เพลง Heroes ของ David Bowie ยอดสตรีมพุ่งกว่า 500% หลังปรากฏในตอนจบ Stranger Things

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2026-01-12T02:54Z
点赞
เพลง Heroes ของ David Bowie ยอดสตรีมพุ่งกว่า 500% หลังปรากฏในตอนจบ Stranger Things

ในยุคที่เพลงใหม่เกิดขึ้นทุกวัน การที่บทเพลงจากอดีตสามารถกลับมาครองใจผู้ฟังรุ่นใหม่ได้อีกครั้ง ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในช่วงเวลานี้คือ Heroes เพลงระดับตำนานของ David Bowie

ผลงานจากปี 1977 เพลงนี้กลับมาได้รับความสนใจอย่างถล่มทลายอีกครั้ง หลังจากถูกนำไปใช้ประกอบในตอนจบของซีรีส์ชื่อดังอย่าง Stranger Things ซึ่งไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับแฟนซีรีส์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดการฟังเพลงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งทั่วโลก

การกลับมาของ Heroes ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการย้ำเตือนถึงพลังของดนตรีที่ไร้กาลเวลา และบทบาทสำคัญของสื่อบันเทิงร่วมสมัยในการเชื่อมโยงผู้คนต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน 🎶✨

Rolling Stone เปิดเผยตัวเลข ยอดสตรีมพุ่งกว่า 500%

รายงานจากนิตยสาร Rolling Stone ระบุว่า หลังจาก Heroes ถูกใช้ในตอนจบของ Stranger Things ยอดสตรีมเพลงนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 500% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

ในช่วง 5 เดือนก่อนหน้า เพลง Heroes มียอดสตรีมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 94,000 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่มั่นคงสำหรับเพลงคลาสสิกจากยุค 70s แต่หลังจากซีรีส์ออกอากาศตอนจบในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตัวเลขดังกล่าวก็พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เฉพาะวันที่ 1 มกราคม เพลงนี้มียอดสตรีมสูงถึง 342,000 ครั้ง ต่อมาวันที่ 2 มกราคม เพิ่มขึ้นเป็น 456,000 ครั้ง และในวันที่ 3 มกราคม ตัวเลขพุ่งไปถึง 470,000 ครั้ง

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยเดิม ยอดสตรีมของ Heroes เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 3.6–5 เท่า ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลอันมหาศาลของซีรีส์ต่อพฤติกรรมการฟังเพลงของผู้ชมทั่วโลก 🌍🎧

33d14184-b4cf-4591-b521-f9e196995fb8.png

Heroes บทเพลงแห่งความหวังและการยืนหยัด

Heroes ไม่ได้เป็นเพียงเพลงฮิตของ David Bowie แต่เป็นบทเพลงที่มีความหมายลึกซึ้ง และถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ทรงพลังที่สุดของเขา

เนื้อเพลงพูดถึงความหวัง ความกล้าหาญ และช่วงเวลาสั้นๆ ที่มนุษย์สามารถเป็น “ฮีโร่” ได้ แม้โลกจะเต็มไปด้วยอุปสรรคและข้อจำกัด แนวคิดนี้ทำให้เพลงยังคงมีความร่วมสมัย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ทศวรรษ

เมื่อเพลงถูกนำมาใช้ในตอนจบของ Stranger Things ความหมายของเพลงก็ยิ่งถูกขยายออกไป สอดรับกับการเดินทางของตัวละครที่ต้องเผชิญกับความสูญเสีย ความกลัว และการเสียสละ

สำหรับผู้ชมจำนวนมาก เสียงของ David Bowie ในฉากสุดท้ายไม่ใช่แค่ดนตรีประกอบ แต่เป็นอารมณ์ร่วมที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดสมบูรณ์แบบ 💫

Stranger Things กับพลังของดนตรีประกอบยุคคลาสสิก

Stranger Things เป็นซีรีส์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเลือกใช้เพลงประกอบได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะเพลงจากยุค 70s และ 80s ที่สอดคล้องกับบรรยากาศและช่วงเวลาของเรื่อง

ตลอดหลายซีซันที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้ได้ปลุกชีวิตให้กับเพลงเก่ามาแล้วหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น Running Up That Hill ของ Kate Bush หรือเพลงคลาสสิกอื่นๆ ที่กลับมาติดชาร์ตอีกครั้งหลังถูกใช้ในซีรีส์

การเลือก Heroes มาใช้ในตอนจบจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการตัดสินใจที่ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้บทสรุปของเรื่องราวมีพลังทางอารมณ์สูงสุด 🎥✨

7d15e236-8c42-45fc-868e-1c4136ab4c69.jpeg

ไอเดียจาก Joe Keery สู่ฉากจบที่ยิ่งใหญ่

Matt และ Ross Duffer สองพี่น้องผู้สร้างซีรีส์ Stranger Things ให้สัมภาษณ์กับ Tudum ว่า ไอเดียในการใช้เพลงต้นฉบับของ David Bowie มาจาก Joe Keery นักแสดงผู้รับบท Steve Harrington

Joe Keery มองว่า Heroes เป็นเพลงที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด เพราะมันสื่อถึงความกล้าหาญ การเสียสละ และความเป็นมนุษย์ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด

นอกจากนี้ เพลงยังเชื่อมโยงกับเวอร์ชันคัฟเวอร์ของ Peter Gabriel ที่เคยถูกใช้ในซีซันก่อนหน้า ทำให้เกิดความต่อเนื่องทางอารมณ์ และสร้างความรู้สึกย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาสำคัญในเรื่อง

การเลือกใช้เพลงต้นฉบับแทนเวอร์ชันคัฟเวอร์ในตอนจบ จึงเป็นเหมือนการปิดวงจรของเรื่องราวทั้งหมดอย่างงดงาม 🎶🖤

Purple Rain ของ Prince กับอีกหนึ่งฉากระดับตำนาน

นอกจาก Heroes แล้ว ตอนจบของ Stranger Things ยังมีการใช้เพลง Purple Rain ของ Prince ในฉากสำคัญ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ผู้ชมพูดถึงอย่างมาก

Ross Duffer กล่าวถึงการเลือกเพลงนี้ว่า “ไม่มีอะไรจะ Epic ไปกว่าเพลงของ Prince อีกแล้ว” และคำกล่าวนี้ก็สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในฉากที่เพลงดังขึ้น

ผลลัพธ์คือเพลง Purple Rain มียอดสตรีมบน Spotify ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 243% หลังจากซีรีส์ออกอากาศ ซึ่งตอกย้ำอีกครั้งถึงพลังของซีรีส์ในการชุบชีวิตบทเพลงคลาสสิกให้กลับมาอยู่ในความสนใจของผู้ฟังยุคใหม่ 🎤✨

เมื่อซีรีส์กลายเป็นสะพานเชื่อมดนตรีต่างยุค

ปรากฏการณ์ของ Heroes และ Purple Rain แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซีรีส์โทรทัศน์ในยุคสตรีมมิ่งไม่ได้เป็นเพียงสื่อบันเทิง แต่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมดนตรีจากอดีตสู่ปัจจุบัน

ผู้ชมรุ่นใหม่จำนวนมากอาจไม่เคยฟังเพลงของ David Bowie หรือ Prince มาก่อน แต่เมื่อเพลงเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในบริบทที่ทรงพลัง ก็สามารถสร้างความประทับใจและกระตุ้นให้ผู้ฟังกลับไปค้นหาเพลงต้นฉบับได้

นี่คือบทพิสูจน์ว่า ดนตรีที่ดีไม่มีวันเก่า และเมื่อได้รับการนำเสนอในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถกลับมาเปล่งประกายได้อีกครั้ง 🌟🎶

bbb68437-1e74-4231-b5a8-58e02d55bcdd.jpeg

มรดกทางดนตรีของ David Bowie ที่ยังคงมีอิทธิพล

แม้ David Bowie จะจากไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงมีชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง

Heroes คือหนึ่งในบทเพลงที่สะท้อนตัวตนของ Bowie ได้อย่างชัดเจน ทั้งความกล้าที่จะทดลอง ความลึกซึ้งทางอารมณ์ และการตั้งคำถามต่อสังคม

การที่เพลงนี้กลับมาได้รับความนิยมในปีปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าผลงานของ Bowie ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในยุคสมัยหนึ่ง แต่สามารถข้ามกาลเวลาและเข้าถึงผู้ฟังรุ่นใหม่ได้เสมอ 🖤✨

ปรากฏการณ์ยอดสตรีม Heroes ของ David Bowie ที่พุ่งขึ้นกว่า 500% หลังถูกนำไปใช้ในตอนจบของ Stranger Things คือเครื่องยืนยันถึงพลังของดนตรีที่ไร้กาลเวลา

จากเพลงที่มียอดฟังเฉลี่ยวันละไม่ถึงแสนครั้ง กลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดฟังเกือบครึ่งล้านครั้งต่อวันในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเรื่องราวของซีรีส์ อารมณ์ของตัวละคร และความหมายลึกซึ้งของบทเพลง

ไอเดียจาก Joe Keery การตัดสินใจของสองพี่น้อง Duffer และการเลือกใช้เพลงต้นฉบับของ David Bowie ล้วนทำให้ฉากจบของ Stranger Things กลายเป็นหนึ่งในฉากที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ซีรีส์

ขณะเดียวกัน การใช้เพลง Purple Rain ของ Prince ก็ย้ำให้เห็นว่า ดนตรีคลาสสิกยังคงมีที่ยืนในโลกปัจจุบัน และสามารถสร้างอิทธิพลต่อผู้ฟังได้อย่างมหาศาล

สุดท้ายแล้ว เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขยอดสตรีม แต่คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อดนตรีถูกใช้ในบริบทที่ถูกต้อง มันสามารถปลุกความทรงจำ สร้างอารมณ์ร่วม และเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายยุคสมัยเข้าด้วยกันได้อย่างงดงาม

และนั่นคือเหตุผลที่ Heroes จะยังคงเป็นบทเพลงของ “ฮีโร่” ต่อไป ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่สิบปีก็ตาม 🎶🖤

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในบรรดาศิลปินรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่เวที K-pop ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลทั่วโลกคือ “Cortis” วงน้องใหม่จากค่าย Big Hit MUSIC ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2025 พร้อมสไตล์และตัวตนที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ความสำ
Cortis ยังคงไต่สู่ความสำเร็จระดับโกลบอล พร้อมกระแสสตรีมทะลุเป้า และยอดขายอัลบั้มพุ่งแรงไม่หยุด
การคัมแบ็กของ NCT DREAM ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่แฟนๆ ทั่วโลกตั้งตารอ เพราะมินิอัลบั้ม Beat It Up ไม่ได้เป็นเพียงผลงานใหม่ แต่คือการประกาศตัวตนบทถัดไปของวงที่เติบโตขึ้นอย่างเด่นชัด ทั้งในเชิงดนตรี ภาพลักษณ์ ความคิด และความมั่นใ
NCT DREAM คัมแบ็ก! Beat It Up บทใหม่แห่งความมั่นใจและการก้าวไปข้างหน้า
ชื่อของ G-Dragon (จี-ดราก้อน) ไม่ใช่เพียงศิลปินเกาหลีธรรมดา หากคือ ไอคอนระดับโลก ผู้ผลักดันวัฒนธรรม K-Pop ให้ก้าวสู่เวทีสากลอย่างทรงพลัง ชื่อของเขาผูกพันกับความคิดสร้างสรรค์ แฟชั่น และเสียงดนตรีที่แหวกขนบตลอดหลายปีที่ผ่านมาแต่ในเดือนพฤศจิกา
G-Dragon เปิดใจครั้งสำคัญ จากข้อกล่าวหายาเสพติดสู่พลังสร้างสรรค์ในเพลง POWER

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ชื่อของ Gracie Abrams กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการดนตรีช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเพลงที่เปราะบางจริงใจ และภาพลักษณ์ของศิลปินหญิงที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งตลอดปีที่ผ่านมา Gracie Abrams ป
Gracie Abrams ก้าวสู่โลกภาพยนตร์ เดบิวต์การแสดงครั้งแรกกับ A24
การกลับมาของ BTS ในปีนี้ ถูกจับตามองตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเขาขยับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การคัมแบ็กของวง K-Poระดับโลก แต่คือการกลับมาหลังช่วงเวลาที่แต่ละคนได้ออกเดินทาง เติบโต และเรียนรู้ตัวตนของตัวเองผ่านผลงานเดี่ยวตลอดหลายปีที่ผ่านมาตลอดช่วงสัปดา
BTS ประกาศอัลบั้มใหม่ ARIRANG ผลงานที่เมมเบอร์ร่วมแต่งและโปรดิวซ์ทุกเพลง
ในยุคที่อุตสาหกรรมแฟชั่นและวงการบันเทิงเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น การแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด แต่คือการเลือก “ตัวแทนภาพลักษณ์” ที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์อย่างแท้จริงล่าสุด BVLGARI แบรนด์เครื่องประดับและเรือนเ
BVLGARI เปิดตัว Zhang Linghe แอมบาสเดอร์คนใหม่แห่งยุคหรูร่วมสมัย

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ