รับแอปรับแอป

เจาะลึก App Store ปี 2024: นักพัฒนาโกย 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ แบบแทบไม่ต้องจ่ายค่าคอมฯ

ศิริพร วัฒนานุกูล01-31

App Store ปี 2024: เครื่องจักรทำเงิน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์

App Store กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจระดับโลกของนักพัฒนา ด้วยยอดขายและรายได้รวมกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 และที่น่าสนใจคือ มากกว่า 90% ของเม็ดเงินเหล่านี้ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้ Apple

รายได้เติบโตจากทั้งสินค้าและบริการดิจิทัล บริการจริง และโฆษณาในแอป ซึ่งในภาพรวมแล้ว ตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

1.3 ล้านล้านดอลลาร์มาจากไหนบ้าง?

Apple เผยผลการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่า Ecosystem ของ App Store ทั่วโลกช่วยขับเคลื่อนยอดใช้จ่ายและรายได้ให้กับนักพัฒนาอย่างมหาศาล โดยรายได้ในปี 2024 แบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก ดังนี้

  • สินค้าและบริการจริง
    เช่น ฟู้ดเดลิเวอรี่ บริการสั่งอาหารไปรับที่ร้าน อีคอมเมิร์ซ การสั่งของชำ รวมมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์

  • สินค้าและบริการดิจิทัล
    เช่น เกม แอปแต่งรูป แอปตัดต่อวิดีโอ แอปเครื่องมือสำหรับสายครีเอทีฟและองค์กร รวมมูลค่าราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์

  • รายได้จากโฆษณาในแอป
    พื้นที่โฆษณาที่นักพัฒนาวางไว้ในแอปของตัวเอง สร้างมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์

จุดสำคัญคือ ยอดขายและรายได้กว่า 90% ใน Ecosystem นี้ นักพัฒนาไม่ต้องแบ่งค่าคอมมิชชั่นให้ Apple ทำให้ App Store เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่นักพัฒนา “เก็บรายได้จริง” ได้มากเป็นพิเศษ

เบื้องหลังตัวเลข: นักพัฒนาและนวัตกรรมที่ผลักดัน App Store

ผลการศึกษาโดยนักเศรษฐศาสตร์ Professor Andrey Fradkin และ Dr. Jessica Burley ระบุว่า นักพัฒนาบน App Store มีช่องทางสร้างรายได้มากกว่าที่เคยเป็นมา โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก:

  • เกมบนมือถือที่เติบโตต่อเนื่อง

  • แอปแต่งภาพและวิดีโอสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและสายมืออาชีพ

  • เครื่องมือสำหรับองค์กรและการทำงานแบบมืออาชีพ

ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา การใช้จ่ายในสามหมวดหลัก (ดิจิทัล, สินค้าจริง, โฆษณาในแอป) เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า โดยเฉพาะ:

  • สินค้าและบริการจริง โตมากถึง 2.6 เท่า จากกระแสสั่งอาหารออนไลน์ รับอาหารที่ร้าน รวมถึงการสั่งของชำผ่านแอป

  • สินค้าและบริการดิจิทัล เติบโตตามความนิยมของเกม และความต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เช่น การแต่งภาพและวิดีโอ

  • โฆษณาในแอป ช่วยให้หลายแอปสามารถให้บริการแบบฟรีหรือคิดค่าบริการต่ำ แต่ยังสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน

พร้อมกันนั้น แอปที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเริ่มมีบทบาทชัดเจน ในการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ผู้ใช้บนแพลตฟอร์มของ Apple ทั่วโลก

การเติบโตในแต่ละภูมิภาค: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เด่นเรื่องท่องเที่ยว

App Store ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายระดับโลก ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงผู้ใช้เฉลี่ยมากกว่า 813 ล้านคนต่อสัปดาห์ จากทั่วโลก

ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดขายและรายได้จากการเรียกเก็บเงินในระบบนิเวศ App Store เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าใน:

  • สหรัฐอเมริกา – การชำระเงินดิจิทัลเติบโตมากกว่า 7 เท่า ตั้งแต่ปี 2019 เพราะการจ่ายเงินผ่านมือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

  • จีน – ตลาดอีคอมเมิร์ซขยายตัวแรง การใช้จ่ายด้านของชำออนไลน์โตมากกว่า 5 เท่าตั้งแต่ปี 2019

  • ยุโรป – การใช้จ่ายด้านบริการสั่งอาหารและรับอาหารที่ร้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า แซงหน้าหมวดค้าปลีกและท่องเที่ยวที่เดิมทีได้รับความนิยมอยู่แล้ว

ในฝั่งเอเชียแปซิฟิก:

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมไทย), ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอินเดีย
    หมวดแอปด้านการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในหมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด สะท้อนว่าผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและชาญฉลาดมากขึ้น

แอปสายครีเอทีฟและเครื่องมือมืออาชีพ: ดาวเด่นบน App Store

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงคือ แอปสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล โดยเฉพาะแอปแต่งภาพและวิดีโอซึ่งมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดคือ:

  • เครื่องมือจาก Adobe ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงบนอุปกรณ์ Apple

  • การเปิดตัว Photoshop เวอร์ชั่นใหม่บน iPhone ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักการแต่งภาพโดยเฉพาะ ใช้งานง่ายบนอุปกรณ์พกพา

  • Adobe Lightroom ที่คว้ารางวัล Mac App of the Year 2024 จากงาน App Store Awards ด้วยคุณสมบัติการแต่งภาพระดับสูงและฟีเจอร์ AI บน Mac, iPhone และ iPad

แอปกลุ่มนี้สะท้อนทั้งความต้องการของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และการลงทุนของนักพัฒนาที่มองเห็นโอกาสในตลาดครีเอทีฟแบบข้ามแพลตฟอร์ม

เครื่องมือและระบบหลังบ้านที่ทำให้นักพัฒนาขายง่ายขึ้น

เบื้องหลังความสำเร็จของยอดขายระดับล้านล้านดอลลาร์ ไม่ได้มีแค่ตัวแอป แต่ยังมีระบบหลังบ้านของ Apple ที่ช่วยให้นักพัฒนาโฟกัสกับการสร้างสรรค์มากกว่าการจัดการงานจุกจิก

App Store รองรับระบบการค้าด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น:

  • รองรับ สกุลเงินท้องถิ่นกว่า 40 สกุล

  • จัดการภาษีและการเรียกเก็บเงินในเกือบ 200 ภูมิภาคทั่วโลก

  • ให้นักพัฒนากำหนดราคา จัดการการสมัครสมาชิก และทำโปรโมชันได้ยืดหยุ่น

ในด้านเครื่องมือพัฒนาและปรับปรุงแอป นักพัฒนาสามารถใช้:

  • Xcode สำหรับการพัฒนาแอป

  • TestFlight สำหรับทดสอบกับผู้ใช้กลุ่มเล็กก่อนปล่อยจริง

  • App Analytics สำหรับดูสถิติและตัวชี้วัดของแอป

  • เครื่องมืออย่าง Product Page Optimization เพื่อปรับแต่งหน้าแอปบน App Store ให้ดึงดูดมากขึ้น

ในเรื่องความปลอดภัย Apple ก็ลงทุนอย่างจริงจัง โดยระบบชำระเงินแบบบูรณาการสามารถช่วยป้องกันการฉ้อโกงและการใช้งานในทางที่ผิดได้ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา App Store สามารถป้องกันธุรกรรมฉ้อโกงไปได้มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์

Developer Center และ Academy: ปั้นนักพัฒนารุ่นใหม่ทั่วโลก

Apple ไม่ได้แค่เปิดร้านให้ขายแอป แต่ยังลงทุนสร้างคนผ่านโปรแกรมฝึกอบรมและศูนย์พัฒนาต่างๆ ทั่วโลก ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น:

  • Apple Developer Center ในสหรัฐฯ จีน อินเดีย และสิงคโปร์
    ตลอดปีที่ผ่านมา ได้ต้อนรับนักพัฒนาหลายหมื่นคน ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทั้งปี มีสภาพแวดล้อมสำหรับทีมงานมาพัฒนาและปรับแต่งแอป พร้อมเข้าถึง API มากกว่า 250,000 รายการ เช่น HealthKit, Metal, Core ML, MapKit และ SwiftUI

  • โปรแกรมสนับสนุนอย่าง Meet with Apple, การนัดหมาย และห้องแล็บต่างๆ
    นักพัฒนาสามารถติดต่อทีมช่วยเหลือของ Apple ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านโทรศัพท์และอีเมลใน 9 ภาษา

ในด้านการศึกษาและการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่:

  • Apple Developer Academies ในบราซิล อินโดนีเซีย อิตาลี ซาอุดีอาระเบีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา
    เปิดสอนฟรีเพื่อปูพื้นฐานด้านการเขียนโค้ด, AI, การออกแบบ และการตลาดให้กับนักพัฒนามืออาชีพในอนาคต

  • โปรแกรม Apple Foundation กว่า 20 โครงการ
    เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกระดับได้เรียนรู้พื้นฐานการพัฒนาแอปผ่านหลักสูตรเข้มข้นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งจัดขึ้นใน Apple Developer Academy ทั้ง 18 แห่งทั่วโลก

ชุมชนนักพัฒนา: ไม่ได้มีแค่เครื่องมือ แต่มีคนคอยหนุน

เพื่อให้ชุมชนนักพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Apple เชื่อมถึงกันได้มากขึ้น ยังมีทรัพยากรออนไลน์อีกจำนวนมาก เช่น:

  • Pathways – เส้นทางการเรียนรู้ที่จัดเป็นลำดับขั้น ช่วยให้ทั้งมือใหม่และมือโปรเรียนรู้เทคโนโลยีของ Apple ได้เป็นระบบ

  • Apple Developer Forums – พื้นที่ให้นักพัฒนาเข้ามาสอบถาม แบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนไอเดียกัน

นักพัฒนายังสามารถส่งฟีดแบ็ก ขอฟีเจอร์ใหม่ หรือรายงานบั๊กได้ตลอดผ่านแอป Feedback Assistant หรือผ่านเว็บไซต์ ทำให้เสียงของนักพัฒนาถูกส่งต่อไปถึงทีมของ Apple โดยตรง

WWDC 2025: เวทีใหญ่สำหรับอนาคตของ App Store

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญสำหรับนักพัฒนาทั่วโลกคือ งาน Worldwide Developers Conference (WWDC) 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9–13 มิถุนายน 2025

ในงานนี้ นักพัฒนาจะสามารถ:

  • เข้าร่วมเซสชันด้านเทคนิคมากกว่า 100 หัวข้อได้ฟรี

  • เจาะลึกเทคโนโลยีและเฟรมเวิร์กล่าสุดโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจาก Apple

  • เข้าถึงคู่มือและเอกสารประกอบที่สรุปทุกประกาศสำคัญอย่างละเอียด

สมาชิก Apple Developer Program และ Apple Developer Enterprise Program ยังมีโอกาสพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของ Apple แบบออนไลน์ ผ่านแล็บกลุ่ม หรือจองเวลาพูดคุยแบบตัวต่อตัวได้อีกด้วย

สรุป: App Store ไม่ได้เป็นแค่ร้านขายแอป แต่คือเศรษฐกิจขนาดยักษ์

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า App Store กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่สำคัญของเศรษฐกิจโลก:

  • ยอดขายและรายได้รวมกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024

  • มากกว่า 90% ของรายได้ไม่ต้องแบ่งค่าคอมมิชชั่นให้ Apple

  • การใช้จ่ายในหมวดดิจิทัล สินค้าจริง และโฆษณาในแอปเติบโตมากกว่าสองเท่าใน 5 ปี

  • แอปด้านการท่องเที่ยว บริการส่งอาหาร อีคอมเมิร์ซ และแอปครีเอทีฟ กลายเป็นหมวดหลักที่ดึงเม็ดเงินมหาศาล

สำหรับนักพัฒนาทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า ใครที่มองเห็นโอกาสบน App Store วันนี้ กำลังยืนอยู่หน้าประตูเศรษฐกิจดิจิทัลที่เพิ่งเริ่มเปิดกว้างเท่านั้นเอง