สัมภาษณ์พิเศษ “การันต์” คุณพิเชษฐ วัฒนเวสกร นักวาดมังงะไทยผู้พา “รักควายกอดควาย” ไปไกลระดับโลก

ถ้าพูดถึงมังงะ ภาพในหัวของหลายคนมักเป็นฮีโร่พลังเทพ โลกแฟนตาซีอลังการ หรือการต่อสู้ที่ระเบิดพลังกันจนหน้ากระดาษสั่น แต่ครั้งนี้มีผลงานอินดี้จากนักวาดชาวไทยที่เลือกเล่า “ความเรียบง่ายแบบมีเอกลักษณ์” จนคนอ่านยิ้มได้แบบไม่ต้องมีเอฟเฟกต์แสงสี
และใช่…มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะ รักควายกอดควาย (RKGK: Buffalo Love, Buffalo Hugs) เพิ่งพาเจ้าของผลงานอย่าง คุณพิเชษฐ วัฒนเวสกร หรือที่รู้จักในนามปากกา “การันต์” คว้ารางวัล Bronze Award จาก The Japan International MANGA Award ครั้งที่ 19 (จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น) ไปแบบเท่ ๆ
งานนี้ไม่ได้มาแนว “มังงะไทยก็ได้เหรอ” แต่เป็น “มังงะไทยนี่แหละที่กำลังพุ่ง” และบทสัมภาษณ์ที่ทีมงาน Online Station ได้คุยกับการันต์ ก็มีหลายมุมที่ทั้งจริงจัง ทั้งฮา ทั้งเป็นประโยชน์กับคนที่รักงานวาดและสายคอนเทนต์แบบสุด ๆ
ทำความรู้จัก “การันต์” นักวาดไทยที่เดินทางด้วยการ์ตูนมาตลอดทาง
เส้นทางของการันต์เริ่มต้นจากสิ่งที่นักวาดหลายคนคุ้นเคยมาก นั่นคือ “อ่านการ์ตูนเยอะตอนเด็ก แล้วอยากลองเขียนบ้าง” ก่อนจะค่อย ๆ ส่งงานเข้าประกวด ส่งงานสำนักพิมพ์ในไทย และมีผลงานตีพิมพ์ตามนิตยสาร/โปรเจกต์ต่าง ๆ เช่น
-
นิตยสาร JIRO (NED Comics)
-
เรื่องสั้นของ CartoonThai Studio (Siam Inter Comics)
และที่น่าสนใจคือ การันต์เคยพางานไปสู่ญี่ปุ่นด้วย โดยมีผลงานตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ญี่ปุ่น Ichijinsha ในนิตยสาร Comic Rex กับเรื่องยาว ぷ~あん! Puan (เพื่อนป่วน) ซึ่งมีรวมเล่มออกมาแล้วด้วย (มีข้อมูลอ้างอิงในหน้าร้านออนไลน์ญี่ปุ่นตามที่บทสัมภาษณ์ระบุ)
ถ้าสรุปแบบภาษาคนดูซีรีส์: นี่คือเส้นทางสาย “ค่อย ๆ ไต่เลเวล” ไม่ใช่พล็อตเทพทรูเกิดมาเป็นอัจฉริยะ แต่คือการสะสมงาน สะสมชั่วโมงบิน แล้วค่อย ๆ เจอจังหวะที่ใช่
จุดเปลี่ยนที่ทำให้เดินสายมังงะจริงจัง
คำตอบของการันต์เรียบง่ายแต่โดนมาก: จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ความสนุก”
สนุกตอนเขียน และยิ่งเห็นคนอ่านสนุกไปด้วย ก็ยิ่งทำให้อยากไปต่อ
อีกมุมที่ตรงใจคนทำงานสร้างสรรค์คือ เรื่อง “ท้อ” ไม่ใช่สิ่งที่หายไปเมื่อเก่งขึ้น แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ตามรอบชีวิตงาน วิธีรับมือของเขาเป็นแนวสับเปลี่ยนจังหวะ พักบ้าง พยายามบ้าง แล้วไปต่อให้ได้ ไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องอัปเกรดเป็นคนไม่รู้สึกอะไร แค่ไม่หยุดก็พอ
“รักควายกอดควาย” เกิดได้ยังไง จากวาดเล่นสู่มังงะที่คนทั้งโลกเริ่มจำชื่อได้
ไอเดียเริ่มจากมุกคลาสสิกที่คนไทยเวลาไปต่างประเทศมักโดนถามว่า “ขี่ช้างไปเรียนจริงไหม”
การันต์มองว่า ช้างนี่ไม่ค่อยใช่ แต่ “ควาย/ม้าไปเรียน” ยังพอเคยเห็นข่าวกันบ้าง และวันหนึ่งไปเห็นภาพคน “ยืนขี่ควาย” ที่ท่าทางเท่เกินคาด เลยจับมาผสมจนกลายเป็นหน้าแรกของเรื่อง
จากนั้นไอเดียก็แตกหน่อไวมาก: ถ้ามีคนขี่ควายไปเรียน แล้วมีคู่แข่งล่ะ
ก็เลยเกิดภาพเด็กอีกคน “นั่งรถหรูมาแข่ง” ความขัดแย้งเลยเกิดทันทีแบบไม่ต้องอธิบายยาว เพราะภาพมันเล่าเรื่องเอง
พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเติมตัวละครอื่น ๆ เพิ่มมิติความรั่วของเด็ก ๆ และเริ่มสนุกกับการ “ขี้โม้แบบจริงจัง” ในสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นแนวกีฬา ที่เวอร์ได้แต่คนอ่านกลับอิน
สุดท้ายเลยพัฒนาไปเป็น “แข่งขี่ควายแบบเวอร์” แต่ยังคงหัวใจเป็นการ์ตูนตลก ไม่ใช่การ์ตูนกีฬาเต็มตัว
และชื่อ RKGK ก็มีที่มาแบบกวน ๆ น่ารัก ๆ เพราะเริ่มจากการอัป “วาดเล่น” ลงโฟลเดอร์ในเฟซบุ๊ก โดยใช้คำว่า Rakugaki (ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าวาดเล่น) ก่อนจะมาแตกไลน์เป็น “Rak Khwai God Khwai” หรือ “รักควายกอดควาย” ตอนรวมเล่ม…เปลี่ยนชื่อทีหลังไม่ทันแล้ว เลยปล่อยเลยตามเลย กลายเป็นเสน่ห์อีกชั้นไปอีก
ขั้นตอนการทำงาน: ไอเดียจากเด็ก ๆ ในเรื่อง ก่อนกลายเป็นหน้าเพจที่คนแชร์กัน
กระบวนการทำงานของการันต์เริ่มจากคำถามง่ายมากว่า “เด็ก ๆ ในเรื่องอยากทำอะไร”
จากนั้นเลือกประเด็นของตอน เช่น ตอนที่เกี่ยวกับ “โดดยาง” ถ้าโดดกันธรรมดาก็ง่ายไป เลยยกระดับเป็นโดดยาง “บนหลังควาย” ความเวอร์มันเริ่มตรงนี้ และนี่แหละที่คนอ่านจำได้
เมื่อได้ทิศทางแล้วก็ทำตามขั้นตอนมาตรฐาน: สตอรี่บอร์ด ร่าง ตัดเส้น ทำต้นฉบับ
แต่ช่วงแรก ๆ ที่ลงเน็ต จะทำทีละหน้า และบางทีมี “มุกสด” ที่คิดได้หน้างาน แล้วพยายามดึงให้เข้ากับแกนของตอน
อ่านแล้วเหมือนเห็นภาพเลยว่า งานนี้ไม่ใช่แค่วาดเก่ง แต่ “คุมจังหวะตลก” เป็นด้วย ซึ่งเป็นสกิลที่โคตรโหด เพราะตลกที่ดีต้องแม่นพอ ๆ กับดราม่าที่ดี
โมเมนต์รางวัล Bronze Award: เมื่อโทรศัพท์จากสถานทูตทำให้คิดว่าโดนมิจหรือเปล่า
รางวัลจากเวทีใหญ่แบบ The Japan International MANGA Award ไม่ใช่สิ่งที่จะได้กันง่าย ๆ
การันต์เล่าว่าตอนส่งก็มีความหวังอยู่บ้าง แต่ไม่ได้กดดันตัวเองมาก และกว่าจะประกาศผลใช้เวลานานจนเกือบลืมไปแล้ว
พอมีสายโทรเข้ามาจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ความรู้สึกแรกคือ “จริงดิ” และด้วยความไม่คุ้นเบอร์ก็มีแวบคิดว่าเอ๊ะ หรือมิจ
สุดท้ายทางปลายสายต้องย้ำว่าไม่ใช่มิจ…กลายเป็นซีนที่ทั้งขำและน่าเอ็นดูแบบที่คนทำงานสร้างสรรค์อ่านแล้วน่าจะยิ้มตาม
ทำไมงานตลกไทย ๆ ถึงไปโดนใจกรรมการญี่ปุ่นได้
คำถามนี้หลายคนอยากรู้ที่สุด และการันต์ก็ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า “ก็อยากรู้เหมือนกัน”
แต่เดาว่าอย่างน้อยต้องมีมุกบางอย่างที่ทำให้กรรมการยิ้มได้ และแม้หลายมุกจะเป็นบริบทไทยที่คนญี่ปุ่นอาจไม่เข้าใจทั้งหมด แต่มังงะในฐานะภาษาสากลมันสื่อสารได้
มุมนี้สำคัญมาก เพราะมันสะท้อนว่า
-
ไม่จำเป็นต้อง “เป็นญี่ปุ่น” ถึงจะทำมังงะให้คนญี่ปุ่นสนใจได้
-
ความเป็นท้องถิ่น ถ้าจัดจังหวะดี อาจกลายเป็นของใหม่สำหรับคนอ่านต่างชาติ
-
ความจริงใจและเอกลักษณ์ สู้พลังสูตรสำเร็จได้เสมอ
รางวัลเปลี่ยนอะไรในใจของผู้สร้าง
อีกประโยคที่น่าหยิบไปแปะหน้าจอคอมคือ แนวคิดประมาณว่า
“ถ้าจริงจังกับการวาดเล่น จะมีคนร่วมสนุกไปด้วย”
แปลเป็นภาษาคนทำงานครีเอทีฟได้ว่า งานที่เริ่มจากความสนุก ถ้าทำต่อเนื่องและทำให้ดี มันพาไปไกลเกินที่คิดได้จริง
อนาคตของ RKGK: เป้าหมายไม่เวอร์ แต่โคตรเท่
แผนต่อยอดของรักควายกอดควายไม่ได้หลุดไปไกลจนจับไม่ติด
การันต์อยากเขียนให้สนุก และเขียนให้จบแบบน่ารัก ๆ
เป้าหมายระยะยาวก็ชัด
-
อยากเขียนการ์ตูนแล้วสนุกไปเรื่อย ๆ
-
อยากให้คนอ่านสนุกไปเรื่อย ๆ
-
และหวังว่าจะขายได้ในระดับที่ทำต่อได้ยาว ๆ
นี่คือเป้าหมายแบบ “จริงจังแต่ไม่ดราม่า” ที่ฟังแล้วรู้สึกว่าไปได้ไกล เพราะมันตั้งอยู่บนฐานความต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โมเมนต์ไวรัล
ช่องทางติดตามและสนับสนุน “รักควายกอดควาย” แบบครบ
ใครอยากตามงานและสนับสนุนผู้สร้าง มีช่องทางตามที่บทสัมภาษณ์ระบุไว้ดังนี้
-
Facebook: Garun Studio (เพจของผู้วาด)
-
ฉบับรูปเล่ม เล่ม 1–2 และสินค้าที่ร้าน: garunshop.lnwshop.com
-
เวอร์ชันอีบุ๊ก: mebmarket.com
-
มีวางที่ Anitime Creator Store Bangkok (MBK ชั้น 7)
-
งานสัปดาห์หนังสือมักฝากที่บูทสำนักพิมพ์ Palo Publishing
-
และออกบูธงานการ์ตูน เช่น comic square / comic avenue เป็นระยะ
การันต์ยังเล่าว่า งานทำมือมักมีจำนวนหน้าต่อเล่มน้อยกว่าและราคาสูงกว่าการ์ตูนตลาด ด้วยปัจจัยด้านกำลังการผลิต ดังนั้นทุกการสนับสนุนมีความหมายมากในฐานะแรงผลักดันให้สร้างหน้าถัดไปได้
วิเคราะห์กระแส: ทำไม “มังงะไทย” ที่เล่าเรื่องควายถึงโดนระดับโลก
ลองสรุปเป็นประเด็นแบบสายรีวิวบันเทิงที่ชอบแยกชิ้นส่วนมาดูให้ชัด ๆ
1) คอนเซปต์ไทยจัด แต่เล่าเป็นภาษามังงะ
ความเป็นไทยคือจุดขาย แต่ไม่ได้ยัดเยียด คนอ่านต่างชาติเข้าใจได้ผ่านภาพ การจัดมุก และสถานการณ์
2) ความเวอร์แบบจริงจัง คือความสนุกที่คนอ่านติด
มุก “โดดยางบนหลังควาย” หรือ “แข่งขี่ควายแบบการ์ตูนกีฬา” มันคือความเวอร์ที่มีระบบ คนอ่านเลยอยากเห็นว่าจะไปสุดได้แค่ไหน
3) เริ่มจากวาดเล่น แต่พัฒนาเป็นงานที่มีโลกของตัวเอง
พอมีตัวละครเพิ่ม มีคู่แข่ง มีไดนามิก ความสนุกมันขยายเองแบบเป็นธรรมชาติ
4) รางวัลช่วยเปิดไฟสปอตไลต์ แต่สิ่งที่ทำให้คนอยู่ต่อคือเอกลักษณ์
รางวัลทำให้คนรู้จัก แต่ความน่ารัก ความตลก และกลิ่นอายไทย ๆ ทำให้คนอยากอ่านต่อ
โปรโมตแบบเนียน ๆ สำหรับสายอ่านสายวาด: ของที่ช่วยให้สนับสนุนงานได้สนุกขึ้น
ถ้ากำลังจะตามอ่าน RKGK แบบจริงจัง หรือเริ่มอยากลองวาดการ์ตูนเอง งานแบบนี้มี “อุปกรณ์คู่ใจ” ที่ช่วยเพิ่มความฟินได้แบบไม่ต้องทำตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์
ไอเดียช้อปบน Zestbuy ที่เข้าธีมสายมังงะ
-
แท็บเล็ต/อุปกรณ์วาดภาพดิจิทัล: สำหรับคนอยากลองทำงานคอมิกหรือสเก็ตช์ไอเดีย
-
อีรีดเดอร์/แท็บเล็ตอ่านการ์ตูน: อ่านอีบุ๊กบน mebmarket ได้สะดวก ภาพเต็มตา
-
ไฟตั้งโต๊ะถนอมสายตา: วาดหรืออ่านตอนดึก ๆ แบบไม่ทำร้ายตา
-
ที่วางแท็บเล็ต/ขาตั้งหนังสือ: อ่านนาน ๆ แล้วคอไม่งอเหมือนกำลังจะแปลงร่าง
-
เมาส์/คีย์บอร์ด/อุปกรณ์จัดโต๊ะทำงาน: ทำมู้ดให้โต๊ะเป็นสตูดิโอเล็ก ๆ พร้อมผลิตไอเดีย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้วาดเก่งขึ้นทันที แต่ทำให้ “ทำงานได้นานขึ้นและสบายขึ้น” ซึ่งเป็นสกิลลับของคนทำคอนเทนต์ตัวจริง
สรุป: “รักควายกอดควาย” คือหลักฐานว่าเรื่องบ้าน ๆ ถ้าทำดี มันไปไกลได้มาก
บทสัมภาษณ์ของการันต์ทำให้เห็นภาพชัดว่า เส้นทางสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโปรเจกต์ใหญ่โต
บางครั้งมันเริ่มจาก “วาดเล่น” แต่จริงจังกับมันมากพอ จนคนทั่วโลกอยากร่วมสนุกด้วย
และสิ่งที่ควรจับตาหลังจากนี้คือ
-
RKGK จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนในแบบที่ยังคงความน่ารักและความเวอร์
-
วงการมังงะไทยจะมี “คลื่นลูกใหม่” ตามมาอีกเท่าไร
-
และเวทีระดับโลกจะเปิดพื้นที่ให้เสียงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกแค่ไหน
ใครชอบมังงะที่มีเอกลักษณ์ กลิ่นอายไทย และมุกที่คาดเดายากแบบมีชั้นเชิง งานนี้ควรอยู่ในลิสต์อ่านแบบไม่ต้องคิดนาน
แนะนำสำหรับคุณ
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
