลูเอนเซอร์ดัง “กายหงิด” ย้ายค่ายจาก ROV ซบ MLBB สัญญาณการเปลี่ยนขั้วของวงการเกมมือถือไทย
เมืองที่เดินไปทางไหนก็เจอห้างหากลองนัดเพื่อนในกรุงเทพฯ แล้วถามว่า “เจอกันที่ไหนดี” คำตอบที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนมักเป็นชื่อห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นห้างใกล้บ้าน ห้างติดรถไฟฟ้า หรือห้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพ
ทำไมกรุงเทพมหานครถึงมีห้างสรรพสินค้าเยอะมาก วิเคราะห์จากมุมเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์เมือง
cr.ข่าวสดเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่ง ปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม 2569 ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งตามแนวตอม่อและพาดขึ้นไปใต้คานสะพาน ความสูง มากกว่า 50 เมตร
ระทึกไฟไหม้ “สะพานภูมิพล 2”!!

บทความที่แนะนำ