Nihao Month คืออะไร และทำไมต้องเร่งเครื่องในช่วง Golden Week
Nihao Month คือแคมเปญท่องเที่ยวที่ออกแบบเฉพาะเพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่เทศกาลไหว้พระจันทร์ ช่วง Golden Week จนลากยาวต่อเนื่องไปถึงตรุษจีน เน้นเชื่อมมิติการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ เพื่อให้จุดหมายปลายทางนี้กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในใจนักท่องเที่ยวจีน ทั้งสำหรับทริประยะสั้นและทริประยะยาวที่ใช้เวลาและงบประมาณมากขึ้น
หัวใจของ Nihao Month ไม่ได้มีแค่การลดแลกแจกแถมหรือโปรโมชันเฉพาะกิจ แต่คือการประกาศอย่างชัดเจนว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นยุทธศาสตร์หลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เมื่อการท่องเที่ยวแห่งชาติแถลงเปิดตัวโครงการ Nihao Month 2026 ภายใต้แนวคิด จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน จึงเป็นสัญญาณเชิงรุกว่าประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมด Golden Week Offensive อย่างเต็มตัว
จากข้อมูลล่าสุด มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 3.64 ล้านคนในช่วงต้นปี ซึ่งยังครองตำแหน่งตลาดต่างชาติอันดับหนึ่งของจุดหมายปลายทางนี้ การตัดสินใจใช้ช่วงไหว้พระจันทร์และวันชาติจีนเป็นจุดเร่งเครื่องจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการอ่านเกมตามสัญญาณการเดินทางที่ฟื้นตัวและความนิยมออกท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มสูงขึ้น หากไม่รีบย้ำภาพจำในช่วงเวลานี้ นักท่องเที่ยวจีนอาจหันไปทดลองจุดหมายปลายทางคู่แข่งแทน

เป้าหมาย 2.5 แสนคน 1.15 หมื่นล้าน กับการรุกยาวถึงตรุษจีน
แกนกลางของแคมเปญ Nihao Month คือการเจาะช่วงจังหวะทองของการท่องเที่ยวจีน 2026 ที่ยืดจากเทศกาลไหว้พระจันทร์ไปถึงตรุษจีน โดยช่วง Golden Week ระหว่าง 25 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม ถูกมองเป็นนาทีทองที่ต้องชิงส่วนแบ่งการเดินทางให้ได้มากที่สุด
การท่องเที่ยวตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนราว 250,000 คนในช่วง Golden Week เพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และคาดหวังรายได้ประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 37 เปอร์เซ็นต์ โดยระบุชัดว่า นี่จะเป็นแรงส่งสำคัญให้การเดินทางต่อเนื่องไปในช่วงโลว์ซีซันและลากยาวสู่เทศกาลตรุษจีนในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปีถัดไป คำประกาศที่น่าจับตาและเหมาะแก่การหยิบมาอ้างอิงคือ “ในช่วงเทศกาลโกลเด้นวีค จะมีทัพนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยราว 250,000 คน และสร้างรายได้สะพัดถึง 11,500 ล้านบาท”
ที่สำคัญ แคมเปญนี้ไม่ได้หวังแค่จำนวน แต่เล็งยืดระยะเวลาพำนักเฉลี่ยจาก 8 วันเป็น 13 วัน ผ่านพฤติกรรมลางานต่อเนื่องแบบ 3 Days Off for 13 Days ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินต่อทริปที่สูงขึ้นและการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวที่กว้างขึ้น ข้อมูลการจองตั๋วล่วงหน้าเดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ และการค้นหาเที่ยวบินจากเมืองเศรษฐกิจหลักที่เพิ่ม 24 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งตอกย้ำว่าศึก Golden Week ไทย ครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ห้ามพลาด

จุดขายพี่น้องใกล้กัน และยุทธศาสตร์ 4 กิจกรรมรุกทุกช่องทาง
คำโปรย จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ไม่ใช่เพียงสโลแกนสวยหรู แต่เป็นการปักหมุดภาพความใกล้ชิดทั้งด้านวัฒนธรรมและการเดินทาง เพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจีนว่าการมาเยือนที่นี่ง่าย สบาย และเป็นมิตร การย้ำภาพความเป็นพี่น้อง ยังทำให้การเดินทางถูกมองไม่ต่างจากการไปเยี่ยมบ้านญาติ มากกว่าทริปต่างแดนที่ต้องใช้พลังวางแผนสูง
ในเชิงปฏิบัติ Nihao Month ถูกถักทอผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ตั้งแต่การทำ Joint Promotion ผ่านแพลตฟอร์มจองและไกด์ร้านอาหารชื่อดัง การจัดงาน Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration ที่ One Bangkok เพื่อแสดงมิตรภาพผ่านกิจกรรมไหว้พระจันทร์ การพาอินฟลูเอนเซอร์จีนร่วมทริปสำรวจเส้นทางศักยภาพ 4 ภูมิภาค ไปจนถึงกิจกรรม Chinese Passport Privilege ที่ผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มค้าปลีก สปา ผู้ให้บริการเดินทาง โทรคมนาคม และแพลตฟอร์มชำระเงินรวม 20 องค์กร เพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้ถือพาสปอร์ตจีนที่เดินทางมาเยือนในช่วง 15 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม
เมื่อรวมทุกช่องทาง การท่องเที่ยวตั้งเป้าสร้างการรับรู้จากแคมเปญนี้กว่า 500 ล้านคนครั้ง เพื่อให้จุดหมายปลายทางนี้ยังคงยึดตำแหน่ง Top of Mind ในหัวใจนักท่องเที่ยวจีน นี่คือเดิมพันด้านภาพลักษณ์และอำนาจละมุน ที่ต้องใช้คอนเทนต์ ประสบการณ์ และสิทธิพิเศษมาช่วยเล่าเรื่อง มากกว่าการโหมโฆษณาเพียงอย่างเดียว

Soft Power หรือ Soft Sell แคมเปญนี้กำลังขายอะไรให้ใคร
หากมองให้ลึก Nihao Month ไม่ใช่แค่แคมเปญกระตุ้นยอดท่องเที่ยวจีน 2026 แบบระยะสั้น แต่เป็นการออกแบบ Soft Power ระยะยาวที่ผูกการเดินทางเข้ากับความทรงจำด้านวัฒนธรรมและมิตรภาพ กิจกรรมอย่าง Mid-Autumn Celebration ที่ชวนคนดังและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมทำขนมไหว้พระจันทร์ เขียนพู่กันจีน หรือเวิร์กชอปวัฒนธรรม แท้จริงแล้วคือการสร้างเรื่องเล่าว่า ที่นี่เข้าใจและให้เกียรติวัฒนธรรมของแขกผู้มาเยือน
ในอีกด้าน การเชิญสื่อและครีเอเตอร์คอนเทนต์จากจีน 30 ถึง 40 รายมาร่วมทริปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด Healing is a new luxury ในเส้นทางสีสันต่างๆ เช่น Green Rediscover Amber Gastronomy หรือ Blue Healing คือการตั้งใจให้เสียงของผู้เล่าเรื่องชาวจีนเป็นผู้ขายปลายทางนี้กลับไปยังคนจีนด้วยกันเอง นี่คือ Soft Sell ที่แยบคายกว่าการทำโฆษณาแบบแข็งๆ และมีน้ำหนักต่อความเชื่อใจมากกว่า
อย่างไรก็ดี แคมเปญจะได้ผลจริงหรือไม่ อยู่ที่ประสบการณ์หน้างานและคุณภาพบริการมากกว่าสคริปต์ประชาสัมพันธ์ หากนักท่องเที่ยวจีนได้สัมผัสว่าพี่น้องกันไม่ได้มีแค่บนป้ายโฆษณา แต่ปรากฏในรอยยิ้ม การบริการ และความปลอดภัย คำว่า Top of Mind ที่การท่องเที่ยวตั้งเป้าไว้จึงจะไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน แต่กลายเป็นความผูกพันระยะยาวที่คู่แข่งยากจะแย่งชิง
บทสรุปของ Golden Week Offensive และโจทย์ต่อไป
Nihao Month แสดงให้เห็นชัดว่าศึกแย่งนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้วัดกันที่การลดราคา แต่แข่งกันที่ใครจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองในใจนักเดินทางได้ก่อน แคมเปญนี้ใช้ทุกเครื่องมือ ทั้ง Golden Week ไทย สิทธิพิเศษพาสปอร์ตจีน คอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ และการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม เพื่อดันให้จุดหมายปลายทางนี้กลายเป็นตัวเลือกแรกของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายเทศกาล
อย่างไรก็ตาม เมื่อเป้าหมายคือการสร้างการรับรู้กว่า 500 ล้านครั้ง และรายได้กว่า 11,500 ล้านบาทในช่วงสั้นๆ ความเสี่ยงก็คือการมุ่งเน้นตัวเลขจนลืมคุณภาพประสบการณ์ หากระบบขนส่ง ความปลอดภัย และความพร้อมของเมืองท่องเที่ยวยังไม่สอดคล้องกับการเติบโต 24 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้เดินทาง การรักษาภาพลักษณ์อาจกลายเป็นเรื่องยากกว่าการสร้างภาพลักษณ์เสียอีก
โจทย์ต่อจาก Golden Week Offensive จึงไม่ใช่แค่การทำให้แคมเปญ Nihao Month กลายเป็นเทศกาลประจำปี แต่ต้องทำให้ทุกปีมีเหตุผลใหม่ที่นักท่องเที่ยวจีนอยากกลับมา และพบประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าทำได้ แคมเปญนี้จะไม่ใช่เพียงแคมเปญท่องเที่ยว แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างอำนาจละมุนในภูมิภาคผ่านการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง






