ภาพรวมตลาดบ้านมือสอง ครึ่งปีแรก 2568

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สรุปภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 2/2568 จากฐานข้อมูลประกาศขายผ่านเว็บไซต์ และฐานทรัพย์มือสองของสถาบันการเงินทั้งรัฐ–เอกชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ และกรมบังคับคดี
ภาพรวมออกมาชัดเจนว่า ซัพพลายบ้านมือสองกำลังล้นตลาด ในขณะที่ฝั่งดีมานด์การโอนกรรมสิทธิ์กลับหดตัวลงเมื่อเทียบปีต่อปี
Q2/68 ซัพพลายประกาศขายพุ่งแรงต่อเนื่อง
REIC พบว่า “ตลาดนัดบ้านมือสองออนไลน์” กำลังคึกคักเป็นพิเศษ
จำนวนหน่วยประกาศขาย เพิ่มขึ้น 34.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67
มูลค่าทรัพย์ที่ประกาศขาย เพิ่มขึ้น 5.6% ในช่วงเดียวกัน
เทียบกับไตรมาส 1/68 ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าก็ยังขยับเพิ่มขึ้น 4.7% และ 26.4% ตามลำดับ
ผู้ประกาศขายส่วนใหญ่คือ บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ สัดส่วนถึง 36.3% ของหน่วยทั้งหมด โดยประเภทที่ถูกปล่อยขายมากที่สุดคือ บ้านเดี่ยว สัดส่วนสูงถึง 44.1%
เกือบทุกประเภททรัพย์ทั้งบ้านและคอนโดฯ มีหน่วยกับมูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้น ยกเว้นห้องชุดที่แม้จำนวนหน่วยจะเพิ่ม 11.2% แต่ มูลค่ารวมกลับลดลง 15.6% เพราะมีห้องชุดมือสองราคาถูกไหลเข้าตลาด ทำให้ราคาเฉลี่ยจาก 6.0 ล้านบาท (2/67) ลดเหลือเพียง 4.3 ล้านบาท (2/68)
ด้านโครงสร้างราคาประกาศขาย
สัดส่วน 28.6% เป็นทรัพย์ไม่เกิน 1 ล้านบาท
กลุ่มราคาไม่เกิน 7.5 ล้านบาท มีทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าเติบโต
ตรงกันข้ามกับกลุ่มราคา เกิน 7.5 ล้านบาท แม้จะครองส่วนแบ่งถึง 54.5% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด แต่กลับลดลงทั้งจำนวนและมูลค่า เพราะซัพพลายในช่วงราคานี้ถูกดูดซับอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนปรน LTV ที่ครอบคลุมทุกระดับราคา
บทสรุปช่วงนี้คือ “ของออกเยอะ แต่ราคาเริ่มกดลง โดยเฉพาะห้องชุดและบ้านราคาล่าง–กลาง”
ดีมานด์โอนชะลอ แต่กลุ่มต่ำล้านยังวิ่งแรง
แม้ฝั่งประกาศขายจะดุเดือด แต่ฝั่ง “ดีมานด์การโอนกรรมสิทธิ์มือสอง” กลับชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์มือสอง ลดลง 8.6% เทียบไตรมาส 2/67
มูลค่าการโอน ลดลง 11.1% ในช่วงเดียวกัน
บ้านเดี่ยวยังคงเป็นพระเอกของการโอน สัดส่วน 41.5% ของจำนวนหน่วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 จะเห็นสัญญาณดีว่า
จำนวนหน่วยโอน เพิ่มขึ้น 18.2%
มูลค่าการโอน เพิ่มขึ้น 16.8%
ที่น่าสนใจที่สุดคือ ดีมานด์ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 35.1% ของจำนวนการโอนทั้งหมด สะท้อนชัดเจนว่า ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังโฟกัสที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่ “จับต้องได้จริง”
สรุปง่าย ๆ : ตลาดแมสยังมีแรงซื้อ แต่ภาพรวมทั้งระบบยังไม่กลับมาฟื้นเต็มตัว
ซัพพลายทะลัก 1.89 แสนหน่วย มูลค่าเฉียด 7.6 แสนล้าน
ในสิ้นไตรมาส 2/68 ซัพพลายบ้านมือสองที่ประกาศขายทั่วประเทศแตะระดับที่น่าจับตามอง
จำนวนหน่วยประกาศขาย 189,382 หน่วย เพิ่มขึ้น 34.6%
มูลค่ารวม 758,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เทียบไตรมาส 2/67
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ซัพพลายก็ยังขยับขึ้นทั้งหน่วยและมูลค่า 4.7% และ 26.4%
ใครคือผู้ปล่อยขายตัวจริงในตลาด?
เรียงตามจำนวนหน่วยประกาศขาย
บุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
68,834 หน่วย (36.3%)
มูลค่า 508,179 ล้านบาท (67.0%)
ราคาเฉลี่ยสูงสุด 7.4 ล้านบาทต่อหน่วย
กรมบังคับคดี
67,641 หน่วย (35.7%)
มูลค่า 120,301 ล้านบาท (15.9%)
สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
24,858 หน่วย (13.1%)
มูลค่า 44,393 ล้านบาท (5.9%)
บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC)
21,905 หน่วย (11.6%)
มูลค่า 58,347 ล้านบาท (7.7%)
ธนาคารพาณิชย์
6,144 หน่วย (3.2%)
มูลค่า 27,282 ล้านบาท (3.6%)
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 พบว่า
กรมบังคับคดีหน่วยประกาศขาย พุ่ง 210.1% มูลค่าเพิ่ม 213.1% มากที่สุดในตลาด
สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หน่วยเพิ่ม 11.2% มูลค่าเพิ่ม 13.2%
บุคคลธรรมดาและเอเจนต์ หน่วยเพิ่มเล็กน้อย 2.2% แต่มูลค่ากลับลด 7.9%
บริษัทบริหารสินทรัพย์ หน่วยลด 1.6% แต่มูลค่าเพิ่ม 1.0%
ธนาคารพาณิชย์ลดทั้งหน่วยและมูลค่า 11.9% และ 13.1%
จุดชี้ชัด คือ ซัพพลายที่ไหลเข้าตลาดมือสองส่วนใหญ่เป็นทรัพย์จากกรมบังคับคดี ซึ่งผูกโยงตรง ๆ กับระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ทำให้ลูกหนี้บางกลุ่มผ่อนไม่ไหวและต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีในที่สุด
บ้านเดี่ยว ครองแชมป์ของเต็มตลาดมือสอง
ในมุมประเภททรัพย์ที่ถูกปล่อยขายมือสอง 3 อันดับแรก คือ
บ้านเดี่ยว
83,612 หน่วย (44.1%)
มูลค่า 426,993 ล้านบาท (56.3%)
ทาวน์เฮาส์
57,052 หน่วย (30.1%)
มูลค่า 121,006 ล้านบาท (16.0%)
ห้องชุด (คอนโดฯ)
39,973 หน่วย (21.1%)
มูลค่า 170,402 ล้านบาท (22.5%)
ตามด้วย
อาคารพาณิชย์ 5,576 หน่วย (2.9%) มูลค่า 30,757 ล้านบาท (4.1%)
บ้านแฝด 3,169 หน่วย (1.7%) มูลค่า 9,344 ล้านบาท (1.2%)
เทียบกับไตรมาส 2/67 ทุกประเภทมีจำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้น
บ้านเดี่ยว เพิ่มแรงสุด 50%
ทาวน์เฮาส์และบ้านแฝด เพิ่ม 37.9%
ห้องชุดเพิ่ม 11.2%
อาคารพาณิชย์เพิ่ม 4.7%
ด้านมูลค่า ส่วนใหญ่ก็เพิ่มเช่นกัน
บ้านแฝด มูลค่าเพิ่ม 37.3%
ทาวน์เฮาส์ เพิ่ม 15.0%
บ้านเดี่ยว เพิ่ม 14.2%
อาคารพาณิชย์ เพิ่มเล็กน้อย 0.4%
ยกเว้นห้องชุดที่มูลค่าประกาศขาย หดลง 15.6% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาอย่างชัดเจน
ราคาต่ำล้านยังเป็นพระเอก กรมบังคับคดีปล่อยของหนัก
เมื่อจัดกลุ่มตามระดับราคาประกาศขาย ที่อยู่อาศัยมือสอง 3 ช่วงราคาหลักคือ
ไม่เกิน 1 ล้านบาท
54,199 หน่วย (28.6%)
มูลค่ารวม 30,597 ล้านบาท (ส่วนแบ่งมูลค่าเพียง 4.0%)
กรมบังคับคดีเป็นเจ้าตลาด สัดส่วนถึง 65.6%
1.01–1.50 ล้านบาท
29,460 หน่วย (15.6%)
มูลค่า 37,035 ล้านบาท (4.9%)
กรมบังคับคดีประกาศขายมากสุด 44.1%
2.01–3.00 ล้านบาท
28,463 หน่วย (15.0%)
มูลค่า 70,619 ล้านบาท (9.3%)
กลุ่มบุคคลธรรมดาและเอเจนต์ครองส่วนแบ่ง 47.1%
เทียบไตรมาส 2/67 จะเห็นว่า ช่วงราคาไม่เกิน 7.5 ล้านบาท เพิ่มทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยเฉพาะกลุ่มต่ำกว่า 1 ล้านบาทที่พุ่งแรงสุด
หน่วยเพิ่ม 82.4%
มูลค่าเพิ่ม 89.4%
ขณะที่กลุ่มราคามากกว่า 7.5 ล้านบาทกลับสวนทาง มีทั้งจำนวนและมูลค่าลดลง โดยเฉพาะกลุ่ม มากกว่า 10 ล้านบาท ที่หน่วยและมูลค่าลดลง 9.8% และ 6.1% ตามลำดับ
ตีความง่าย ๆ : ตลาดแมส–กลางกำลังขยาย แต่ตลาดบนเริ่มชะลอชัดเจน
10 จังหวัดฮอต ซัพพลายกระจุกในกรุงเทพฯ–เมืองท่องเที่ยว
หากมองในมิติพื้นที่ “ที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั่วประเทศ” กระจุกตัวหลัก ๆ ใน 10 จังหวัดแรก ได้แก่
กรุงเทพมหานคร
นนทบุรี
สมุทรปราการ
ชลบุรี
เชียงใหม่
ปทุมธานี
ภูเก็ต
สุราษฎร์ธานี
นครปฐม
ระยอง
ทั้ง 10 จังหวัดนี้รวมกันคิดเป็น 79.5% ของซัพพลายบ้านมือสองทั้งประเทศ สะท้อนว่า ของยังแน่นสุดในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ใกล้เคียงรูปแบบไตรมาส 1/68
- กรุงเทพฯ
หน่วยประกาศขาย 43,274 หน่วย (22.9%)
มูลค่า 344,257 ล้านบาท (45.4%)
หน่วยเพิ่ม 2.1% เทียบ 2/67 แต่มูลค่าลดลง 10.9%
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยลดจาก 9.1 ล้านบาท เหลือ 8.0 ล้านบาท และเน้นประกาศขาย “ห้องชุด” มากที่สุด
จังหวัดอันดับ 2–10 รวมกันมีสัดส่วนหน่วย 36.5% และมูลค่า 34.1% โดย ภูเก็ตตั้งราคาขายเฉลี่ยสูงสุด 8.3 ล้านบาทต่อหน่วย
เทียบกับไตรมาส 2/67 ทั้ง 9 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพฯ) ในกลุ่มอันดับ 2–10 มีการประกาศขายเพิ่มขึ้นทุกจังหวัด
สุราษฎร์ธานี เพิ่มแรงสุด 91.9% นำโดยบ้านเดี่ยว
เชียงใหม่ มูลค่ารวมเพิ่ม 39.1% เน้นบ้านเดี่ยวเช่นกัน
นครปฐม เพิ่ม 30.7% โดยทาวน์เฮาส์เป็นหัวหอกหลัก
ซัพพลายล้น ดีมานด์หด 8–11% แต่ไตรมาสนี้เริ่มเด้งกลับ
ไฮไลต์สำคัญของฝั่งดีมานด์คือ “การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ” ในไตรมาส 2/68
จำนวนหน่วยโอน 50,292 หน่วย ลดลง 8.6% เมื่อเทียบ 2/67
มูลค่าโอน 101,304 ล้านบาท ลดลง 11.1% เทียบปีก่อน
แต่ถ้าดูแบบไตรมาสต่อไตรมาส (เทียบ 1/68)
จำนวนหน่วยโอนเพิ่ม 18.2%
มูลค่าโอนเพิ่ม 16.8%
สะท้อนว่าตลาดบ้านมือสองเริ่มมีแรงรีบาวนด์ โดยมี มาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง เป็นแรงหนุนสำคัญ
แยกตามประเภททรัพย์
บ้านเดี่ยวถูกโอนมากที่สุด 21,281 หน่วย (42.3%)
มูลค่า 47,016 ล้านบาท (46.4%)
ทุกประเภทมือสองมีการโอนลดลง เทียบ 2/67 โดยกลุ่มห้องชุดลดแรงที่สุด หน่วยลด 13.1% มูลค่าลด 18.0%
กลุ่มราคา 7.5–10 ล้าน เจ็บสุด ดีมานด์หาย 18–19%
ถ้าเจาะลึก “การโอนมือสอง แยกตามระดับราคา” ในไตรมาส 2/68
กลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท
จำนวน 17,650 หน่วย (35.1% ของหน่วยโอนทั้งหมด)
กลุ่มราคา 2.01–3.00 ล้านบาท
จำนวน 9,151 หน่วย (18.2%)
ด้านมูลค่า
ช่วงราคา 2.01–3.00 ล้านบาท มีมูลค่าการโอนมากที่สุด สัดส่วน 22.7% หรือ 22,999 ล้านบาท
รองลงมา ช่วงราคา 3.01–5.00 ล้านบาท สัดส่วน 18.3% หรือ 18,499 ล้านบาท
จุดที่น่ากังวลคือ กลุ่มราคา 7.51–10.00 ล้านบาท ซึ่งโดนหนักสุด
หน่วยโอนลดลง 18.8%
มูลค่าโอนลดลง 19.0%
ชัดเจนว่า ตลาดกลาง–บนเริ่มชะลอตัวแรง ขณะที่ตลาดแมสยังหมุนได้ต่อเนื่อง
ท็อป 10 จังหวัดที่โอนบ้านมือสองมากสุด
ฝั่ง “การโอนมือสอง แยกตามจังหวัด” 10 อันดับแรก ได้แก่
กรุงเทพมหานคร
ชลบุรี
ภูเก็ต
นนทบุรี
เชียงใหม่
สมุทรปราการ
ปทุมธานี
ระยอง
สงขลา
นครราชสีมา
ทั้ง 10 จังหวัดนี้มีสัดส่วนรวมกันถึง 69.2% ใกล้เคียงกับไตรมาส 1/68
- กรุงเทพฯ
จำนวนโอนมือสอง 10,028 หน่วย (19.9%)
มูลค่าโอน 28,621 ล้านบาท (28.3%)
มูลค่าการโอนใน 10 จังหวัดแรกโดยรวม ลดลงเกือบทุกจังหวัด
ปทุมธานีมูลค่าลดลงแรงสุด 18.7%
ขณะที่ สงขลาและนครราชสีมา ตรงกันข้าม กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4.1% และ 3.9% ตามลำดับ
อินไซต์สำคัญสำหรับคนเล่นตลาดบ้านมือสอง
จากตัวเลขทั้งฝั่งซัพพลายและดีมานด์ สามารถสรุปภาพเชิงกลยุทธ์ได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
ซัพพลายล้นชัด เหมาะกับสายซื้อที่มีเงินพร้อมและไม่รีบ
ตลาด บ้านเดี่ยวมือสอง ยังเป็นตัวหลักทั้งฝั่งประกาศขายและการโอน
กลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยเฉพาะ ต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีดีมานด์จริง ช่วยพยุงตลาดแมส
คอนโดฯ มือสองราคากดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ถือเป็นโจทย์ท้าทายของผู้ขาย แต่เป็นโอกาสของผู้ซื้อ
ทรัพย์จาก กรมบังคับคดี กลายเป็นแหล่งซัพพลายหลัก โดยเฉพาะทรัพย์ระดับราคาต่ำ
กรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ยังคงเป็นสมรภูมิหลักของตลาดมือสอง
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มตัว ตลาดบ้านมือสองจึงกลายเป็น “ตัวช่วยสำคัญ” ในการประคองภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ไว้มิให้ทรุดหนักเกินไปในช่วงครึ่งหลังปี 2568
สำหรับผู้ซื้อ นี่คือช่วงเวลาที่ตัวเลือกเยอะ ต่อรองได้ และมีโอกาสเจอของดีราคาน่าสนใจ
สำหรับผู้ขายและนักลงทุน ต้องเล่นเกม “ตั้งราคา–เลือกโลเคชัน–เลือกเซกเมนต์” ให้เฉียบกว่าเดิม เพราะวันนี้ไม่ใช่ยุคที่แค่ลงประกาศแล้วของจะขายออกได้เหมือนเดิมอีกต่อไป












