Apple จับมือ Google ใช้ Gemini เสริมพลัง Siri ยุคใหม่

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2026-01-14T02:33Z
点赞
Apple จับมือ Google ใช้ Gemini เสริมพลัง Siri ยุคใหม่

เบื้องหลังดีล AI ระยะยาว ที่อาจเปลี่ยนประสบการณ์ผู้ใช้ iPhone ไปอีกขั้น

Apple ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า กำลังร่วมมือกับ Google เพื่อนำโมเดล AI ตระกูล Gemini มาเป็นรากฐานสำคัญของฟีเจอร์ใหม่ใน Siri และระบบ Apple Intelligence ในอนาคต ความร่วมมือนี้ไม่ใช่แค่การนำ AI มาเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นการวางโครงสร้างระยะยาว เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ Apple ทั่วโลก โดยยังย้ำจุดยืนเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน

ข่าวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการเทคโนโลยี เพราะเป็นการจับมือกันของสองยักษ์ใหญ่ที่เคยแข่งขันกันมาอย่างยาวนาน และยังสะท้อนให้เห็นว่า “AI” กำลังกลายเป็นหัวใจหลักของแพลตฟอร์มดิจิทัลในยุคถัดไป


เกิดอะไรขึ้น: Apple ยืนยันใช้ Google Gemini เป็นฐาน AI รุ่นใหม่

Apple ออกมายืนยันกับสื่ออย่าง CNBC ว่า ได้ตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีของ Google โดยเฉพาะโมเดล Gemini มาใช้เป็นพื้นฐานสำหรับ Apple Foundation Models รุ่นถัดไป ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Apple Intelligence และ Siri

Apple ระบุว่า หลังจากการประเมินอย่างรอบคอบ บริษัทมองว่าเทคโนโลยี AI ของ Google เป็นรากฐานที่มีความสามารถสูงที่สุด และจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้งานได้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน Google ก็ออกมายืนยันความร่วมมือนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ทั้งสองบริษัทได้เข้าสู่ความร่วมมือระยะยาว (multi-year collaboration) เพื่อพัฒนา Apple Foundation Models รุ่นใหม่บนพื้นฐานของ Gemini และเทคโนโลยี Cloud ของ Google


Siri Apple Intelligence

ใครเกี่ยวข้องบ้าง: การร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสองบริษัทระดับโลกโดยตรง

  • Apple: ผู้พัฒนา iPhone, iPad, Mac และระบบปฏิบัติการ iOS ที่กำลังผลักดัน Apple Intelligence ให้เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ผู้ใช้

  • Google: เจ้าของโมเดล AI ตระกูล Gemini และโครงสร้าง Cloud ขนาดใหญ่ ที่ถูกเลือกให้เป็นฐานเทคโนโลยีในดีลนี้

นอกจากนี้ สื่อสายเทคโนโลยีอย่าง Bloomberg และนักข่าวชื่อดังอย่าง Mark Gurman ก็มีบทบาทสำคัญในการรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับดีลนี้มาตลอดหลายเดือน ก่อนที่ Apple จะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ


Gemini คืออะไร ทำไม Apple ถึงเลือกใช้

Gemini คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ของ Google ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเข้าใจภาษา การประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงการโต้ตอบกับผู้ใช้ในลักษณะที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

สิ่งที่ทำให้ Gemini โดดเด่น คือ

  • ความสามารถในการเข้าใจบริบทที่ซับซ้อน

  • รองรับการใช้งานข้ามรูปแบบ (ข้อความ ภาพ และข้อมูลอื่น ๆ)

  • ทำงานร่วมกับระบบ Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Apple มองว่า Gemini เป็น “รากฐาน” ที่แข็งแรงพอจะนำมาพัฒนาต่อยอดเป็น Apple Foundation Models ของตัวเอง ซึ่งหมายความว่า Apple ไม่ได้แค่หยิบมาใช้ตรง ๆ แต่จะนำไปปรับและผสานเข้ากับระบบของตนเอง


Apple Intelligence คืออะไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับดีลนี้

ในงาน WWDC 2024 Apple เปิดตัวแนวคิด Apple Intelligence ซึ่งเป็นระบบ AI ที่ทำงานร่วมกันทั้งบนอุปกรณ์และบน Cloud โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น และยังคงรักษาความเป็นส่วนตัว

ฟีเจอร์ที่ Apple เคยประกาศไว้ เช่น

  • Notification Summaries: สรุปการแจ้งเตือนให้เข้าใจง่าย

  • Writing Tools: เครื่องมือช่วยเขียนและปรับปรุงข้อความ

  • Image Playground: สร้างและปรับแต่งภาพด้วย AI

  • Genmoji: สร้างอีโมจิแบบเฉพาะตัว

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของ Apple Intelligence ซึ่งหลายฟีเจอร์ได้เริ่มเปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่สำคัญมากอย่าง Siri เวอร์ชันใหม่ ที่ยังถูกเลื่อนออกไป


Siri เวอร์ชันใหม่: ทำไมถึงสำคัญ และทำไมถึงเลื่อน

หนึ่งในไฮไลต์ของ Apple Intelligence คือ Siri เวอร์ชันใหม่ ที่ Apple บอกว่าจะฉลาดและ “เข้าใจผู้ใช้มากขึ้น” อย่างเห็นได้ชัด โดยมีความสามารถ เช่น

  • เข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ (personal context)

  • สั่งงานภายในแอปต่าง ๆ ได้ลึกขึ้น (in-app actions)

  • รับรู้สิ่งที่แสดงอยู่บนหน้าจอ (on-screen awareness)

อย่างไรก็ตาม Apple เคยออกมายอมรับเมื่อปีที่แล้วว่า การพัฒนา Siri เวอร์ชันใหม่นี้ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ จึงต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป

การยืนยันความร่วมมือกับ Google Gemini ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นคำตอบว่า Apple เลือกใช้เทคโนโลยีจากภายนอก เพื่อเร่งและเสริมศักยภาพให้ Siri กลับมาทันเกม AI อีกครั้ง


เรื่องเงินและเทคนิค: ยังไม่เปิดเผย แต่มีรายงานจากสื่อ

แม้ Apple และ Google จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคหรือข้อตกลงทางการเงินอย่างเป็นทางการ แต่ Bloomberg รายงานว่า

  • Apple อาจจ่ายให้ Google ราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อเข้าถึงโมเดล Gemini

  • Siri เวอร์ชันใหม่อาจใช้โมเดล AI ขนาดใหญ่ถึง 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์

ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทั้งสองบริษัท แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความจริงจังของโปรเจกต์นี้ได้เป็นอย่างดี


552eca3e3512449294209b44c0623c84.jpg

ความเป็นส่วนตัวยังเป็นหัวใจหลักของ Apple

หนึ่งในประเด็นที่ Apple เน้นย้ำอย่างชัดเจน คือเรื่อง Privacy หรือความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

Google ระบุว่า แม้จะใช้ Gemini และ Cloud ของ Google เป็นฐานเทคโนโลยี แต่

  • Apple Intelligence จะยังคงทำงานบนอุปกรณ์ของ Apple และระบบ Private Cloud Compute

  • มาตรฐานความเป็นส่วนตัวระดับสูงของ Apple จะยังคงถูกใช้เหมือนเดิม

พูดง่าย ๆ คือ Apple ต้องการใช้ความเก่งของ AI จาก Google แต่ยังคุมประสบการณ์และข้อมูลผู้ใช้ไว้ในระบบของตัวเอง


ส่งผลกระทบกับใครบ้าง: ผู้ใช้ทั่วไปได้อะไรจากเรื่องนี้

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความร่วมมือนี้อาจหมายถึง

  • Siri ที่ฉลาดขึ้น เข้าใจคำสั่งและบริบทมากขึ้น

  • ฟีเจอร์ AI ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

  • ประสบการณ์ใช้งาน iPhone, iPad และ Mac ที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ในมุมของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นี่คือสัญญาณว่า การพัฒนา AI ระดับสูงอาจไม่ใช่เรื่องที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งทำได้เพียงลำพังอีกต่อไป และการร่วมมือกันอาจเป็นทางเลือกที่เร็วและมีประสิทธิภาพกว่า


บทสรุป: ก้าวต่อไปของ Apple, Siri และโลก AI

การที่ Apple ยืนยันใช้ Google Gemini เป็นฐานของ Apple Foundation Models ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของทิศทาง AI ในอนาคต ไม่ใช่แค่เรื่องของ Siri ที่ฉลาดขึ้น แต่เป็นการวางโครงสร้างระยะยาวให้ Apple Intelligence เติบโตได้อย่างมั่นคง

แม้รายละเอียดเชิงลึกหลายอย่างยังไม่ถูกเปิดเผย แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ผู้ใช้กำลังจะได้เห็น Siri และฟีเจอร์ AI ของ Apple ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญในเร็ว ๆ นี้ และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ผู้ช่วยดิจิทัล “เข้าใจเรา” มากกว่าที่เคยเป็นมา

ที่มา 9to5mac

บทความที่เกี่ยวข้อง

สายชาร์จ iPhone มีให้เลือกหลายขนาดและหลายแบบ ซึ่งอาจทำให้สับสน โดยเฉพาะเมื่อต้องเลือกให้ตรงกับหัวต่อของอุปกรณ์ เช่น คอมพิวเตอร์หรืออะแดปเตอร์ชาร์จหัวใจสำคัญในการเลือกสายที่ใช่ คือการรู้ว่า iPhone ของคุณใช้หัวต่อแบบไหน (Lightning หรือ USB-C)
2025-08-05T04:59Z
สาย iPhone เส้นไหนเหมาะกับคุณ? อย่าซื้อก่อนอ่าน!
คู่มือเลือกเครื่องชาร์จ iPhone: ซื้อยังไง? ดูอะไรบ้าง?ทำไมต้องซื้อเครื่องชาร์จเอง?หากคุณเพิ่งซื้อ iPhone รุ่นใหม่ คุณอาจสังเกตว่ากล่องบางลงกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะ Apple ไม่ได้แถมอะแดปเตอร์แปลงไฟ (Power Adapter) มาให้แล้วใน iPhone ทุกรุ่น เพื
2025-08-08T04:29Z
ไม่ต้องกลัวแบตเสื่อม! เลือกที่ชาร์จ iPhone ยังไงให้ปลอดภัยและชาร์จไว
หากคุณใช้โซเชียลมีเดียมาสองปีที่ผ่านมา คุณคงเคยได้ยินคำว่า "เมตาเวิร์ส" กันมาบ้าง แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันคืออะไร ? เกม ชุดหูฟัง VR หรืออะไรสักอย่างที่หลุดออกมาจากหนังไซไฟกันแน่ ? แต่จริงๆ แล้วเมตาเวิร์สไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เฉพาะ แต่เป็นพื้นที่ด
2025-09-22T09:44Z
Metaverse คืออะไร? เข้าใจภายใน 5 นาที

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

บ้านสะอาดไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาในวันที่งานประจำแน่น ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนมีค่ามากขึ้น การทำความสะอาดบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ Smart Home ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้บ้านสะอาดได้เองโดยไม่ต้องออกแรง
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนชีวิตคนเมืองวันนี้เต็มไปด้วยงาน เวลา และความเร่งรีบ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ควรเป็นแค่ของใช้ แต่ต้องเป็น “ผู้ช่วย” ที่ลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง และนี่คือจุดที่ชื่อของ Autobot ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย
เครื่องใช้ไฟฟ้า Autobot จากผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่ สู่ไอเท็มอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอถ้าพูดถึงชื่อ TCL ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือทีวีจอใหญ่ คมชัด ราคาดี แต่ในความเป็นจริง TCL ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจจอภาพอีกต่อไป วันนี้ TCL คือหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสานเท
เครื่องใช้ไฟฟ้า TCL จากผู้นำเทคโนโลยีจอสู่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรที่คนยุคใหม่เลือกใช้

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ