Google Maps ประหยัดแบตเตอรี่คืออะไร และเหมาะกับใคร
Google Maps ประหยัดแบตเตอรี่คือการตั้งค่าแผนที่แบบออฟไลน์และโหมดการนำทางที่ลดการดึงข้อมูลผ่านสัญญาณมือถือ เพื่อให้โทรศัพท์ใช้พลังงานน้อยลงระหว่างขับรถทางไกลในพื้นที่สัญญาณอ่อนหรือไม่มีสัญญาณ โดยยังคงนำทางได้แม่นยำจากข้อมูลที่ดาวน์โหลดเก็บไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องให้แอปดึงแผนที่ใหม่ตลอดเวลาจากเครือข่ายมือถือ จึงช่วยให้เครื่องไม่ร้อนและแบตเตอรี่หมดช้าลง เหมาะกับคนที่ใช้ Google Maps หรือ Android Auto นานหลายชั่วโมง เช่น ขับข้ามจังหวัดหรือเดินทางต่างภูมิภาคบ่อยๆ
ถ้าเพื่อนเคยเปิด Google Maps นำทางบนทริปยาวๆ แล้วรู้สึกว่าแบตมือถือหายไปเร็วผิดปกติ นั่นไม่ใช่แค่เพราะ GPS ทำงานต่อเนื่องเท่านั้น แต่เกิดจากการที่แอปต้องคอยโหลดข้อมูลแผนที่และเส้นทางใหม่ผ่านสัญญาณที่ไม่เสถียรตลอดทางด้วย การเรียนรู้วิธีตั้งค่า offline maps และใช้ Android Auto แบบไม่มีสัญญาณให้เป็น จึงกลายเป็น "ทริกเล็กๆ" ที่ช่วยให้มือถืออยู่กับเราได้นานขึ้นโดยไม่ต้องหาที่ชาร์จบ่อยๆ
ทำไมการตั้งค่า offline maps ถึงช่วยลดการใช้พลังงาน GPS
หัวใจของวิธีลดการใช้พลังงาน GPS คือการทำให้ Google Maps ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตให้น้อยที่สุดระหว่างนำทาง วิธีคือดาวน์โหลดพื้นที่ที่ต้องใช้ล่วงหน้า แล้วให้แอปดึงข้อมูลจากเครื่องเราแทนการโหลดจากเครือข่ายมือถือทุกๆ กิโลเมตร เมื่อข้อมูลแผนที่อยู่ในตัวเครื่องแล้ว โทรศัพท์ไม่ต้องคอยค้นหาสัญญาณหรือประมวลผลการโหลดใหม่ซ้ำๆ ทำให้การทำงานของชิป GPS และโมดูลสัญญาณเบาลง เป็นการลดภาระทั้งด้านข้อมูลและพลังงานไปพร้อมกัน
เจ้าของบทความคนหนึ่งเล่าว่า หลังจากเริ่มดาวน์โหลดแผนที่พื้นที่ใหญ่ๆ ก่อนออกเดินทาง โทรศัพท์ของเขาเลิกต้องโหลดแผนที่ทั้งหน้าจอใหม่ผ่านสัญญาณมือถือที่อ่อน ทำให้การนำทางลื่นขึ้น แบตฯ ลดช้าลง และความร้อนของเครื่องระหว่างขับรถก็ลดลงอย่างชัดเจน เขาสรุปประสบการณ์ว่า "ผลลัพธ์คือการนำทางที่ลื่นและน่าเชื่อถือขึ้น มีการโหลดข้อมูลดีเลย์น้อยลง และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตมากเท่าเดิม" ซึ่งตรงกับประสบการณ์ใช้ Android Auto แบบออฟไลน์ที่พบว่าโหลดการประมวลผลจากมือถือไปได้เยอะ ทำให้เครื่องเย็นลงและอยู่ได้นานขึ้น.
ขั้นตอนทีละสเต็ป: ตั้งค่า offline maps และ Android Auto ไม่มีสัญญาณ
มาลองทำไปทีละขั้นเหมือนนั่งปรับมือถือด้วยกันก่อนออกทริปยาว สมมติว่าพรุ่งนี้เพื่อนต้องขับรถหลายชั่วโมงผ่านพื้นที่ที่ไม่แน่ใจว่ามีสัญญาณหรือเปล่า เป้าหมายคือให้ Google Maps ทำงานบนข้อมูลที่ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าให้มากที่สุด เพื่อให้แบตไม่ร่วงเร็วจนน่ากังวล และให้ Android Auto ยังนำทางได้อยู่แม้ไม่มีเน็ต
- เปิดแอป Google Maps แล้วแตะรูปโปรไฟล์ของบัญชี จากนั้นเลือกเมนู "แผนที่ออฟไลน์" (offline maps)
- เลือก "เลือกแผนที่ด้วยตัวเอง" (Select your own map) แล้วซูมและเลื่อนแผนที่ไปยังพื้นที่ที่ต้องใช้ในการเดินทาง จากนั้นกดดาวน์โหลด
- ตั้งใจเลือกพื้นที่ให้กว้างกว่าเส้นทางหลัก เผื่อมีการเลี้ยวออกทางหลวงหรือเปลี่ยนเส้นทางกลางทาง ไม่ควรดาวน์โหลดเฉพาะจุดหมายปลายทางหรือแถบเล็กๆ รอบเส้นทางเท่านั้น เพราะถ้าออกนอกแผนที่ออฟไลน์จะนำทางต่อไม่สมบูรณ์
- เข้าไปที่การตั้งค่าในเมนูแผนที่ออฟไลน์ เปิดฟังก์ชัน "อัปเดตแผนที่ออฟไลน์อัตโนมัติ" (Auto-update offline maps) เพื่อให้แผนที่ที่ดาวน์โหลดไว้ได้รับข้อมูลใหม่อัตโนมัติเมื่อมีเวอร์ชันอัปเดต
- เปิดตัวเลือก "ดาวน์โหลดแผนที่แนะนำอัตโนมัติ" เพื่อให้แอปช่วยเตรียมพื้นที่ที่คิดว่าใช้บ่อยให้เรา แม้จะไม่ได้ตั้งใจวางแผนทริปไว้ล่วงหน้าก็ตาม
- ก่อนออกเดินทาง เชื่อมโทรศัพท์กับ Android Auto แล้วเลือกใช้เส้นทางจากแผนที่ที่ดาวน์โหลดไว้ หากมีช่วงทางที่ไม่มีสัญญาณมือถือ Android Auto จะยังนำทางได้โดยใช้ข้อมูลที่เก็บในเครื่อง
- เตรียมเพลงและพอดแคสต์ด้วยการดาวน์โหลดไว้ในแอปฟังเพลง เพื่อให้ Android Auto เล่นเพลงจากไฟล์ในเครื่อง ลดการสตรีมผ่านเน็ตและลดภาระการประมวลผลของมือถือ
ข้อควรระวังคือการดาวน์โหลดแผนที่เล็กเกินไป เช่น เคยมีคนดาวน์โหลดเฉพาะเมืองปลายทางหรือแถบแคบๆ รอบเส้นทางจนพอเบี่ยงถนนนิดเดียวก็หลุดพื้นที่แผนที่ออฟไลน์ ทำให้ระบบต้องกลับไปพึ่งสัญญาณมือถือมากขึ้นและเสียความลื่นไหลของการนำทาง อีกมุมหนึ่งคือ Android Auto แบบไม่มีสัญญาณแม้จะช่วยลดภาระมือถือได้มาก แต่ก็ไม่ใช่รูปแบบที่ทุกคนจะชอบเสมอไป เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น การขาดข้อมูลจราจรสด หรือการสั่งถามผู้ช่วยอัจฉริยะระหว่างขับรถ.
ข้อดีข้อเสียของการใช้ Android Auto offline ไม่มีสัญญาณ
ข้อดี
- ยังนำทางได้แม้ไม่มีสัญญาณมือถือ ด้วยแผนที่ที่ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้า
- ลดการโหลดงานของมือถือในส่วนการค้นหาสัญญาณและดึงข้อมูลผ่านเครือข่าย ทำให้แบตเตอรี่และความร้อนของเครื่องดีขึ้น
- ประสบการณ์นำทางลื่นขึ้น เพราะแผนที่หลักส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในเครื่องแล้ว ไม่ต้องรอโหลดใหม่ทีละช่วงทาง
ข้อเสีย
- ไม่ได้รับรายงานจราจรสด เช่น อุบัติเหตุหรือการปิดถนน ทำให้บางครั้งต้องเสียเวลาเพิ่มโดยไม่รู้ล่วงหน้า
- ไม่สามารถถามผู้ช่วยเสียงหรือดูข้อมูลออนไลน์ เช่น เมนูร้านอาหารใกล้เคียง ได้เต็มที่ เพราะไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- แม้จะอัปเดตแผนที่ออฟไลน์อัตโนมัติ แต่หากพื้นที่ที่ดาวน์โหลดไว้ไม่ครอบคลุมทริปจริง ก็ยังมีโอกาสออกนอกขอบเขตแผนที่และเสียความต่อเนื่องของการนำทาง
หลายคนที่ลองใช้ Android Auto แบบ offline บอกตรงกันว่ามันช่วยให้แบตเตอรี่และความทนทานโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องดาต้าที่ใช้มากเกินไปหรือสัญญาณมือถือไม่แน่นอนตลอดทาง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการสละฟีเจอร์ออนไลน์บางอย่าง เช่น รายงานจราจรสดและการค้นหาข้อมูลร้านอาหารแบบละเอียด เป็นสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักก่อนเลือกใช้โหมดนี้บนทริปแต่ละครั้ง.
สรุป: คุ้มไหมกับการเตรียม Google Maps ประหยัดแบตเตอรี่ก่อนออกทริปยาว
จากประสบการณ์ของหลายคน การดาวน์โหลดแผนที่ล่วงหน้าและเปิดอัปเดตแผนที่ออฟไลน์อัตโนมัติทำให้การเดินทางไกลสบายใจขึ้นมาก เพราะแอปมีข้อมูลส่วนใหญ่พร้อมใช้อยู่แล้วตั้งแต่ออกจากบ้าน มือถือไม่ต้องทำงานหนักเพื่อค้นหาสัญญาณและโหลดแผนที่ใหม่ทุกช่วง ทำให้เครื่องเย็นขึ้นและแบตฯ ลดช้าลงแม้เปิดนำทางหลายชั่วโมงติดกัน
ข้อที่ต้องระวังคืออย่าดาวน์โหลดแผนที่แบบกั๊กเกินไป ให้คิดเผื่อการเปลี่ยนเส้นทางและทางเลี่ยงรถติดไว้ด้วย และต้องยอมรับว่าการใช้ Android Auto แบบไม่มีสัญญาณจะเสียฟีเจอร์ออนไลน์หลายอย่างที่เคยชิน ถ้าเพื่อนเน้นความลื่นไหลของการนำทางและอยากให้แบตเตอรี่ยังเหลือถึงปลายทาง การลงทุนเวลาไม่กี่นาทีตั้งค่า offline maps และเตรียมแผนการฟังเพลงแบบออฟไลน์ก่อนออกเดินทาง ถือว่า "คุ้ม" อย่างมากสำหรับทุกทริปยาว.




