รับแอปรับแอป

SX2025 มหกรรมยั่งยืนที่ต้องไปเช็คอิน เปลี่ยนของธรรมดาให้มีคุณค่า ท่ามกลางยุค Polycrisis

ธนากร อินทร์แก้ว01-30

SX2025: มู้ดใหม่ของเทศกาลความยั่งยืนในยุคโลกรวน

SX2025 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 6 พร้อมยกระดับตัวเองจากแค่งานมหกรรม มาเป็นเวทีใหญ่ของคนที่อยากหาทางรอดในยุค Polycrisis – ยุคที่โลกต้องรับมือหลายวิกฤตพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ปีนี้ SX2025 ยังยืนบนแนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” แต่ปรับโทนให้คมขึ้นด้วยธีม “Adaptation & Collaboration” หรือการ “ปรับตัวและร่วมมือ” เพื่อหาทางอยู่รอดบนโลกที่เปลี่ยนเร็วกว่าที่เคยคาดคิดไว้

งานจัดระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมคอนเทนต์แน่น ๆ ครอบคลุมทุกมิติของความยั่งยืน ตั้งแต่ระดับตัวเรา ชุมชน ไปจนถึงระดับโลก

ทำไม “การปรับตัว” ถึงกลายเป็นคำนี้ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

โลกวันนี้เดินเลยจุดที่เราจะหยุดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาไปแล้ว ผลกระทบที่เคยคิดว่า “ไกลตัว” กำลังขยับเข้ามาอยู่หน้าบ้านเราอย่างเต็มตัว

การขับเคลื่อนความยั่งยืนจึงไม่ใช่แค่การ “ป้องกัน” แต่ต้องคิดแบบ Next Step ว่าจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้รอดและยังเติบโตได้

มิติของการปรับตัวที่เริ่มชัดขึ้น เช่น

  • สิ่งแวดล้อม: น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พื้นที่เกษตรบางส่วนหายไป เมืองต้องคิดผังใหม่ รับมือภัยพิบัติ ปรับการใช้พื้นที่ให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

  • สังคม: โลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ วัยแรงงานลดลง ภาครัฐต้องคิดใหม่เรื่องคุณภาพชีวิต การรักษาพยาบาล และโครงสร้างภาษี ที่รองรับสังคมสูงวัยได้จริง

  • เอกชน: โอกาสใหม่จากธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุ ธุรกิจอาหาร และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคต

  • เทคโนโลยี & หุ่นยนต์: โลกข้างหน้าเป็นการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และหุ่นยนต์ เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วแบบถอดออกไม่ได้ เป็นทั้งโอกาสเพิ่ม Productivity และคุณภาพชีวิต แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่แย่งงานคนได้ในเวลาเดียวกัน

  • โลกดิจิทัล & ความเสี่ยงใหม่: การใช้ชีวิตออนไลน์เต็มตัว แปลว่าเราต้องรู้เท่าทันความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ Cyber Security มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

จากทั้งหมดนี้ “การปรับตัว” จึงไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือ เงื่อนไขสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน จากนี้ไป

SX ในฐานะเวทีใหญ่ของสายยั่งยืนในภูมิภาค

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของงาน Sustainability Expo (SX) การตอบรับที่ได้ ชัดเจนมากว่าทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยยังให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน แม้ต้องเผชิญแรงสวิงจากหลายวิกฤต

โดยเฉพาะธุรกิจรายใหญ่ที่ยังมอง “ความยั่งยืน” เป็น Priority แม้อาจชะลอการลงทุนโครงการใหม่บ้าง แต่ไม่ถอยหลังจากการขับเคลื่อนภาพรวม ทำให้ไทยยังยืนอยู่แถวหน้าของภูมิภาค ในฐานะประเทศที่มีธุรกิจติดโผ DJSI มากกว่าหลายประเทศในเอเชีย

SX ยังกลายเป็นเหมือน “หมุดหมาย” ประจำปีของคนในวงการความยั่งยืน ทั้งองค์กร เครือข่ายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงคนทั่วไปที่เริ่มสนใจเรื่องนี้ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

  • มีคนเข้ามาเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนในงานมากกว่า 1.2 ล้านคน

  • กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18–35 ปี กินสัดส่วนเกือบ 750,000 คน

  • สร้างรายได้ให้ชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 115 ล้านบาท

ปี 2568 นี้คาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งออฟไลน์และออนไลน์จะเพิ่มขึ้นอีกราว 20% หรือกว่า 900,000 คน จากปีก่อนที่รวมทุกช่องทางแล้วราว 770,000 คน

งานใหญ่ แต่ไม่ลืมเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งจุดแข็งของ SX คือไม่ใช่แค่ “พูดเรื่องยั่งยืน” แต่ลงมือทำให้เห็นในการจัดงานจริง

  • ตั้งเป้าให้งานเป็น Carbon Neutral

  • ลดขยะด้วยการใช้วัสดุหมุนเวียนและรีไซเคิลให้มากที่สุด

  • แยกขยะภายในงานและส่งต่อสู่กระบวนการจัดการที่ถูกวิธี ทั้งทำปุ๋ยหรือรีไซเคิลตามประเภท

  • ลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองในทุกขั้นตอน

ผลจากความตั้งใจนี้ ทำให้ SX กลายเป็นหนึ่งใน ต้นแบบของงาน Circular Expo ที่หลายประเทศบินมาดูงาน เพื่อเรียนรู้วิธีจัดงานยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ไฮไลต์ SX2025: 10 โซนที่ไม่ควรเดินผ่านแบบเฉย ๆ

ปีนี้ SX2025 อัดแน่นด้วย 10 โซนกิจกรรมที่ออกแบบมาให้ “ปรับตัวได้จริง” ผ่านการลงมือทำและประสบการณ์ตรง

1) SEP INSPIRATION: แรงบันดาลใจจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โซนนี้คือการรวมองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน ที่นำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้จนเห็นผลจริง ทั้งในระดับชุมชนและธุรกิจ

ภายในยังมีนิทรรศการ Immersive Experience ที่ร่วมกับ National Geographic Global ถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงของโลกและผลกระทบต่อมนุษย์ พร้อมพาไปมองหาทางรอดของการอยู่ร่วมกับโลกใบนี้อย่างสมดุล เรียกได้ว่าเป็น Landmark เช็กอิน ที่ทุกคนต้องแวะหน้าโซน Prologue

2) BETTER ME: จุดสตาร์ทของความยั่งยืนเริ่มที่ตัวเรา

โซนนี้เหมาะมากสำหรับสายรักสุขภาพ สายวางแผนชีวิต และคนที่อยากเข้าใจตัวเองแบบลึก ๆ

  • เรียนรู้เรื่อง Personalized Medicine หรือการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล

  • โภชนาการเพื่อการฟื้นฟูและการพักผ่อนที่เหมาะกับแต่ละคน

  • มุมมองใหม่เรื่องการมีสุขภาพดีและอายุยืนแบบไม่ฝืนธรรมชาติ

  • เคล็ดลับการวางแผนการเงิน เพื่อรับมือช่วงวัยเกษียณอย่างไม่สะดุด

ทั้งหมดนี้เพื่อย้ำว่า การปรับตัวที่แท้จริง เริ่มจากการดูแลตัวเราเองก่อน

3) BETTER LIVING: บ้านและเมืองที่อยู่รอดท่ามกลางภัยพิบัติ

โซนนี้จะชวนมาดูว่า “การอยู่อาศัย” แบบไหนที่พร้อมรับมือโลกที่อากาศสุดขั้วมากขึ้นทุกปี

  • นวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

  • พื้นที่ให้เรียนรู้การออกแบบชีวิตให้ทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนเร็ว

  • 4D Theatre ห้องจำลองภัยพิบัติที่เราอาจต้องเจอจริงในอนาคต

  • เทคโนโลยีและการฝึกหนีภัยแบบลงมือสัมผัส ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ฯลฯ

เน้นให้เราไม่ใช่แค่ “กลัวภัยพิบัติ” แต่รู้ วิธีเตรียมตัวสู่ทางรอด อย่างมีสติ

4) BETTER COMMUNITY: พลังจิตอาสาที่เปลี่ยนเมืองได้

ในยุคที่วิกฤตมาแบบไม่ตั้งตัว การมี “คนอาสา” คือสายป่านสำคัญของเมือง

โซนนี้จำลองสังคมที่ให้คุณไปสำรวจบทบาทของจิตอาสาผ่านโมเดลธุรกิจและการรวมกลุ่มเพื่อรับมือวิกฤต เช่น

  • ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

  • การดูแลผู้สูงอายุ

  • ภารกิจช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ

เพราะเชื่อว่า เมืองที่ยั่งยืนต้องเติบโตจากพลังของคนอาสา ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน

5) Better World: ศิลปะที่มาฮีลใจและเขย่าความคิด

โซนนี้เหมาะสำหรับสายเสพงานศิลป์และคนที่อยากให้ใจได้พัก พร้อมคิดทบทวนโลกไปด้วย

  • นิทรรศการศิลปะที่พูดเรื่องความสมดุลของโลก

  • มุมมองต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมผ่านภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม

  • ผลงานจากศิลปินนานาชาติ รวมถึงศิลปินจาก BAB

ก่อนกลับอย่าลืมแวะบันทึกภาพความทรงจำที่ห้องภาพฉายานิติกร เป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่คนรักฟีลศิลป์ไม่ควรพลาด

6) SX Food Festival: กินให้ฟิน แถมได้ช่วยโลก

นี่คือหนึ่งในโซนที่ฮอตที่สุดของงาน สำหรับสายกินและสายถ่ายรูป

  • เทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กินเพื่อรักษ์โลก”

  • การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินแบบง่าย ๆ แต่ส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพและโลก

  • เชฟคนดังและร้านอาหารในตำนานรวมตัวกันในที่เดียว

  • บรรยากาศแลนด์มาร์กเมืองดังจากทั่วโลกที่ถูกยกมาไว้ให้เช็กอินถ่ายรูปแบบจุใจ

7) Kids Zone: ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตผ่านการเล่น

คนรุ่นเล็กคืออนาคตของโลก และโซนนี้ออกแบบมาสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ

  • นิทรรศการและกิจกรรมที่เน้น “เล่น-ทดลอง-เรียนรู้”

  • กิจกรรมที่ทำให้เด็ก ๆ สนุกไปพร้อมกับเข้าใจโลก และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

  • การเสริมจินตนาการและทักษะการปรับตัวผ่านนิทรรศการ “Adaptation Adventures”

เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ถ้าเราเข้าใจและรู้วิธีปรับตัวไปพร้อมกับโลก

8) SX MARKETPLACE: สวรรค์ของสายรักษ์โลก สายคราฟต์ และสายช้อป

โซนนี้คือ ตลาดนัดสร้างสรรค์สินค้ายั่งยืน ที่รวมผู้ประกอบการตัวจริง เสียงจริง มาให้เลือกช้อปกันแบบเพลิน ๆ ในบรรยากาศสวนกลางเมือง

  • รวมร้านค้ากว่า 217 ร้าน

  • สินค้ารักษ์โลกดีไซน์เก๋ ทั้งสายกรีน สายคราฟต์ และคนที่อยากเปลี่ยนสไตล์การช้อปให้ยั่งยืนขึ้น

  • เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสนับสนุนแบรนด์ที่มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

9) SX REPARTMENTSTORE: ของนอกสายตาที่มีคุณค่ามากกว่าที่คิด

โซนนี้คือพื้นที่ของการแบ่งปันของที่เคย “ถูกมองข้าม” แล้วพาไปสู่มือคนที่เห็นคุณค่าใหม่

  • ชวนคิดว่า ทิ้งแบบไหนถึงจะดีต่อโลก

  • เปิดพื้นที่ให้เลือกซื้อ สินค้ามือสองคุณภาพดี

  • รายได้ถูกนำไปมอบให้การกุศล เปลี่ยนของที่เราจะปล่อยทิ้ง ให้กลายเป็นพลังช่วยเหลือสังคม

เป็นโซนที่ตอบโจทย์ทั้งสายตลาดนัดมือสอง สายวินเทจ และคนที่เชื่อว่า ของดีไม่จำเป็นต้องใหม่เสมอไป

10) งานสัมมนา & เครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B)

สำหรับคนทำธุรกิจ นักกลยุทธ์ และคนที่ทำงานด้าน ESG โซนนี้คือเหมืองข้อมูลชั้นดี

  • สัมมนาเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางธุรกิจยั่งยืน

  • พื้นที่สร้างเครือข่ายระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

  • พูดคุยเพื่อค้นหาคำตอบและทางรอดให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในยุคโลกรวน

สรุป: SX2025 คือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการเปลี่ยนโลกจากตัวเราเอง

งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

นี่คืองานเดียวที่คุณจะได้อัปเดตเทรนด์ด้านความยั่งยืนทุกมิติ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะยืนเฉย ๆ ได้อีกต่อไป

ภายในงาน คุณจะได้ทั้ง

  • ไอเดียการปรับตัวแบบทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

  • มุมมองใหม่ต่อโลก ธุรกิจ สังคม และอนาคต

  • พื้นที่ให้ลองลงมือทำ เห็นของจริง สัมผัสประสบการณ์จริง

เพราะสุดท้าย “การปรับตัว” ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่คือการสร้างทางรอดที่สมดุลและยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ และการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ก็อาจง่ายกว่าที่คิดมาก ถ้าคุณยอมให้ตัวเองลองไปสัมผัส SX2025 สักครั้งด้วยตัวเอง