บูติกใหม่ที่ประกาศพลังวงการนาฬิกาไทย
บูติก Patek Philippe แห่งใหม่โดย PMT The Hour Glass ณ สยามพารากอน เปิดฉากตัดริบบิ้นอย่างสง่างาม พร้อมการปรากฏตัวของ Thierry Stern ประธาน Patek Philippe ที่บินตรงมาร่วมงานด้วยตัวเอง
ในโอกาสนี้ ยังมี Deepa Chatrath กรรมการผู้จัดการ Patek Philippe ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมด้วย Michael Tay แห่ง The Hour Glass และชฎาทิพ จูตระกูล แห่งกลุ่มสยามพิวรรธน์ มาร่วมเฉลิมฉลองหมุดหมายครั้งสำคัญของวงการนาฬิกาชั้นสูงในไทย
บูติกใหม่นี้ไม่ใช่แค่การเปิดร้าน แต่คือการยกระดับประสบการณ์และวัฒนธรรมนาฬิกาให้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น
พันธมิตรที่เติบโตเคียงข้างกันมากว่า 3 ทศวรรษ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา Patek Philippe และ PMT The Hour Glass ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการหล่อหลอมวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกาในประเทศไทย ทั้งในมิติของงานช่าง ศิลปะ และการมองนาฬิกาในฐานะงานศิลป์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
บูติกใหม่บนพื้นที่กว่า 290 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก จึงกลายเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรม Haute Horlogerie ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“บูติกแห่งใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจร่วมกันในการสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้กับนักสะสม ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รีเทล แต่คือจุดบรรจบของศิลปะ วัฒนธรรม งานฝีมือ และศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกา พร้อมทั้งเป็นการเฉลิมฉลองความผูกพันอันยาวนานตั้งแต่ปี 2538 และสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสืบสานศิลปะแห่งนาฬิกาชั้นสูงให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต”
— ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการ PMT The Hour Glass
Deepa Chatrath เองก็ให้ความสำคัญกับตลาดไทยอย่างยิ่ง มองเห็นศักยภาพของนักสะสมในประเทศ และเชื่อมั่นในความสัมพันธ์อันยาวนานบนพื้นฐานของความไว้ใจร่วมกับ PMT The Hour Glass
เป้าหมายร่วมกันคือการถ่ายทอดความประณีต เจตนารมณ์ และมรดกอันทรงคุณค่าของ Patek Philippe ให้คนไทยได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น
ดีไซน์ภายใน: เมื่อความเป็นไทยร่วมสมัยมาพบกับ DNA ของเจนีวา
บูติกแห่งนี้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของ Patek Philippe ควบคู่กับการสอดแทรกเสน่ห์ความเป็นไทยแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
ภายในรวบรวมคอลเลกชันนาฬิกาหลากหลาย ตั้งแต่กลไกโครโนกราฟ ทูร์บิญอง ไปจนถึงนาฬิกาดาราศาสตร์อันซับซ้อน ที่บอกเล่าความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเวลาในมิติที่ลึกขึ้นกว่าเดิม
การจัดแสดงแต่ละคอลเลกชันถูกแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน
ทุกเรือนถูกนำเสนอให้เผยโฉมเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างโดดเด่น
ทั้งหมดอยู่ในบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่เป็นกันเอง
ทันทีที่ก้าวเข้ามา ผู้มาเยือนจะได้เดินผ่านไทม์ไลน์ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ Patek Philippe พร้อมนวัตกรรมเรือนเวลาต่างๆ ที่เปลี่ยนเกมให้โลกนาฬิกามาตลอดหลายทศวรรษ
เรื่องราวมิตรภาพอันยาวนานระหว่างตระกูลธรรมาวรานุคุปต์และตระกูลสเติร์นก็ถูกถ่ายทอดเอาไว้อย่างงดงามเช่นกัน
ภายในใช้โทนสีราสป์เบอร์รีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและโดดเด่น ผสานเข้ากับบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe Salon ณ กรุงเจนีวาอย่างลงตัว



เลานจ์บาร์: พื้นที่นั่งคุยนาฬิกาอย่างมีศิลปะ
โซนเลานจ์บาร์โดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์หินออนิกซ์ที่ให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะสำหรับนั่งพูดคุย แบ่งปันมุมมองเรื่องนาฬิกาอย่างผ่อนคลาย
การเลือกใช้วัสดุและการจัดแสงถูกคิดมาอย่างละเอียด เพื่อขับเน้นความสง่างามของพื้นที่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จุดดึงสายตาสำคัญ คือผลงานศิลป์ลายไทยสีทองอ่อนช้อยบนพื้นสีดำคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Dome Table Clock Ref. 20074M-001 “Thai Ornaments” ซึ่งจัดแสดงอยู่ในโซนเดียวกัน

พื้นที่รับรองส่วนตัว: เสน่ห์ของความเป็นกันเองในบรรยากาศหรู
ด้านหลังเลานจ์เป็นโซนรับรองส่วนตัวสำหรับการชื่นชมและรับมอบนาฬิกาในบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย
ใช้หน้าต่างบานยาวเปิดรับแสงธรรมชาติ เพิ่มความโปร่งสบาย
จัดวางชุดโซฟาในสไตล์ห้องนั่งเล่น ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนมานั่งบ้านเพื่อน
เหมาะสำหรับการต้อนรับแบบเป็นครอบครัวและการพูดคุยอย่างเป็นส่วนตัว

ถัดไปเป็นห้องรับรองอีกฝั่งที่มีประติมากรรมช้างไม้แกะสลักโดยศิลปินชาวฝรั่งเศสเป็นจุดโฟกัส
ช้างในผลงานนี้เป็นสัญลักษณ์ของพละกำลังและความสง่างาม แทนการหลอมรวมกันของมรดกธรรมชาติ วัฒนธรรม และศิลปะชั้นสูงเข้าไว้ในพื้นที่เดียว

ห้องส่วนตัวสำหรับโอกาสพิเศษ
ส่วนด้านในสุดของบูติกถูกออกแบบให้เป็นห้องส่วนตัวสำหรับโอกาสสำคัญและช่วงเวลาที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟเป็นพิเศษ
ภายในประดับด้วยผลงานศิลป์ “ค่านิยมสิบประการ (Ten Values)” ในรูปแบบภาษาไทย ถ่ายทอดโลกทัศน์และค่านิยมของแบรนด์ให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้างกันนั้นคือผลงานศิลปะแบบทริปทีคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Dome Table Clock Ref. 1619M-001 “Holiday in Thailand” ถ่ายทอดบรรยากาศความเป็นไทยผ่านขบวนช้างหลวงและพระบรมมหาราชวังอย่างวิจิตร
ทั้งหมดนี้สะท้อนทั้งความเคารพต่ออัตลักษณ์ท้องถิ่น และความผูกพันยาวนานที่ Patek Philippe มีต่อประเทศไทย
ถ้าได้มา ลองแวะเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง
สำหรับสายสะสมนาฬิกา หรือคนที่ชื่นชอบงานศิลปะในรูปแบบของเรือนเวลา หากมีโอกาสผ่านสยามพารากอน บูติกแห่งใหม่นี้คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
คุณจะได้สัมผัสโลกของ Patek Philippe แบบเต็มรูปแบบ ทั้งในมิติของงานดีไซน์ มรดกทางประวัติศาสตร์ และประสบการณ์การบริการที่ออกแบบมาเพื่อคนรักนาฬิกาอย่างแท้จริง
บูติก Patek Philippe โดย PMT The Hour Glass ตั้งอยู่ที่ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมต้อนรับให้คุณเข้าไปค้นพบความงดงามเหนือกาลเวลาด้วยตัวเอง

