เปิดแผนก่อนลุยป่า ลุยเขา และออก Road Trip แบบจริงจัง
การหนีเมืองไปซบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เข้าป่า เดินเขา หรือ Road Trip ยาวๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องโรแมนติกสวยๆ ในรูปถ่าย แต่คือการผจญภัยที่ทั้งสนุก ทั้งโหด และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ใครที่คิดจะออกทริปแนวนี้แบบจริงจัง จำเป็นต้องเตรียมตัวให้ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เพราะการเตรียมครบตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ทริปของคุณ สนุก ปลอดภัย และไม่พังกลางทาง
การเดินทางลุยธรรมชาติมักใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน คุณจะต้องเจอสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย แถมยังไม่มีความสะดวกสบายแบบในเมือง การเตรียมตัวจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ของพร้อม” แต่ต้อง คนพร้อม ใจพร้อม แพลนพร้อม ไปพร้อมกันด้วย
1. ฟิตทั้งกาย ฟูลทั้งใจ ก่อนขึ้นเขาเข้าป่า
การเดินป่าและเทรคกิ้งบนเส้นทางชันๆ หรือทางหินขรุขระ ต้องใช้ทั้งแรงและความอึด ไม่ใช่นั่งรถแล้วถึงจุดชมวิวใน 10 นาที การเตรียมร่างกายก่อนลุยจึงสำคัญมาก
ลองฝึกแบบนี้ล่วงหน้าก่อนออกทริป:
เดินระยะไกลบนทางชันหรือทางขรุขระ
วิ่งหรือคาร์ดิโอเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความอึดของหัวใจและปอด
ฝึกแบกของหรือสะพายเป้นานๆ ให้ร่างกายชินกับน้ำหนัก
ยิ่งร่างกายคุณฟิตเท่าไหร่ ทริปก็จะ เหนื่อยน้อย สนุกมาก และมีแรงไปต่อจนถึงจุดหมาย
ด้านจิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน การไปในที่ห่างไกลจากความสะดวกสบาย อาจเจอฝน ลมแรง หนาวจัด ร้อนจัด หรือเส้นทางที่โหดกว่าที่คิด การเตรียมใจให้พร้อมรับความลำบาก และมองมันเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย จะช่วยให้คุณไม่ถอดใจกลางทางง่ายๆ
2. เสื้อผ้าและรองเท้า เลือกดีมีชัยไปครึ่งทาง
สภาพอากาศบนเขาหรือในป่ามักเปลี่ยนเร็วมาก จากแดดจัดเป็นฝนตก จากร้อนเป็นหนาวในไม่กี่ชั่วโมง เสื้อผ้าที่เลือกจึงต้องช่วยให้คุณ เอาอยู่ทุกสถานการณ์
หลักการเลือกคือ
เลือกเสื้อผ้า แห้งเร็ว ระบายอากาศดี เช่น ผ้าสังเคราะห์หรือผ้าฝ้ายแบบบางๆ จะช่วยลดความอึดอัดและไม่อมเหงื่อ
ใส่ เสื้อแขนยาว + กางเกงขายาว เพื่อช่วยกันแมลง ทาก และใบหญ้าบาดผิว
เตรียมเสื้อกันลมหรือกันฝนบางๆ ติดไว้ เผื่ออากาศแปรปรวน
เรื่องรองเท้ายิ่งห้ามมองข้าม:
ใช้ รองเท้าเดินป่าหรือรองเท้าบู๊ตที่มีดอกยางดี รองรับแรงกระแทกได้ ช่วยให้ข้อเท้าและฝ่าเท้าไม่พัง
หลีกเลี่ยงรองเท้าใหม่ที่ยังไม่ผ่านการ Break in เพราะมีโอกาสรองเท้ากัดกลางทางได้ง่าย
อย่าลืม หมวกและแว่นตากันแดด เพื่อปกป้องผิวและดวงตาเมื่อเดินกลางแดดจัดเป็นเวลานาน
3. อุปกรณ์เดินทาง: เป้ดี ช่วยชีวิตง่าย
หัวใจสำคัญของการเดินป่าคือ เป้สะพายหลัง เลือกให้เหมาะกับระยะเวลาทริปและของที่ต้องพก โดยควรมี
ระบบรองหลังดี ช่วยกระจายน้ำหนัก ไม่กดแผ่นหลังจนปวด
ช่องเก็บของหลายช่อง แยกของได้เป็นระเบียบ เช่น ช่องใส่น้ำ อาหาร ของใช้ส่วนตัว และของสำคัญที่ต้องหยิบง่าย
อีกอุปกรณ์ที่ควรมีติดเป้คือ
ไฟฉายหรือไฟฉายคาดหัว ใช้ได้ดีตอนเดินกลางคืนหรือเข้าห้องน้ำตอนดึกในแคมป์
เครื่องมือเอนกประสงค์ (Multi-tool) เช่น มีดพับ ใช้ทำอาหาร ตัดกิ่งไม้ ซ่อมของเล็กๆ น้อยๆ ได้
ชุดปฐมพยาบาล อย่างน้อยควรมี ผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ แมลงกัดต่อย และแผ่นแปะแผล
ของเหล่านี้อาจดูเหมือนหนักตอนจัดเป้ แต่พอเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อไหร่ คุณจะรู้เลยว่า คุ้มที่แบกมา
4. อาหารและน้ำดื่ม อย่าคิดว่าไปค่อยหาเอาหน้างาน
ในป่าหรือบนเขา ไม่ใช่ทุกที่ที่จะมีร้านสะดวกซื้อรอคุณอยู่ การเตรียม น้ำและอาหาร ให้เพียงพอจึงสำคัญมาก
เรื่องน้ำ:
เตรียมน้ำดื่มให้พอสำหรับระยะทางที่ต้องเดิน
หากรู้ว่าเส้นทางมีแหล่งน้ำ ควรพก อุปกรณ์กรองน้ำ หรือภาชนะสำหรับเก็บน้ำสะอาดสำรองเพื่อความชัวร์
เรื่องอาหาร:
เลือกอาหารที่ เก็บง่าย ไม่เสียง่าย และให้พลังงานสูง เช่น ขนมปังแห้ง อาหารกระป๋อง มาม่าหรือซุปสำเร็จรูป
เตรียม ขนมที่ให้พลังงานเร็ว เช่น ถั่ว ข้าวโอ๊ตแท่ง ช็อกโกแลต หรือข้าวเหนียวแห้งไว้เติมพลังระหว่างทาง
การกินให้พอและดื่มน้ำให้เหมาะ จะช่วยให้ร่างกายคุณไม่หมดแรงกลางเส้นทางยาวๆ
5. การนำทางและการสื่อสาร หลงป่าไม่ใช่เรื่องสนุก
ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณหรือเส้นทางไม่ชัด การมีเครื่องมือช่วยนำทางคือเรื่องจำเป็น ไม่ใช่แค่ของเล่นไฮเทค
สิ่งที่ควรมี:
GPS หรือแผนที่กระดาษ พร้อมเข็มทิศ เพื่อช่วยดูเส้นทางและตำแหน่งของตัวเอง
โทรศัพท์มือถือ พร้อมชาร์จแบตให้เต็ม และพก พาวเวอร์แบงค์ เผื่อฉุกเฉิน
หากไปพื้นที่สัญญาณอ่อนมาก อาจใช้ วิทยุสื่อสาร เพื่อเชื่อมต่อกับคนในกลุ่มหรือทีมช่วยเหลือ
ก่อนออกเดินทาง ควรวางแผนเส้นทางให้ชัด และศึกษาเส้นทางคร่าวๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อลดโอกาสหลงทาง
6. ความปลอดภัยและรับมือเหตุฉุกเฉิน
การลุยป่าหรือขึ้นเขาย่อมมีความเสี่ยง ทั้งแผลถลอกจากการหกล้ม ข้อเท้าพลิก หรือเจอสัตว์ป่าโดยไม่ตั้งใจ การเตรียมตัวด้านความปลอดภัยจึงห้ามมองข้าม
อุปกรณ์ที่ควรมีติดตัวเสมอ:
ชุดปฐมพยาบาล สำหรับดูแลแผลเบื้องต้น
ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง เผื่อจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายตอนกลางคืน
เครื่องมืออเนกประสงค์หรือมีดพก ในกรณีที่ต้องตัดเชือก กิ่งไม้ หรือใช้งานอื่นๆ
อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ การ แจ้งคนที่บ้านหรือเพื่อนสนิท ว่า
คุณจะไปที่ไหน
ใช้เส้นทางไหน
คาดว่าจะกลับวันไหน
หากเกิดเหตุไม่คาดคิด คนที่รู้แผนการเดินทางของคุณจะสามารถแจ้งหน่วยงานช่วยเหลือได้ทันเวลา
7. มารยาทนักเดินป่า: เคารพธรรมชาติทุกก้าวที่เดิน
เมื่อเราเข้าไปใช้พื้นที่ธรรมชาติ เราควรรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูปแล้วกลับ
หลักง่ายๆ ที่ทุกคนควรทำคือ
ไม่ทิ้งขยะ ทุกอย่างต้องเก็บกลับออกมาด้วย
ไม่ทำลายต้นไม้ ดอกไม้ หรือสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
ไม่รบกวนสัตว์ป่า ไม่ให้อาหาร ไม่เข้าไปใกล้เกินไป
ยิ่งเราช่วยกันรักษาธรรมชาติเท่าไหร่ ทริปของคนรุ่นต่อไปก็จะยังได้เห็นความสวยงามแบบเดียวกับเรา
เช็กลิสต์อุปกรณ์จำเป็นก่อนออกทริปเดินป่า
เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมของ มาดูเช็กลิสต์แบบแบ่งหมวดหมู่กัน
1. อุปกรณ์นอน
เต็นท์และผ้าปูรองเต็นท์
ถุงนอนและแผ่นรองนอน
หมอนเป่าลมหรือหมอนเดินทาง
2. เสื้อผ้าและรองเท้า
เสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ เช่น เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน
รองเท้าเดินป่าที่สวมสบายและกันลื่นได้ดี
ถุงเท้าหนาๆ และเสื้อผ้าสำรองเผื่อเปียกหรือเลอะ
3. อุปกรณ์ทำอาหาร
เตาแก๊สพกพาและแก๊สกระป๋อง
หม้อหรือกระทะขนาดเล็ก
ช้อนส้อม จาน และแก้วน้ำ
อาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปที่พร้อมปรุง
4. อุปกรณ์ส่องสว่างและพลังงาน
ไฟฉายคาดหัวหรือไฟฉายมือถือ
แบตเตอรี่สำรองและ/หรือพาวเวอร์แบงค์
5. อุปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
มีดพกหรืออุปกรณ์อเนกประสงค์
ถุงขยะสำหรับเก็บขยะของตัวเอง
ผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์อาบน้ำพื้นฐาน
เคล็ดลับเพิ่มความปลอดภัยและความฟินระหว่างทริป
พยายาม เดินทางเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
แจ้งแผนการเดินทางและเวลาคาดว่าจะกลับกับคนใกล้ชิดทุกครั้ง
เคารพธรรมชาติ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนสัตว์ และไม่ทิ้งร่องรอยเลอะเทอะไว้ข้างหลัง
สรุป: การเตรียมตัวดี ทริปไม่พังกลางทาง
การออกเดินทางไกลเข้าป่าหรือขึ้นเขาเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุก ท้าทาย และเติมพลังชีวิตได้แบบสุดๆ แต่ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นความทรงจำดีๆ ได้ ก็อยู่ที่การ เตรียมตัวก่อนออกทริป นี่แหละ
เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม
เลือกเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะกับสภาพพื้นที่
พกอุปกรณ์จำเป็นให้ครบทั้งเรื่องนอน เดิน ส่องสว่าง และปฐมพยาบาล
วางแผนเรื่องอาหาร น้ำ การนำทาง และการสื่อสารให้ดี
เมื่อทุกอย่างพร้อม คุณก็แค่สะพายเป้ ปิดมือถือจากงาน แล้วออกไปให้ธรรมชาติช่วยรีเซ็ตชีวิตได้แบบเต็มๆ

