ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

แบตเตอรี่หมดเร็วไม่ใช่เวรกรรม แต่เป็นเรื่องของการตั้งค่า

การแก้ปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วบน Android คือกระบวนการปรับตั้งค่าระบบและแอปเพื่อจำกัดการทำงานเบื้องหลัง การเข้าถึงตำแหน่ง และการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น โดยเน้นการจัดการสิทธิ์ การปิดแอปพื้นหลัง และการควบคุมแอปที่กินพลังงาน เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

ถ้าแบตมือถือคุณไหลเป็นน้ำทั้งที่ไม่ได้เล่นเครื่องตลอดเวลา ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่คือการตั้งค่า Android ที่ปล่อยให้แอปทำงานในพื้นหลังแบบไร้ขีดจำกัด แบตเตอรี่หมดเร็วคือสัญญาณว่าคุณควรเลิกปล่อยให้ระบบจัดการทุกอย่างเอง แล้วหันมา “คุมเกม” ด้วยการปรับตั้งค่าด้วยตัวเอง การปิดแอปพื้นหลังบางประเภทและจัดระเบียบสิทธิ์ต่างๆ อาจเพิ่มเวลาใช้งานได้หลายชั่วโมงโดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ตลอดวัน บทความนี้จะพาไล่ทีละจุดที่กินไฟที่สุด และบอกให้ชัดว่าควรปิดอะไร เก็บอะไร และตั้งค่าอย่างไรให้การประหยัดแบตเตอรี่เห็นผลจริง

จัดการ Location ให้ฉลาด หยุดแอปดูดแบตแบบเงียบๆ

บริการระบุตำแหน่งคือหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว เพราะ Android ไม่ได้ใช้แค่ GPS เดี่ยวๆ แต่ยังสแกนสัญญาณผ่าน Wi Fi และ Bluetooth เพื่อเพิ่มความแม่นยำ กระบวนการสแกนอย่างต่อเนื่องนี้บังคับให้ฮาร์ดแวร์ทำงานถี่ขึ้น ทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อมีหลายแอปขอข้อมูลตำแหน่งในพื้นหลังพร้อมกัน หากปล่อยไว้โดยไม่จัดการ แบตที่ควรอยู่ถึงเย็นอาจร่วงฮวบตั้งแต่บ่ายกลางวัน

  1. เปิด การตั้งค่า แล้วเข้าเมนู ตำแหน่งที่ตั้ง หรือ Location
  2. แตะ สิทธิ์การเข้าถึงแอป เพื่อดูรายชื่อแอปทั้งหมดที่ใช้ตำแหน่ง
  3. จัดหมวดหมู่เป็น อนุญาตเฉพาะเมื่อใช้แอป สำหรับแอปนำทางหรือเดลิเวอรีที่จำเป็น และเลือก ไม่อนุญาต สำหรับแอปที่ไม่ต้องใช้ตำแหน่งเลย
  4. สำหรับแอปที่แทบไม่ได้ใช้งานแต่ขอ Location ต่อเนื่อง ให้พิจารณาปิดสิทธิ์หรือถอนการติดตั้ง เพราะการใช้ GPS ต่อเนื่องทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น

ข้อสำคัญคืออย่าปิดสิทธิ์ทุกอย่างแบบมืดบอด แอปแผนที่ เรียกรถ หรือส่งอาหารควรตั้งเป็นอนุญาตเฉพาะเมื่อใช้งาน เพื่อให้ยังใช้งานได้ดีโดยไม่ปล่อยให้แอบสแกนตำแหน่งทั้งวัน นี่คือจุดที่การตั้งค่า Android แบบละเอียดช่วยประหยัดแบตเตอรี่โดยไม่ทำให้ชีวิตยุ่งยาก

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา

ปิดแอปพื้นหลังและจับแอปไม่ค่อยใช้ส่งเข้าโหมดพัก

หลายคนเข้าใจผิดว่าการปิดแอปจากหน้าล่าสุดคือการปิดแอปพื้นหลังทั้งหมด ความจริงคือแอปจำนวนมากยังคงทำงาน ส่งข้อมูล และแจ้งเตือนเงียบๆ ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วโดยไม่รู้ตัว เคล็ดลับคือไม่ใช่ปิดแอปมั่ว แต่ต้องใช้เครื่องมือจัดการพลังงานให้เป็น

บนเครื่องที่ใช้ One UI มีระบบที่สามารถทำให้แอปที่ใช้งานไม่บ่อยเข้าสู่โหมดพักเครื่องหรือโหมดพักเครื่องขั้นสูง ซึ่งลดโอกาสที่แอปเหล่านั้นจะเรียกใช้งานในพื้นหลังอัตโนมัติได้อย่างมาก แนวทางที่ควรทำคือเข้าไปที่ การตั้งค่า แล้วเลือกเมนูแบตเตอรี่หรือการดูแลอุปกรณ์ จากนั้นเปิดใช้ฟังก์ชันที่ให้ระบบจับแอปไม่ค่อยใช้ไปพัก และเพิ่มแอปที่คุณไม่อยากให้วิ่งพื้นหลังเข้าไปในรายการด้วยตัวเอง สำหรับแอปที่ติดตั้งทับซ้อนทำงานเหมือนกันหลายตัว เช่น แอปแต่งรูปหรือเบราว์เซอร์ ควรเหลือเพียงตัวหลักแล้วถอนการติดตั้งตัวที่เหลือเพื่อลดภาระระบบ นี่คือการปิดแอปพื้นหลังแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ปิดทุกอย่างจนเครื่องทำงานสะดุด

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา

เช็กตัวกินไฟตัวจริงผ่านเมนู Battery แล้วจัดการแบบรายแอป

หากอยากรู้ว่าทำไมแบตเตอรี่หมดเร็ว ต้องเริ่มจากการดูสถิติไม่ใช่เดาเอง Android มีหน้ารายงานการใช้แบตเตอรี่ที่บอกชื่อแอป เวลาใช้งาน และปริมาณที่กินไปอย่างละเอียด คุณควรเปิดดูบ่อยๆ โดยเข้า การตั้งค่า ไปที่ แบตเตอรี่ แล้วเลือก Battery usage หรือ การใช้แบตเตอรี่ เพื่อดูว่าแอปไหนกินไฟมากผิดปกติ

บ่อยครั้งแอปที่โผล่ขึ้นมาบนสุดคือแอปของระบบอย่าง Google รวมถึง Google Maps โซเชียลมีเดีย และ YouTube เพราะแอปเหล่านี้มักรันพื้นหลังและรีเฟรชข้อมูลต่อเนื่อง หากพบว่าแอปเหล่านี้ใช้พลังงานสูง ให้เข้าเมนูแอปใน การตั้งค่า แล้วเลือกจัดการสิทธิ์หรือการประหยัดพลังงานของแต่ละแอป เช่น เปิดตัวเลือกหยุดกิจกรรมเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือจำกัดการใช้แบตเตอรี่ในพื้นหลัง ในบางกรณีคุณยังสามารถปิดฟีดข่าวหรือฟีดแนะนำภายในแอป เพื่อไม่ให้มีการรีเฟรชข้อมูลอัตโนมัติ แนวคิดคือให้สิทธิ์แอปรันเฉพาะเมื่อคุณเปิดใช้จริง ไม่ปล่อยให้เครื่องทำงานเพื่อแอปตลอดทั้งวัน

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา

สรุป: 5 นาทีที่คุ้มค่า แทนการหงุดหงิดกับแบตทั้งวัน

การประหยัดแบตเตอรี่บน Android ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่ต้องยอมเสียเวลาสัก 5 นาทีไปกับการตั้งค่า Android ให้ถูกจุด เริ่มจากจัดสิทธิ์ Location ให้เป็น อนุญาตเฉพาะเมื่อใช้แอป ตามด้วยส่งแอปไม่ค่อยใช้เข้าโหมดพักหรือถอนการติดตั้ง แล้วปิดการทำงานพื้นหลังของแอปที่รายงานว่ากินพลังงานสูงในหน้า Battery usage การทำครบสามขั้นตอนนี้ทำให้คุณเลิกถามตัวเองว่าทำไมแบตเตอรี่หมดเร็ว แล้วเปลี่ยนมาใช้เครื่องได้เต็มวันแบบไม่ต้องคอยหาปลั๊ก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “มือถือรุ่นไหนแบตอึดสุด” แต่คือคุณยอมลงมือจัดการแอปและฟีเจอร์ที่สูบไฟทิ้งเองหรือยัง เพราะต่อให้ซื้อเครื่องใหม่ ถ้ายังปล่อยให้แอปวิ่งพื้นหลัง ดูดตำแหน่ง และรีเฟรชข้อมูลทั้งวันที่เดิม แบตเตอรี่ของเครื่องใหม่ก็จะหมดเร็วไม่ต่างจากเดิม

หยุดแบตเตอรี่หมดเร็วใน 5 นาที ปรับตั้งค่า Android ให้เครื่องอึดขึ้นทันตา

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!