ภาพแรกของไอซีอาร์ซี
สำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ภารกิจขององค์กรนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในยุโรป เพราะหัวใจสำคัญคือการอยู่เคียงข้างผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้งทั่วโลก
ไอซีอาร์ซีคือองค์กรแบบไหน?
คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross – ICRC) เป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมที่มีหลักการชัดเจน 3 ประการ คือ ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นกลาง และเป็นอิสระ
ภารกิจหลักของไอซีอาร์ซีคือการ คุ้มครองชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธและสถานการณ์รุนแรงรูปแบบต่าง ๆ
นอกจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือโดยตรงแล้ว ไอซีอาร์ซียังทำงานเพื่อ ป้องกันความทุกข์ทรมานตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการส่งเสริมและเสริมสร้าง
กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
หลักการมนุษยธรรมสากล
ไอซีอาร์ซีก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1863 และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการริเริ่มจัดทำ อนุสัญญาเจนีวา รวมถึงการก่อตั้งเครือข่ายกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการกำกับและประสานงานกิจกรรมระหว่างประเทศของกลุ่มองค์กรกาชาดฯ ในพื้นที่ที่มีการขัดกันทางอาวุธและสถานการณ์รุนแรงในหลายภูมิภาคทั่วโลก
กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศคืออะไร?
การทำงานของไอซีอาร์ซีตั้งอยู่บนฐานของ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเอกสารสำคัญหลายฉบับ ได้แก่
อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และพิธีสารเพิ่มเติม
ธรรมนูญของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ
ข้อมติของการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ
ไอซีอาร์ซีเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการรับรอง อนุสัญญาเจนีวาฉบับแรกในปี 1864 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา องค์กรยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อปรับปรุงกฎหมายมนุษยธรรมให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิธีการและอาวุธในการทำสงครามยุคใหม่ เพื่อให้การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารเพิ่มเติมสำคัญอย่างไร?
ปัจจุบัน รัฐทุกประเทศในโลกผูกพันตามอนุสัญญาเจนีวาทั้งสี่ฉบับ ปี 1949 ซึ่งมอบความคุ้มครองในสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธแก่กลุ่มคนสำคัญ เช่น
ทหารที่บาดเจ็บหรือป่วย
ผู้ประสบเหตุเรืออับปาง
เชลยศึก
พลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
นอกจากนี้ ยังมีรัฐส่วนใหญ่ของโลกที่เข้าร่วมเป็นภาคีในพิธีสารเพิ่มเติมสองฉบับของอนุสัญญาเจนีวา ได้แก่
พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1: คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธระหว่างประเทศ
พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2: คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธที่ไม่มีลักษณะระหว่างประเทศ
สนธิสัญญาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น กรอบกฎหมายสำคัญ ที่กำหนดมาตรการคุ้มครองพลเรือนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผลกระทบจากการสู้รบโดยไม่จำเป็น
ต่อมา พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ค.ศ. 2005 ยังเปิดทางให้สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงแห่งชาติสามารถใช้สัญลักษณ์ คริสตัลสีแดง เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางเลือก นอกเหนือจากกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง เพื่อรองรับบริบททางวัฒนธรรมและการเมืองในหลากหลายประเทศ
ไอซีอาร์ซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากกัวลาลัมเปอร์สู่กรุงเทพฯ
ไอซีอาร์ซีทำงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า ครึ่งศตวรรษ สำนักงานประจำภูมิภาคแห่งแรกในภูมิภาคนี้ถูกจัดตั้งขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2516
ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ไอซีอาร์ซีได้จัดตั้ง สำนักงานที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามอินโดจีนที่สร้างบาดแผลทั้งทางกายและใจให้กับผู้คนจำนวนมากในภูมิภาค
ขยายบทบาทครอบคลุมเพื่อนบ้าน
ระหว่าง พ.ศ. 2536 – 2543 สำนักงานไอซีอาร์ซีที่กรุงเทพฯ ได้ขยายขอบเขตการทำงานออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่
กัมพูชา
ลาว
เวียดนาม
การดำเนินงานเหล่านี้อยู่ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของแต่ละประเทศ เพื่อให้การตอบสนองด้านมนุษยธรรมสอดคล้องกับบริบทจริงในพื้นที่
ในปี พ.ศ. 2567 สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ยังได้รับโอนภารกิจด้านการดำเนินงานในประเทศ
มาเลเซีย
สิงคโปร์
บรูไน
ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้ความดูแลของสำนักงานภูมิภาคกัวลาลัมเปอร์ มารวมอยู่ในความรับผิดชอบเดียวกัน ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของงานมนุษยธรรมในภูมิภาคนี้
ทำงานอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนเร็ว?
ตลอดเวลากว่าห้าทศวรรษ ไอซีอาร์ซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ทำงานเคียงข้างหน่วยงานของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการด้านมนุษยธรรมที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือครอบคลุมทั้ง
หน่วยงานภาครัฐ
ภาคประชาสังคม
หน่วยงานพันธมิตรในกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง
โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการ
ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
สนับสนุนการใช้กฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริบทในแต่ละประเทศ
ร่วมกันหาทางออกต่อปัญหาด้านมนุษยธรรมรูปแบบต่าง ๆ
ปัจจุบัน สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ได้พัฒนาให้ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางระดับเอเชียแปซิฟิก ในการแบ่งปัน
ความรู้ทางวิชาการ
ประสบการณ์ภาคสนาม
ความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันวิกฤตมนุษยธรรม
การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและสถานการณ์รุนแรง
แนวปฏิบัติสำหรับชุมชนบนโลกดิจิทัล
ในฐานะหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ไอซีอาร์ซีให้ความสำคัญอย่างมากกับ การสื่อสารกับสาธารณะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
องค์กรตั้งเป้าว่าทุกช่องทางออนไลน์ควรเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ มีความเคารพซึ่งกันและกัน และพร้อมเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย เพื่อให้เกิด
ความโปร่งใส
ความรับผิดชอบ
การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรและประชาชน
ไอซีอาร์ซีจึงขอความร่วมมือจากผู้ใช้งานทุกคนให้ช่วยกัน แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ ให้เกียรติ และคำนึงถึงผู้อื่น เพราะเบื้องหลังทุกประเด็นด้านมนุษยธรรมที่เราพูดถึง ล้วนมี “ชีวิตจริง” ของผู้คนที่ได้รับผลกระทบเป็นเดิมพัน
แล้ว “สถานการณ์รุนแรงอื่น” หมายถึงอะไร?
นอกจากการขัดกันทางอาวุธที่เห็นได้ชัดเจนแล้ว ยังมีอีกประเภทของสถานการณ์ที่ไอซีอาร์ซีให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ สถานการณ์รุนแรงอื่น
สถานการณ์ประเภทนี้คือเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงต่อผู้คนจำนวนมาก แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะเข้าข่ายเป็นการขัดกันทางอาวุธ เช่น ความไม่สงบภายในประเทศบางรูปแบบ หรือเหตุความรุนแรงที่เกิดซ้ำ ๆ ในพื้นที่หนึ่ง ๆ
ในกรณีของการขัดกันทางอาวุธ ไอซีอาร์ซีปฏิบัติภารกิจโดยอ้างอิงจาก พันธกิจที่ระบุไว้ในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
แต่เมื่อเป็น “สถานการณ์รุนแรงอื่น” ไอซีอาร์ซีจะเข้าไปดำเนินงานด้านมนุษยธรรมโดยอาศัย สิทธิในการริเริ่มภารกิจด้านมนุษยธรรม ตามที่ธรรมนูญของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศได้วางหลักเกณฑ์ไว้
การตัดสินใจเข้าไปทำงานของไอซีอาร์ซีในแต่ละพื้นที่ จึงพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระดับความรุนแรง จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ความต้องการความช่วยเหลือเฉพาะหน้า และความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่โดยไม่ทำให้ผู้คนเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
สรุป: ไอซีอาร์ซีอยู่ตรงไหนในทุกวิกฤตมนุษยธรรม?
หากมองภาพรวมจะเห็นว่า ไอซีอาร์ซีไม่ใช่แค่ “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ในยามเกิดวิกฤตเท่านั้น แต่ยังเป็น
ผู้ผลักดันให้เกิดกฎหมายที่คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ผู้ทำงานร่วมกับรัฐและชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองเกิดขึ้นได้จริงในภาคสนาม
ศูนย์กลางความรู้ด้านมนุษยธรรมในระดับภูมิภาคและระดับโลก
เมื่อเกิดความขัดแย้งหรือสถานการณ์รุนแรงที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ มีโอกาสสูงมากที่ไอซีอาร์ซีจะอยู่ในพื้นที่นั้นด้วยเสมอ — เงียบ ๆ แต่ไม่หายไปไหน และยังทำงานเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง

