รับแอปรับแอป

ฟิลิปปินส์หั่นดอกเบี้ยแรง นำหน้าภูมิภาค รับศึกสงครามการค้า-เงินเฟ้อดิ่งต่ำ

นรินทร์ ชัยกิจ01-30

ฟิลิปปินส์หักเลี้ยวนโยบายการเงินท่ามกลางพายุสงครามการค้า

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เลือกเดินเกมเชิงรุก ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 จุดสู่ระดับ 5.50% ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่เริ่มปกคลุมด้วยความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์

การขยับครั้งนี้สะท้อนชัดว่า BSP พร้อมใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อกันกระแทกความเสี่ยงจากสงครามการค้า และประคองการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไม่ให้สะดุดแรงเกินไป

ธนาคารกลางแรกในอาเซียนที่กล้าลดดอก

ฟิลิปปินส์กลายเป็นธนาคารกลางแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยหลังจากทรัมป์ประกาศ “วันปลดแอก” (Liberation Day) ซึ่งมาพร้อมชุดมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ

มาตรการดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบรรยากาศการค้าโลก กระตุ้นความกังวลต่อโอกาสเกิดภาวะถดถอย และทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง แม้ธนาคารกลางอินเดียและนิวซีแลนด์จะปรับลดดอกเบี้ยนำร่องไปก่อนแล้ว แต่การที่ BSP เลือกเดินหน้าต่อ ถือเป็นสัญญาณชัดว่าไม่รอให้สถานการณ์แย่ลงก่อนค่อยขยับ

แม้ต่อมาสหรัฐจะผ่อนคลาย การเก็บภาษีกับหลายประเทศยกเว้นจีน ส่งผลให้นักลงทุนในเอเชียกลับเข้าซื้อหุ้นและดันตลาดหุ้นดีดตัวในวันถัดมา แต่นั่นก็ไม่ทำให้ BSP เปลี่ยนใจ แผนลดดอกเบี้ยยังเดินตามกำหนดเดิม

ดีลสำคัญ: ลด RRP ลงสู่ 5.5%

BSP ระบุชัดว่า

อัตราดอกเบี้ย reverse repurchase (RRP) สำหรับธุรกรรมรายวัน จะถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.5% ผ่านการดำเนินการในตลาด

การขยับ RRP ซึ่งถือเป็นอัตราดอกเบี้ยหลักของระบบการเงิน เท่ากับส่งสัญญาณให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดโดยรวมมีแนวโน้มลดลงตาม ช่วยลดต้นทุนทางการเงินของธุรกิจและครัวเรือนในประเทศ

ผู้ว่าฯ BSP มองเกมยาว เศรษฐกิจโลกชะลออาจกลายเป็นโอกาส

Eli Remolona ผู้ว่าการ BSP เปิดเผยว่า มาตรการภาษีแบบตอบโต้กัน (reciprocal tariffs) จากสหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางมีข้อมูลมากพอในการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะสะท้อนภาพความเสี่ยงใหม่ของเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน

แม้จะยังไม่สามารถประเมินได้ครบถ้วนว่าผลกระทบจากสงครามภาษีจะกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากแค่ไหน แต่เรโมโลนามองว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่ชะลอตัวลง

ที่น่าสนใจคือ สำหรับฟิลิปปินส์แล้ว การเติบโตโลกที่ช้าลงอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายทั้งหมด หากสามารถใช้จังหวะนี้ปรับจูนโครงสร้างเศรษฐกิจภายใน และอาศัยดอกเบี้ยที่ลดลงช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ

เงินเฟ้อลงแรง เปิดทางให้ลดดอก

แรงหนุนสำคัญที่ทำให้ BSP กล้ากดดอกเบี้ยคือทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ในเดือนมีนาคมลดลงเหลือเพียง 1.8% ต่อปี

  • นี่คือระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.6%

  • และยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางที่ 2%–4% ต่อปี

เมื่อเงินเฟ้ออยู่ในโซนต่ำกว่ากรอบเป้า BSP จึงมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยไม่ต้องกลัวว่าการลดดอกเบี้ยจะเร่งเงินเฟ้อจนหลุดคุม

ไม่รอฟังก์ชันเฟด ฟิลิปปินส์เลือกเดินเกมของตัวเอง

Dacanay ชี้ว่า ระดับเงินเฟ้อที่ต่ำในขณะนี้ ทำให้ BSP สามารถลดดอกเบี้ยได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขยับก่อน ต่างจากในอดีตที่ BSP มักปรับนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเฟด

มุมมองนี้สะท้อนการเปลี่ยนโหมดจาก “เดินตามเฟด” มาสู่การให้ความสำคัญกับสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ฟิลิปปินส์จึงเริ่มวางเกมการเงินในจังหวะของตนเอง ไม่ใช่แค่กัมอย่างเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ

ในทำนองเดียวกัน Miguel Chanco หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านตลาดเกิดใหม่ในเอเชียของ Pantheon Macroeconomics ก็เห็นตรงกัน โดยมองว่าการลดดอกเบี้ยและการพยายามนำเสถียรภาพนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ จะช่วยผ่อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจภายในประเทศได้มากขึ้น

ภาพใหญ่เศรษฐกิจฟิลิปปินส์: โตได้ แต่ยังไม่สุด

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์ในปี 2567 เติบโต 5.7% ซึ่งถือว่าไม่น้อย แต่ยังต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้เล็กน้อย

ปัจจัยสำคัญที่ฉุดการเติบโตคือผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น ซึ่งทำให้การบริโภคทั่วประเทศชะลอตัวลง การใช้จ่ายภาคเอกชนที่อ่อนแรงในบางช่วงยิ่งทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่สามารถเร่งตัวได้เต็มศักยภาพ

สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์เตรียมรายงานตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปีถัดไปในเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญช่วยยืนยันว่า การลดดอกเบี้ยของ BSP จะช่วยจุดเครื่องยนต์เศรษฐกิจภายในประเทศได้เร็วแค่ไหน

ส่งสัญญาณชัด: ยังมีรอบลดดอกเบี้ยรออยู่

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน เพราะเรโมโลนาเคยส่งสัญญาณตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนแล้วว่า มีโอกาสสูงที่จะลดดอกเบี้ยในเดือนนี้ หลังจากก่อนหน้านั้นในเดือนกุมภาพันธ์ BSP เลือกคงดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากยังประเมินความไม่แน่นอนในเวทีโลก

ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ยังยืนยันหลายครั้งว่า ทิศทางต่อจากนี้คือ การลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงิน และช่วยให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์รับมือกับความผันผวนจากต่างประเทศได้ดีขึ้น

สรุป: ฟิลิปปินส์ยอมกดดอกฯ วันนี้ เพื่อกันอนาคตชะลอตัว

เมื่อมองภาพรวม การตัดสินใจของ BSP คือการเร่งปรับนโยบายให้สอดรับกับความจริงใหม่ของเศรษฐกิจโลก

  • สงครามการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

  • เงินเฟ้อในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย เปิดพื้นที่ให้ใช้ดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือกระตุ้นได้

  • เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ยังเติบโต แต่ต้องเจอทั้งภัยธรรมชาติและแรงกดดันจากภายนอก

ดังนั้นการที่ฟิลิปปินส์เลือก ลดดอกเบี้ยก่อนเพื่อนในอาเซียน ไม่ได้เป็นแค่การปรับตัวเชิงเทคนิค แต่คือการประกาศจุดยืนว่า จะไม่รอให้พายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ถาโถมใส่ก่อน แล้วค่อยยกเกราะป้องกัน

ในเกมเศรษฐกิจโลกยุคใหม่นี้ คนที่กล้าปรับทิศให้เร็ว อาจไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือคนที่ “ล้มช้ากว่าคนอื่น” และมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ก่อนใครเพื่อนด้วยซ้ำ