รับแอปรับแอป

ICRC คือใคร? รู้จักฮีโร่มนุษยธรรมที่อยู่แนวหน้าความขัดแย้งทั่วโลก

ปกรณ์ พูนผล01-30

ภาพแรกของไอซีอาร์ซี

สำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่ภารกิจขององค์กรนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในยุโรป เพราะหัวใจสำคัญคือการอยู่เคียงข้างผู้คนในพื้นที่ความขัดแย้งทั่วโลก

ไอซีอาร์ซีคือองค์กรแบบไหน?

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross – ICRC) เป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมที่มีหลักการชัดเจน 3 ประการ คือ ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นกลาง และเป็นอิสระ

ภารกิจหลักของไอซีอาร์ซีคือการ คุ้มครองชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธและสถานการณ์รุนแรงรูปแบบต่าง ๆ

นอกจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือโดยตรงแล้ว ไอซีอาร์ซียังทำงานเพื่อ ป้องกันความทุกข์ทรมานตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการส่งเสริมและเสริมสร้าง

  • กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

  • หลักการมนุษยธรรมสากล

ไอซีอาร์ซีก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1863 และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการริเริ่มจัดทำ อนุสัญญาเจนีวา รวมถึงการก่อตั้งเครือข่ายกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการกำกับและประสานงานกิจกรรมระหว่างประเทศของกลุ่มองค์กรกาชาดฯ ในพื้นที่ที่มีการขัดกันทางอาวุธและสถานการณ์รุนแรงในหลายภูมิภาคทั่วโลก

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศคืออะไร?

การทำงานของไอซีอาร์ซีตั้งอยู่บนฐานของ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในเอกสารสำคัญหลายฉบับ ได้แก่

  • อนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และพิธีสารเพิ่มเติม

  • ธรรมนูญของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ

  • ข้อมติของการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ

ไอซีอาร์ซีเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการรับรอง อนุสัญญาเจนีวาฉบับแรกในปี 1864 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา องค์กรยังคงทำงานร่วมกับรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อปรับปรุงกฎหมายมนุษยธรรมให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิธีการและอาวุธในการทำสงครามยุคใหม่ เพื่อให้การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารเพิ่มเติมสำคัญอย่างไร?

ปัจจุบัน รัฐทุกประเทศในโลกผูกพันตามอนุสัญญาเจนีวาทั้งสี่ฉบับ ปี 1949 ซึ่งมอบความคุ้มครองในสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธแก่กลุ่มคนสำคัญ เช่น

  • ทหารที่บาดเจ็บหรือป่วย

  • ผู้ประสบเหตุเรืออับปาง

  • เชลยศึก

  • พลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

นอกจากนี้ ยังมีรัฐส่วนใหญ่ของโลกที่เข้าร่วมเป็นภาคีในพิธีสารเพิ่มเติมสองฉบับของอนุสัญญาเจนีวา ได้แก่

  • พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1: คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธระหว่างประเทศ

  • พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2: คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธที่ไม่มีลักษณะระหว่างประเทศ

สนธิสัญญาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น กรอบกฎหมายสำคัญ ที่กำหนดมาตรการคุ้มครองพลเรือนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผลกระทบจากการสู้รบโดยไม่จำเป็น

ต่อมา พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ค.ศ. 2005 ยังเปิดทางให้สภากาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงแห่งชาติสามารถใช้สัญลักษณ์ คริสตัลสีแดง เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางเลือก นอกเหนือจากกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง เพื่อรองรับบริบททางวัฒนธรรมและการเมืองในหลากหลายประเทศ

ไอซีอาร์ซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากกัวลาลัมเปอร์สู่กรุงเทพฯ

ไอซีอาร์ซีทำงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า ครึ่งศตวรรษ สำนักงานประจำภูมิภาคแห่งแรกในภูมิภาคนี้ถูกจัดตั้งขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2516

ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ไอซีอาร์ซีได้จัดตั้ง สำนักงานที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามอินโดจีนที่สร้างบาดแผลทั้งทางกายและใจให้กับผู้คนจำนวนมากในภูมิภาค

ขยายบทบาทครอบคลุมเพื่อนบ้าน

ระหว่าง พ.ศ. 2536 – 2543 สำนักงานไอซีอาร์ซีที่กรุงเทพฯ ได้ขยายขอบเขตการทำงานออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่

  • กัมพูชา

  • ลาว

  • เวียดนาม

การดำเนินงานเหล่านี้อยู่ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของแต่ละประเทศ เพื่อให้การตอบสนองด้านมนุษยธรรมสอดคล้องกับบริบทจริงในพื้นที่

ในปี พ.ศ. 2567 สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ยังได้รับโอนภารกิจด้านการดำเนินงานในประเทศ

  • มาเลเซีย

  • สิงคโปร์

  • บรูไน

ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้ความดูแลของสำนักงานภูมิภาคกัวลาลัมเปอร์ มารวมอยู่ในความรับผิดชอบเดียวกัน ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของงานมนุษยธรรมในภูมิภาคนี้

ทำงานอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนเร็ว?

ตลอดเวลากว่าห้าทศวรรษ ไอซีอาร์ซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ทำงานเคียงข้างหน่วยงานของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการด้านมนุษยธรรมที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือครอบคลุมทั้ง

  • หน่วยงานภาครัฐ

  • ภาคประชาสังคม

  • หน่วยงานพันธมิตรในกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง

โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการ

  • ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

  • สนับสนุนการใช้กฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริบทในแต่ละประเทศ

  • ร่วมกันหาทางออกต่อปัญหาด้านมนุษยธรรมรูปแบบต่าง ๆ

ปัจจุบัน สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ได้พัฒนาให้ทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางระดับเอเชียแปซิฟิก ในการแบ่งปัน

  • ความรู้ทางวิชาการ

  • ประสบการณ์ภาคสนาม

  • ความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันวิกฤตมนุษยธรรม

  • การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและสถานการณ์รุนแรง

แนวปฏิบัติสำหรับชุมชนบนโลกดิจิทัล

ในฐานะหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ไอซีอาร์ซีให้ความสำคัญอย่างมากกับ การสื่อสารกับสาธารณะบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

องค์กรตั้งเป้าว่าทุกช่องทางออนไลน์ควรเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ มีความเคารพซึ่งกันและกัน และพร้อมเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย เพื่อให้เกิด

  • ความโปร่งใส

  • ความรับผิดชอบ

  • การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรและประชาชน

ไอซีอาร์ซีจึงขอความร่วมมือจากผู้ใช้งานทุกคนให้ช่วยกัน แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ ให้เกียรติ และคำนึงถึงผู้อื่น เพราะเบื้องหลังทุกประเด็นด้านมนุษยธรรมที่เราพูดถึง ล้วนมี “ชีวิตจริง” ของผู้คนที่ได้รับผลกระทบเป็นเดิมพัน

แล้ว “สถานการณ์รุนแรงอื่น” หมายถึงอะไร?

นอกจากการขัดกันทางอาวุธที่เห็นได้ชัดเจนแล้ว ยังมีอีกประเภทของสถานการณ์ที่ไอซีอาร์ซีให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ สถานการณ์รุนแรงอื่น

สถานการณ์ประเภทนี้คือเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงต่อผู้คนจำนวนมาก แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะเข้าข่ายเป็นการขัดกันทางอาวุธ เช่น ความไม่สงบภายในประเทศบางรูปแบบ หรือเหตุความรุนแรงที่เกิดซ้ำ ๆ ในพื้นที่หนึ่ง ๆ

ในกรณีของการขัดกันทางอาวุธ ไอซีอาร์ซีปฏิบัติภารกิจโดยอ้างอิงจาก พันธกิจที่ระบุไว้ในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

แต่เมื่อเป็น “สถานการณ์รุนแรงอื่น” ไอซีอาร์ซีจะเข้าไปดำเนินงานด้านมนุษยธรรมโดยอาศัย สิทธิในการริเริ่มภารกิจด้านมนุษยธรรม ตามที่ธรรมนูญของกลุ่มองค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศได้วางหลักเกณฑ์ไว้

การตัดสินใจเข้าไปทำงานของไอซีอาร์ซีในแต่ละพื้นที่ จึงพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระดับความรุนแรง จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ความต้องการความช่วยเหลือเฉพาะหน้า และความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่โดยไม่ทำให้ผู้คนเสี่ยงอันตรายมากขึ้น

สรุป: ไอซีอาร์ซีอยู่ตรงไหนในทุกวิกฤตมนุษยธรรม?

หากมองภาพรวมจะเห็นว่า ไอซีอาร์ซีไม่ใช่แค่ “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” ในยามเกิดวิกฤตเท่านั้น แต่ยังเป็น

  • ผู้ผลักดันให้เกิดกฎหมายที่คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

  • ผู้ทำงานร่วมกับรัฐและชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองเกิดขึ้นได้จริงในภาคสนาม

  • ศูนย์กลางความรู้ด้านมนุษยธรรมในระดับภูมิภาคและระดับโลก

เมื่อเกิดความขัดแย้งหรือสถานการณ์รุนแรงที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ มีโอกาสสูงมากที่ไอซีอาร์ซีจะอยู่ในพื้นที่นั้นด้วยเสมอ — เงียบ ๆ แต่ไม่หายไปไหน และยังทำงานเพื่อปกป้องชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง