รับแอปรับแอป

แอร์เอเชียเอาจริง! จ่อปิดดีล A220 ครั้งประวัติศาสตร์ ปักหมุดใหญ่เอเชีย–ตะวันออกกลาง

ธนดล ศรีงาม01-31

แอร์เอเชียกลับมาแรง หลังยุคโควิด

หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 แอร์เอเชียกำลังเร่งเดินหน้าแผนเติบโตครั้งใหญ่ทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง เตรียมสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A220 ครั้งมโหฬารราว 100 ลำ สะท้อนภาพการกลับมารุกคืบธุรกิจอย่างจริงจังของสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายนี้

ดีล A220 ที่อาจกลายเป็น “ครั้งใหญ่สุด”

รายงานระบุว่า AirAsia ใกล้บรรลุข้อตกลงสั่งซื้อเครื่องบินภูมิภาค Airbus A220 ประมาณ 100 ลำ ซึ่งจะเป็นหมุดหมายสำคัญของทั้งสายการบินและผู้ผลิตเครื่องบินอย่าง Airbus

  • ทั้งสองฝ่ายตกลงเงื่อนไขหลักกันไปแล้ว

  • มีโอกาสประกาศอย่างเป็นทางการได้เร็วสุดภายในสัปดาห์นี้

  • อย่างไรก็ตาม เส้นตายยังอาจขยับได้ เพราะการเจรจายังอยู่ในขั้นความลับสูง

หากลงนามคำสั่งซื้อระดับ 100 ลำจริง ดีลนี้จะถูกจารึกว่าเป็น ดีล A220 ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น และยังมีทางเลือกเสริมที่อาจขยายยอดรวมถึง 150 ลำ หากแอร์เอเชียเดินหน้าเพิ่มคำสั่งซื้อในเฟสถัดไป

กลยุทธ์ใหญ่ของ Tony Fernandes หลังปรับโครงสร้าง

AirAsia ภายใต้การนำของนักธุรกิจชาวมาเลเซีย Tony Fernandes กำลังเร่งขยับเกมครั้งใหญ่ หลังจากช่วงโควิดจำเป็นต้องลดขนาดการดำเนินงานและปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อเอาตัวรอด

ตอนนี้เป้าหมายไม่ใช่แค่กลับมาเหมือนเดิม แต่คือการ “โตต่อ” ให้ใหญ่กว่าเดิม

  • นอกจากฐานเดิมในเอเชีย แอร์เอเชียเตรียมขยายปีกไปยังตะวันออกกลาง

  • วางแผนตั้งฮับใหม่ที่ประเทศบาห์เรนภายในปีนี้

  • ใช้บาห์เรนเป็นฐานเชื่อมต่อเที่ยวบินต่อไปยังยุโรป เปิดเส้นทางไกลด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น

นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นตัว แต่คือการวางหมากสู่การเป็นเครือข่ายสายการบินราคาประหยัดระดับภูมิภาค–ข้ามภูมิภาคอย่างเต็มตัว

ฝูงบินปัจจุบัน: all-Airbus และดีลเก่าที่เพิ่งเซ็นไป

ปัจจุบัน AirAsia ใช้ฝูงบินแบบ all-Airbus ราว 250 ลำ เป็นหลัก

  • โครงสร้างฝูงบินส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินลำตัวแคบ

  • มีคำสั่งซื้อคงค้างเกือบ 400 ลำ ส่วนใหญ่คือเครื่องตระกูล A320 รุ่นยอดนิยมของ Airbus

เมื่อกลางปีที่แล้ว แอร์เอเชียเพิ่งทำดีลสำคัญไปแล้วรอบหนึ่ง

  • บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นซื้อ A321neo รุ่นระยะไกลพิเศษสูงสุด 70 ลำ

  • มูลค่าคำสั่งซื้อขั้นต่ำกว่า 12.3 พันล้านดอลลาร์

  • พร้อมแผนทยอยปลดระวางฝูงเครื่องบินลำตัวกว้าง เพื่อลดต้นทุนและจัดพอร์ตฝูงบินให้เหมาะกับดีมานด์จริงมากขึ้น

ดีล A220 จึงถูกมองเป็นการ “ต่อจิ๊กซอว์” ให้ครบทั้งฝั่งระยะไกลและฝั่งภูมิภาค

ทำไมต้อง A220? ตัวเล็กแต่เกมบิ๊ก

ดีล A220 ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกิจ แต่ใช้เวลาเจรจายาวนาน เริ่มคุยกันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

A220 คือเครื่องบินที่ออกแบบมาจับตลาดเส้นทางระยะสั้น–กลางที่มีผู้โดยสารไม่หนาแน่นมาก แต่ต้องการความคุ้มค่าทั้งต้นทุนและการใช้งาน

  • รองรับผู้โดยสารประมาณ 100–160 ที่นั่ง

  • ขนาดเล็กกว่าเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นหลักที่แอร์เอเชียใช้อยู่ในปัจจุบัน

แม้จะเล็กลง แต่กลับเปิดโอกาสใหม่ให้สายการบินอย่างชัดเจน

  • ทำให้แอร์เอเชียสามารถบินเข้า–ออก สนามบินขนาดเล็ก ได้ง่ายขึ้น

  • เปิดเส้นทางใหม่ที่ดีมานด์ยังไม่มากพอสำหรับเครื่องบินลำตัวแคบมาตรฐาน

  • ทดสอบตลาดใหม่ได้โดยไม่ต้องแบกต้นทุนเก้าอี้ว่างจำนวนมาก

พูดง่าย ๆ คือ A220 อาจกลายเป็น “เครื่องมือเจาะตลาดนิช” ที่ช่วยให้แอร์เอเชียขยายรากไปถึงเมืองรอง เมืองเล็ก แต่มีศักยภาพซ่อนอยู่

ฝั่ง Airbus ก็ได้อานิสงส์เต็ม ๆ

ไม่ใช่มีแต่แอร์เอเชียที่ได้ประโยชน์ ดีลนี้คือโอกาสทองของ Airbus เช่นกัน

คำสั่งซื้อระดับสามหลักของ A220 จะเป็นแรงส่งสำคัญ ให้โปรแกรมเครื่องบินขนาดเล็กเชิงพาณิชย์รุ่นนี้ หลังจากก่อนหน้านี้เผชิญทั้งยอดขายที่โตช้ากว่าที่คาด และปัญหาคอขวดในซัพพลายเชนซึ่งจำกัดกำลังการผลิต

รายละเอียดฝั่งการผลิตของ A220 ปัจจุบันคือ

  • สายการผลิตหลักอยู่ที่เมืองมิราเบล ประเทศแคนาดา

  • อีกหนึ่งฐานผลิตอยู่ที่เมืองโมบิล รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา

ดีลกับแอร์เอเชียจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขายธรรมดา แต่ยังช่วย สร้างความเชื่อมั่นในโครงการ A220 ทั้งต่อสายการบินรายอื่นและต่อซัพพลายเออร์ ว่าโปรแกรมนี้เดินหน้าต่ออย่างจริงจัง

สรุป: ดีลเดียวที่เปลี่ยนเกมทั้งภูมิภาค

หากดีล A220 ของแอร์เอเชียถูกปิดจบอย่างเป็นทางการด้วยตัวเลขสามหลัก ภูมิทัศน์สายการบินราคาประหยัดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลางอาจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

  • แอร์เอเชียได้เครื่องมือใหม่ในการเปิดเส้นทางเมืองรองและสนามบินเล็ก

  • Airbus ได้ดีลเรือธงยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นใน A220

  • ผู้โดยสารได้ทางเลือกเส้นทางและความถี่เที่ยวบินที่มากขึ้นในอนาคต

ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า หลังยุคโควิดผ่านไป เกมต่อไปไม่ใช่แค่ใครจะรอด แต่คือ ใครกล้าบุกและวางหมากไกลกว่ากัน และดีล A220 ครั้งนี้ ก็ดูเหมือนแอร์เอเชียจะตั้งใจประกาศว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย