ดราม่าข้ามพรมแดน! เวียดนามสั่ง Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ปม “เส้นประเก้าเส้น” จุดเดือดการเมืองในโลกสตรีมมิ่ง

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2026-01-07T06:03Z
点赞
ดราม่าข้ามพรมแดน! เวียดนามสั่ง Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ปม “เส้นประเก้าเส้น” จุดเดือดการเมืองในโลกสตรีมมิ่ง

ถ้าคิดว่าสตรีมมิ่งคือพื้นที่ปลอดภัยที่แค่กดดูแล้วจบ บอกเลยว่าช่วงต้นปีนี้มีเรื่องให้สะดุ้งกันทั้งวงการ เมื่อ กรมภาพยนตร์เวียดนาม ออกคำสั่งตรงถึง Netflix ให้ลบภาพยนตร์/ซีรีส์เรื่อง I Am Like a Brilliant Sunshine ออกจากแพลตฟอร์มในประเทศแบบเร่งด่วน ภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง

สาเหตุไม่ใช่เรตแรง ไม่ใช่ฉากรุนแรง แต่คือสิ่งที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้นชื่อกันดีและอ่อนไหวสุด ๆ นั่นคือ “เส้นประเก้าเส้น” ที่ปรากฏอยู่ในฉากแผนที่ของเรื่องนี้ และถูกมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวียดนามโดยตรง

เหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่เรื่องเดียว แต่กำลังส่งสัญญาณแรงไปถึงอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกว่า “คอนเทนต์” ไม่ได้ลอยตัวจากการเมืองอีกต่อไป

ฉันเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่เจิดจรัส - ภาพที่ 3

I Am Like a Brilliant Sunshine คือเรื่องอะไร และทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่

I Am Like a Brilliant Sunshine เป็นซีรีส์/ภาพยนตร์จากจีน (แนวโรแมนติก-ดราม่า) ที่มีทั้งหมด 27 ตอน และถูกจัดเรต T13 บน Netflix หมายถึงเหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป

ตัวเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือประเด็นระหว่างประเทศโดยตรง แต่ปัญหาเกิดขึ้นจาก ภาพแผนที่ที่มีเส้นประเก้าเส้น ปรากฏในหลายฉาก โดยเฉพาะใน ตอนที่ 25 ช่วงนาที 32:10 – 34:03 ซึ่งหน่วยงานรัฐเวียดนามตรวจพบและถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ “ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย”

ผลคือ จากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจัดให้อยู่ในระดับ C ซึ่งหมายถึง ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ ตามกฎหมายภาพยนตร์ของเวียดนาม พ.ศ. 2565

เส้นประเก้าเส้น คืออะไร และทำไมเวียดนามจริงจังขนาดนี้

สำหรับคนดูทั่วไป “เส้นประเก้าเส้น” อาจดูเหมือนแค่เส้นในแผนที่ แต่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือสัญลักษณ์ที่จีนใช้แสดงการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งทับซ้อนกับเขตอธิปไตยของหลายประเทศ รวมถึงเวียดนาม

เวียดนามจึงมีกฎหมายที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับ การปรากฏของเส้นประเก้าเส้นในสื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม หรือแม้แต่แอปพลิเคชัน

ที่ผ่านมา เราเคยเห็นกรณีคล้ายกันมาแล้ว ทั้งหนังฮอลลีวูด เกมดัง และซีรีส์จากจีนที่ถูกแบนหรือสั่งแก้ไขในเวียดนามด้วยเหตุผลเดียวกันนี้

ไทม์ไลน์คำสั่ง: 24 ชั่วโมงที่ Netflix ต้องตัดสินใจ

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเวียดนาม

  • วันที่ 4 มกราคม: กรมภาพยนตร์ออกเอกสารอย่างเป็นทางการ

  • สั่งให้ Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ออกจากแพลตฟอร์มและแอปในเวียดนาม

  • กำหนดเส้นตาย ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลา 21.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม

  • นอกจากลบแล้ว Netflix ยังต้องส่ง รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงหน่วยงานรัฐ ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม

นี่ไม่ใช่ “คำขอ” แบบสุภาพ แต่เป็นคำสั่งตามกฎหมาย พร้อมบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม

เสียงจากผู้ชมเวียดนาม: ส่วนใหญ่หนุนรัฐแบบไม่ลังเล

สิ่งที่น่าสนใจคือ กระแสผู้ชมในเวียดนามจำนวนมากสนับสนุนการตัดสินใจของกรมภาพยนตร์

ความคิดเห็นบนเว็บไซต์ของกระทรวงฯ และโซเชียลมีเดียสะท้อนชัดว่า

  • ต้องการให้จัดการเข้มงวดกับคอนเทนต์ที่มีเส้นประเก้าเส้น

  • เรียกร้องให้แบนภาพยนตร์/ซีรีส์ทุกเรื่องที่มีสัญลักษณ์ลักษณะนี้

  • มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของชาติ

กระแสนี้แรงพอจน เพจแฟนคลับละครจีนหลายเพจประกาศหยุดอัปเดตเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที รวมถึงแฟนเพจของนักแสดงนำอย่าง ซงเหว่ยหลง และ จ้าวจินหม่าย ที่เลือกถอยออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงดราม่า

d03f186869b74787b912969f60eb926d.jpg

มุมมองเชิงวิเคราะห์: นี่ไม่ใช่แค่การลบซีรีส์ แต่คือสัญญาณเตือนทั้งอุตสาหกรรม

กรณี I Am Like a Brilliant Sunshine สะท้อนประเด็นใหญ่ 3 เรื่องที่วงการบันเทิงต้องคิดต่อ

1. สตรีมมิ่งไม่ใช่พื้นที่ “ไร้พรมแดน” อีกต่อไป

แม้ Netflix จะเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก แต่กฎหมายท้องถิ่นยังคงมีอำนาจเต็ม และอาจเข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด

2. รายละเอียดเล็ก ๆ ในงานโปรดักชัน อาจสร้างผลกระทบมหาศาล

ฉากแผนที่ไม่กี่วินาที สามารถทำให้คอนเทนต์ทั้งเรื่องถูกถอดออกจากตลาดประเทศหนึ่งได้ทันที

3. จีน – เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – คอนเทนต์บันเทิง

ความตึงเครียดทางการเมืองยังคงแทรกซึมเข้ามาในโลกบันเทิงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะเกิดกรณีลักษณะนี้อีกในอนาคต

แล้ว Netflix ทำอย่างไรต่อ

จากข้อมูล ณ เวลา 17:43 น. ของวันที่ 4 มกราคม (อ้างอิง Tuoi Tre Online) ผู้ชมในเวียดนาม ยังสามารถเข้าถึงซีรีส์เรื่องนี้ได้บน Netflix ซึ่งทำให้หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิดว่า

  • Netflix จะลบทั้งเรื่อง

  • หรือเลือกตัดเฉพาะฉากที่มีปัญหา

  • หรือจะถอนออกชั่วคราวเพื่อเจรจา

ไม่ว่าทางไหน ผลลัพธ์ของเคสนี้จะกลายเป็น บรรทัดฐานสำคัญ สำหรับการจัดการคอนเทนต์ในภูมิภาคนี้แน่นอน

สรุป: เส้นประเส้นเดียว สะเทือนทั้งแพลตฟอร์ม

กรณี เวียดนามสั่ง Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ไม่ใช่แค่ข่าวดราม่าหนัง แต่เป็นบทเรียนชัดเจนว่า ในยุคที่คอนเทนต์เดินทางข้ามพรมแดนได้ในคลิกเดียว การเมือง กฎหมาย และวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

สำหรับผู้ชม นี่อาจเป็นแค่ซีรีส์เรื่องหนึ่งที่หายไป
แต่สำหรับผู้สร้าง แพลตฟอร์ม และอุตสาหกรรมบันเทิง นี่คือสัญญาณเตือนว่า “โลกสตรีมมิ่ง” ต้องละเอียดและรอบคอบมากขึ้นกว่าที่เคย

สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ

  • Netflix จะจัดการเคสนี้อย่างไร

  • ประเทศอื่นจะเข้มงวดกับคอนเทนต์ลักษณะเดียวกันมากขึ้นหรือไม่

  • และผู้สร้างจะเริ่มหลีกเลี่ยงสัญลักษณ์อ่อนไหวในงานบันเทิงมากแค่ไหน

ดราม่านี้อาจจบในไม่กี่วัน แต่แรงสั่นสะเทือนของมันน่าจะอยู่อีกนาน

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

เมื่อการย้ายเกม ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวในวงการเกมมือถือ หากมีอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง “ขยับตัว” ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก และเมื่อชื่อที่ถูกพูดถึงคือ “กายหงิด” อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น การตัดสินใจย้ายจาก ROV ไปสู่ MLBB (Mobile L
2026-01-16T10:41Z
อินฟลูเอนเซอร์ดัง “กายหงิด” ย้ายค่ายจาก ROV ซบ MLBB สัญญาณการเปลี่ยนขั้วของวงการเกมมือถือไทย
เมืองที่เดินไปทางไหนก็เจอห้างหากลองนัดเพื่อนในกรุงเทพฯ แล้วถามว่า “เจอกันที่ไหนดี” คำตอบที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนมักเป็นชื่อห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นห้างใกล้บ้าน ห้างติดรถไฟฟ้า หรือห้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพ
ทำไมกรุงเทพมหานครถึงมีห้างสรรพสินค้าเยอะมาก วิเคราะห์จากมุมเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์เมือง
cr.ข่าวสดเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่ง ปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม 2569 ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งตามแนวตอม่อและพาดขึ้นไปใต้คานสะพาน ความสูง มากกว่า 50 เมตร
ระทึกไฟไหม้ “สะพานภูมิพล 2”!!

บทความที่แนะนำ