Thailand Content Market คืออะไร และทำไมดีล 9,792.4 ล้านบาทจึงสำคัญ
Thailand Content Market คือมหกรรมธุรกิจคอนเทนต์และดิจิทัลคอนเทนต์ระดับนานาชาติที่เชื่อมผู้สร้างสรรค์ ผู้ออกแบบ และผู้ผลิตคอนเทนต์เข้ากับผู้ซื้อ นักลงทุน แพลตฟอร์ม และพันธมิตรจากหลายประเทศ โดยเน้นการเจรจาธุรกิจ การซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา และการผลิตร่วม เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตในตลาดคอนเทนต์เอเชียและโลกอย่างเป็นรูปธรรม
งาน Thailand Content Market 2026 (TCM 2026) จัดขึ้นครั้งแรกระหว่างวันที่ 20–22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และสามารถปิดดีลเจรจาการค้าสูงถึง 9,792.4 ล้านบาทจาก 1,706 นัดหมาย ภายในเวลาเพียง 3 วัน ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่ความสำเร็จของงานเดียว แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดคอนเทนต์ไทยพร้อมก้าวจากเวทีภายในสู่การเป็นผู้เล่นหลักในภูมิภาค มหกรรมธุรกิจคอนเทนต์ครั้งนี้จึงไม่ใช่งานแสดงสินค้าอีกงานหนึ่ง แต่เป็นหมุดหมายที่เปลี่ยนภาพตลาดคอนเทนต์ไทยจากผู้ตามไปสู่ผู้กำหนดเกมในภูมิภาคอย่างชัดเจน

6,731 ผู้เข้าชมจาก 69 ประเทศ: ตัวเลขที่แปลว่าไทยกลายเป็นเวทีของภูมิภาค
ตลอด 3 วันของงาน มีผู้เข้าชมรวม 6,731 ราย และมีผู้ซื้อ คู่ค้า นักลงทุน และผู้ประกอบการต่างประเทศ 1,037 รายจาก 69 ประเทศ นี่คือหลักฐานว่ามหกรรมธุรกิจคอนเทนต์ครั้งนี้ทำหน้าที่เกินกว่างานในประเทศ แต่คือเวทีนัดพบของการค้าคอนเทนต์เอเชียอย่างแท้จริง การที่จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และอีกหลายตลาดกำลังซื้อสูงส่งคนของตนเข้าร่วม แปลว่าพวกเขามองตลาดคอนเทนต์ไทยเป็นโอกาสทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่พื้นที่ทดลอง
ภายในงานมีผู้แสดงสินค้า 338 บริษัท แบ่งเป็นผู้ประกอบการไทย 300 บริษัท และต่างชาติ 38 บริษัท จากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และอาเซียน ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ อาร์ตทอย บอร์ดเกม และบริการด้านคอนเทนต์ โครงสร้างผู้เข้าร่วมแบบนี้ทำให้ Thailand Content Market ไม่ใช่เพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นแพลตฟอร์มตลาดคอนเทนต์ไทยที่ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้สร้างไปจนถึงแพลตฟอร์ม และจากมุมของภูมิภาค งานนี้กำลังกลายเป็นจุดนัดพบการค้าคอนเทนต์เอเชียที่ขาดไม่ได้

จากดีลหมื่นล้านสู่ศูนย์กลาง IP: ทำไมตัวเลข 9,792.4 ล้านไม่ใช่ปลายทาง
การเจรจาการค้ารวมมูลค่า 9,792.4 ล้านบาท แบ่งเป็นดีลที่เกิดขึ้นทันที 265.7 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 2,669.4 ล้านบาท และภายใน 2–5 ปี 6,857.2 ล้านบาท โครงสร้างนี้บอกอย่างชัดเจนว่ามหกรรมธุรกิจคอนเทนต์ครั้งนี้ไม่ได้เน้นปิดดีลเร็วอย่างเดียว แต่ปูทางให้เกิดการร่วมลงทุนและการผลิตร่วมระยะยาวในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย
มูลค่าดังกล่าวยังถูกกระจายผ่านกิจกรรมหลักต่างๆ ได้แก่ Bangkok International Digital Content Festival (BIDC) 2,108.5 ล้านบาท Bangkok International Content Market (BICM) 2,298.9 ล้านบาท พื้นที่ Business Matching 1,948.0 ล้านบาท และคูหา Thailand Content Market (TCM) 3,526.9 ล้านบาท ความหลากหลายของแหล่งรายได้เช่นนี้ ยืนยันว่าตลาดคอนเทนต์ไทยเริ่มย้ายจากการขายผลงานชิ้นต่อชิ้น ไปสู่การค้าทรัพย์สินทางปัญญา (IP) แบบครบวงจร ตั้งแต่ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ แอนิเมชัน ซีรีส์แนว BL/GL เกม ไปจนถึงคอนเทนต์เซอร์วิส

แพลตฟอร์ม TCM และเทคโนโลยีใหม่: โอกาสทองของผู้เล่นไซส์เล็ก
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของมหกรรมธุรกิจคอนเทนต์ครั้งนี้ คือบทบาทของแพลตฟอร์ม TCM ที่ทำหน้าที่เป็น Marketplace ในการเชื่อมผู้ประกอบการรายเล็กและ SMEs เข้ากับ Big Players จากทั่วโลก เมื่อแพลตฟอร์มความบันเทิงรายใหญ่ระดับโลก เช่น iQIYI, Netflix และ Tencent ติดต่อเข้ามาร่วมชมงานและส่งทีมมาพบผู้ประกอบการด้วยตนเอง โอกาสของผู้ผลิตไซส์เล็กก็ไม่ได้ขึ้นกับขนาดบริษัทอีกต่อไป แต่ขึ้นกับความน่าสนใจของเนื้อหาและความเข้าใจตลาด
บทบาทของเทคโนโลยีอย่าง AI ยิ่งทำให้สนามแข่งขันเท่าเทียมมากขึ้น เพราะช่วยลดต้นทุนและลดข้อจำกัดด้านการถ่ายทำ ทำให้ทีมเล็กสามารถสร้างภาพยนตร์หรือซีรีส์แนวตั้งคุณภาพสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้บริโภคทั่วโลกเปิดรับคอนเทนต์หลายภาษาและคุ้นกับซับไตเติล ความได้เปรียบของผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ทุน แต่คือความสามารถในการสร้าง IP ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน มหกรรมธุรกิจคอนเทนต์ครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่ยืนยันว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่เนื้อหาดีมีค่ามากกว่าขนาดบริษัทอย่างแท้จริง

ขยับสู่ 3 ฮอลล์และสิทธิ์หนังสือ: ก้าวต่อไปของตลาดคอนเทนต์ไทย
ความสำเร็จรอบปฐมฤกษ์ทำให้งาน Thailand Content Market ครั้งถัดไปถูกวางตัวให้ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2570 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมขยายพื้นที่เป็น 3 ฮอลล์ (Hall 1–3) เพื่อรองรับกิจกรรม Business Matching แบบเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้แสดงสินค้ากับผู้ซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาก นี่คือสัญญาณว่ามหกรรมธุรกิจคอนเทนต์กำลังจะกลายเป็นงานหลักของภูมิภาค ไม่ใช่แค่งานภายในประเทศ
การบูรณาการร่วมกับงาน Bangkok Rights Fair (การเจรจาลิขสิทธิ์หนังสือและสิ่งพิมพ์) ควบคู่ไปกับ BIDC และ BICM ทำให้โครงสร้างงานครอบคลุมทั้งสิทธิ์ดิจิทัลคอนเทนต์และลิขสิทธิ์หนังสือในเวทีเดียว เมื่อรวมกับบทบาทของหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรเอกชนที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียง “ยอดดีลสูง” แต่คือการยืนยันว่าตลาดคอนเทนต์ไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย การลงทุน และการผลิตร่วมด้านคอนเทนต์ของภูมิภาค และหากเดินหน้าตามทิศทางนี้ มูลค่าตลาดและการค้า IP ของไทยมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก






