ดราม่าข้ามพรมแดน! เวียดนามสั่ง Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ปม “เส้นประเก้าเส้น” จุดเดือดการเมืองในโลกสตรีมมิ่ง

ถ้าคิดว่าสตรีมมิ่งคือพื้นที่ปลอดภัยที่แค่กดดูแล้วจบ บอกเลยว่าช่วงต้นปีนี้มีเรื่องให้สะดุ้งกันทั้งวงการ เมื่อ กรมภาพยนตร์เวียดนาม ออกคำสั่งตรงถึง Netflix ให้ลบภาพยนตร์/ซีรีส์เรื่อง I Am Like a Brilliant Sunshine ออกจากแพลตฟอร์มในประเทศแบบเร่งด่วน ภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง
สาเหตุไม่ใช่เรตแรง ไม่ใช่ฉากรุนแรง แต่คือสิ่งที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุ้นชื่อกันดีและอ่อนไหวสุด ๆ นั่นคือ “เส้นประเก้าเส้น” ที่ปรากฏอยู่ในฉากแผนที่ของเรื่องนี้ และถูกมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวียดนามโดยตรง
เหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่เรื่องเดียว แต่กำลังส่งสัญญาณแรงไปถึงอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลกว่า “คอนเทนต์” ไม่ได้ลอยตัวจากการเมืองอีกต่อไป
I Am Like a Brilliant Sunshine คือเรื่องอะไร และทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่
I Am Like a Brilliant Sunshine เป็นซีรีส์/ภาพยนตร์จากจีน (แนวโรแมนติก-ดราม่า) ที่มีทั้งหมด 27 ตอน และถูกจัดเรต T13 บน Netflix หมายถึงเหมาะกับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป
ตัวเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือประเด็นระหว่างประเทศโดยตรง แต่ปัญหาเกิดขึ้นจาก ภาพแผนที่ที่มีเส้นประเก้าเส้น ปรากฏในหลายฉาก โดยเฉพาะใน ตอนที่ 25 ช่วงนาที 32:10 – 34:03 ซึ่งหน่วยงานรัฐเวียดนามตรวจพบและถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ “ไม่ถูกต้องและผิดกฎหมาย”
ผลคือ จากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจัดให้อยู่ในระดับ C ซึ่งหมายถึง ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ ตามกฎหมายภาพยนตร์ของเวียดนาม พ.ศ. 2565
เส้นประเก้าเส้น คืออะไร และทำไมเวียดนามจริงจังขนาดนี้
สำหรับคนดูทั่วไป “เส้นประเก้าเส้น” อาจดูเหมือนแค่เส้นในแผนที่ แต่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ นี่คือสัญลักษณ์ที่จีนใช้แสดงการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งทับซ้อนกับเขตอธิปไตยของหลายประเทศ รวมถึงเวียดนาม
เวียดนามจึงมีกฎหมายที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับ การปรากฏของเส้นประเก้าเส้นในสื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม หรือแม้แต่แอปพลิเคชัน
ที่ผ่านมา เราเคยเห็นกรณีคล้ายกันมาแล้ว ทั้งหนังฮอลลีวูด เกมดัง และซีรีส์จากจีนที่ถูกแบนหรือสั่งแก้ไขในเวียดนามด้วยเหตุผลเดียวกันนี้
ไทม์ไลน์คำสั่ง: 24 ชั่วโมงที่ Netflix ต้องตัดสินใจ
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเวียดนาม
-
วันที่ 4 มกราคม: กรมภาพยนตร์ออกเอกสารอย่างเป็นทางการ
-
สั่งให้ Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ออกจากแพลตฟอร์มและแอปในเวียดนาม
-
กำหนดเส้นตาย ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลา 21.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม
-
นอกจากลบแล้ว Netflix ยังต้องส่ง รายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงหน่วยงานรัฐ ภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม
นี่ไม่ใช่ “คำขอ” แบบสุภาพ แต่เป็นคำสั่งตามกฎหมาย พร้อมบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม
เสียงจากผู้ชมเวียดนาม: ส่วนใหญ่หนุนรัฐแบบไม่ลังเล
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระแสผู้ชมในเวียดนามจำนวนมากสนับสนุนการตัดสินใจของกรมภาพยนตร์
ความคิดเห็นบนเว็บไซต์ของกระทรวงฯ และโซเชียลมีเดียสะท้อนชัดว่า
-
ต้องการให้จัดการเข้มงวดกับคอนเทนต์ที่มีเส้นประเก้าเส้น
-
เรียกร้องให้แบนภาพยนตร์/ซีรีส์ทุกเรื่องที่มีสัญลักษณ์ลักษณะนี้
-
มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีของชาติ
กระแสนี้แรงพอจน เพจแฟนคลับละครจีนหลายเพจประกาศหยุดอัปเดตเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที รวมถึงแฟนเพจของนักแสดงนำอย่าง ซงเหว่ยหลง และ จ้าวจินหม่าย ที่เลือกถอยออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงดราม่า
มุมมองเชิงวิเคราะห์: นี่ไม่ใช่แค่การลบซีรีส์ แต่คือสัญญาณเตือนทั้งอุตสาหกรรม
กรณี I Am Like a Brilliant Sunshine สะท้อนประเด็นใหญ่ 3 เรื่องที่วงการบันเทิงต้องคิดต่อ
1. สตรีมมิ่งไม่ใช่พื้นที่ “ไร้พรมแดน” อีกต่อไป
แม้ Netflix จะเป็นแพลตฟอร์มระดับโลก แต่กฎหมายท้องถิ่นยังคงมีอำนาจเต็ม และอาจเข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด
2. รายละเอียดเล็ก ๆ ในงานโปรดักชัน อาจสร้างผลกระทบมหาศาล
ฉากแผนที่ไม่กี่วินาที สามารถทำให้คอนเทนต์ทั้งเรื่องถูกถอดออกจากตลาดประเทศหนึ่งได้ทันที
3. จีน – เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – คอนเทนต์บันเทิง
ความตึงเครียดทางการเมืองยังคงแทรกซึมเข้ามาในโลกบันเทิงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะเกิดกรณีลักษณะนี้อีกในอนาคต
แล้ว Netflix ทำอย่างไรต่อ
จากข้อมูล ณ เวลา 17:43 น. ของวันที่ 4 มกราคม (อ้างอิง Tuoi Tre Online) ผู้ชมในเวียดนาม ยังสามารถเข้าถึงซีรีส์เรื่องนี้ได้บน Netflix ซึ่งทำให้หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิดว่า
-
Netflix จะลบทั้งเรื่อง
-
หรือเลือกตัดเฉพาะฉากที่มีปัญหา
-
หรือจะถอนออกชั่วคราวเพื่อเจรจา
ไม่ว่าทางไหน ผลลัพธ์ของเคสนี้จะกลายเป็น บรรทัดฐานสำคัญ สำหรับการจัดการคอนเทนต์ในภูมิภาคนี้แน่นอน
สรุป: เส้นประเส้นเดียว สะเทือนทั้งแพลตฟอร์ม
กรณี เวียดนามสั่ง Netflix ลบ I Am Like a Brilliant Sunshine ไม่ใช่แค่ข่าวดราม่าหนัง แต่เป็นบทเรียนชัดเจนว่า ในยุคที่คอนเทนต์เดินทางข้ามพรมแดนได้ในคลิกเดียว การเมือง กฎหมาย และวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
สำหรับผู้ชม นี่อาจเป็นแค่ซีรีส์เรื่องหนึ่งที่หายไป
แต่สำหรับผู้สร้าง แพลตฟอร์ม และอุตสาหกรรมบันเทิง นี่คือสัญญาณเตือนว่า “โลกสตรีมมิ่ง” ต้องละเอียดและรอบคอบมากขึ้นกว่าที่เคย
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือ
-
Netflix จะจัดการเคสนี้อย่างไร
-
ประเทศอื่นจะเข้มงวดกับคอนเทนต์ลักษณะเดียวกันมากขึ้นหรือไม่
-
และผู้สร้างจะเริ่มหลีกเลี่ยงสัญลักษณ์อ่อนไหวในงานบันเทิงมากแค่ไหน
ดราม่านี้อาจจบในไม่กี่วัน แต่แรงสั่นสะเทือนของมันน่าจะอยู่อีกนาน
แนะนำสำหรับคุณ
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
