รีโนเวทบ้านมือสองยังไงให้คุ้มสุด?
การซื้อบ้านมือสองแล้วรีโนเวทกำลังกลายเป็นทางเลือกยอดฮิตของคนยุคนี้ เพราะด้วยงบประมาณเท่ากัน เรามักจะได้พื้นที่มากกว่า ทำเลดีกว่า แถมยังสามารถปรับแต่งให้ตรงสไตล์ชีวิตของตัวเองได้แบบสุดทาง
แต่การซื้อบ้านมือสองมารีโนเวท ไม่ใช่เดินเข้าไปแล้วจิ้มหลังไหนก็ได้ หากเลือกพลาด ค่ารีโนอาจบานปลายจนไม่คุ้มลงทุนก็เป็นได้
หัวใจสำคัญคือ ต้องเลือก “บ้านที่เหมาะจะรีโนเวท” ให้เป็นตั้งแต่แรก ทั้งสำหรับอยู่เอง ขายต่อ หรือนำไปปล่อยเช่า
บ้านมือสองแบบไหน รีโนเวทแล้วปังจริง?
1. บ้านเดี่ยวโครงสร้างดี อายุไม่เกิน 20 ปี
บ้านเดี่ยวที่โครงสร้างยังแข็งแรง ถือเป็นสายลุยรีโนเวทที่คุ้มสุด ๆ เพราะไม่ต้องเทงบไปกับการซ่อมโครงสร้างหลักมากนัก
เราจึงสามารถโฟกัสไปที่งานตกแต่งภายใน ปรับฟังก์ชันห้องให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ขยายครัว ทำห้องทำงาน เพิ่ม Walk-in Closet หรือปรับเป็นบ้านสำหรับทำโฮมออฟฟิศได้สบาย
ข้อดีของบ้านเดี่ยวโครงสร้างดี
ประหยัดค่าซ่อมโครงสร้างหลัก
ปรับเปลี่ยนผังภายในได้ยืดหยุ่นกว่า
รีโนเวทเสร็จแล้วมักเพิ่มมูลค่าได้เยอะ
2. ทาวน์เฮ้าส์ / ทาวน์โฮม ทำเลดี เดินทางง่าย
แม้ตัวบ้านอาจจะดูเก่า แต่ถ้าทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า ห้าง โรงเรียน หรือแหล่งงาน ก็ถือว่าเป็นทรัพย์ที่น่าจับตามองมาก
ซื้อในราคาที่เหมาะสม จากนั้นรีโนเวทให้สวย ทันสมัย ใช้วัสดุที่ทนและดูดี ก็สามารถต่อยอดได้หลายทาง ทั้งการปล่อยเช่า ทำโฮมออฟฟิศ หรือขายต่อทำกำไร
ทาวน์เฮ้าส์ / ทาวน์โฮมทำเลดี โดดเด่นตรงที่
มีดีมานด์ในตลาดต่อเนื่อง
รีโนเวทหน้าบ้านและภายในนิดหน่อย ก็เปลี่ยนลุคได้ทั้งหลัง
เหมาะทั้งซื้ออยู่เองและลงทุนระยะยาว
3. คอนโดมิเนียม Low Rise ราคาไม่แรง
คอนโด Low Rise โครงการเก่า ๆ ที่ราคายังไม่สูงมาก ก็เป็นตัวเลือกที่น่าเล่นไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่เน้นปล่อยเช่าหรือขายต่อแบบทำเลเมืองและใกล้ขนส่งสาธารณะ
การรีโนเวทคอนโดมักเน้นไปที่รายละเอียดภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็น
ปรับการจัดวางพื้นที่ใช้สอย
เปลี่ยนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
ทาสีใหม่ให้ห้องดูสว่างขึ้น
ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเพิ่มฟังก์ชัน
แม้งบรีโนอาจไม่สูงมาก แต่ถ้าวางธีมดี ๆ ห้องก็จะดูแพงขึ้นทันที และแน่นอนว่า ช่วยเพิ่มมูลค่าและโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายขึ้นมาก
เช็กลิสต์ก่อนซื้อบ้านมือสองมารีโนเวท
ก่อนจะโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองสักหลัง อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจจนกว่าจะเช็กครบทุกจุด เพราะสิ่งที่มองข้ามตอนนี้ อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตตอนลงมือรีโนเวทจริงก็ได้
1. เช็กสภาพโครงสร้างให้ละเอียด
เริ่มจากโครงสร้างหลักก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็น
เสา
คาน
พื้น
ผนัง
ให้สังเกตว่ามีรอยร้าว การทรุดตัว หรือความเสียหายที่บ่งบอกถึงปัญหาหนักหรือไม่
หากมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง อาจต้องเตรียมงบซ่อมแซมไว้ค่อนข้างเยอะ บางเคสอาจไม่คุ้มจะรีโนเวทต่อเลยด้วยซ้ำ
2. ระบบประปาและระบบไฟฟ้า
สองระบบนี้มองข้ามไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงทุกวัน
สิ่งที่ควรตรวจสอบ
ท่อน้ำและสุขภัณฑ์ มีอาการรั่วซึมหรือไม่ เปิด-ปิดแล้วทำงานปกติหรือเปล่า
ระบบไฟฟ้า สายไฟเก่า ฉนวนกรอบ หรือเดินสายแบบไม่ปลอดภัยหรือไม่
ตู้ไฟและเบรกเกอร์ อยู่ในสภาพดีหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด
ถ้าต้องเดินระบบใหม่ทั้งหมด ควรบวกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้าไปในแผนงบรีโนเวทตั้งแต่แรก
3. หลังคาและฝ้าเพดาน
ปัญหาน้ำรั่วและความร้อน มักเริ่มจากหลังคาและฝ้าเพดาน
ลองสังเกตให้ดีว่า
หลังคามีกระเบื้องแตก หลุด หรือรอยรั่วหรือไม่
ความร้อนสะสมบนชั้นบนมากเกินไปหรือเปล่า
ฝ้าเพดานมีคราบน้ำ รอยบวม หรือร่องรอยปลวกและแมลงหรือไม่
จุดนี้หากต้องแก้ไข อาจต้องเปิดฝ้าหรือซ่อมหลังคาบางส่วน ซึ่งควรประเมินงบเผื่อไว้ด้วย
4. ประตูและหน้าต่าง
ประตูหน้าต่างที่ดี ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ต้องใช้งานได้ลื่นไหลและปลอดภัย
ลองทดสอบ
เปิด–ปิดทุกบาน ว่าติดขัดหรือฝืดหรือไม่
มีการผุ พัง บวม หรือกรอบเสื่อมหรือเปล่า
ต้องเปลี่ยนวงกบใหม่ทั้งชุด หรือแค่ปรับแต่งและทำสีเพิ่มเติมก็พอ
การเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ทั้งหลัง มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่หลายคนคิด อย่าลืมคิดเข้าไปในงบด้วย
5. สภาพพื้นบ้าน
พื้นบ้านเป็นพื้นที่ที่ใช้งานทุกวัน จึงควรเช็กให้ละเอียด
ดูว่า
มีรอยทรุดหรือไม่
กระเบื้องร่อน แตก หรือหลุดหรือเปล่า
จำเป็นต้องรื้อปูใหม่ทั้งพื้นที่ หรือซ่อมเฉพาะจุดได้
การปูพื้นใหม่ทั้งหลัง จะกระทบการใช้งานในช่วงรีโนเวท และกินงบไม่น้อย ควรตัดสินใจให้ชัดตั้งแต่ตอนประเมินบ้าน
6. สภาพผนังภายในและภายนอก
ผนังที่ดูเก่า ไม่ได้หมายความว่าต้องทุบเสมอไป แต่ต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือปัญหาที่ผิว และอะไรคือปัญหาที่โครงสร้าง
สิ่งที่ควรดูมีทั้ง
รอยร้าวบนผนัง
คราบชื้นหรือน้ำซึม
สีลอก หลุด หรือซีดจนต้องทาใหม่ทั้งหลัง
หากเป็นเพียงเรื่องสีและรอยเล็กน้อย การทาสีใหม่จะช่วยให้บ้านดูเหมือนเปลี่ยนมือทันที แต่ถ้าเป็นรอยร้าวลึกหรือชื้นจากระบบท่อ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจ
วางแผนรีโนเวทให้คุ้ม ตั้งแต่วันแรกที่คิดจะซื้อ
การรีโนเวทบ้านมือสองให้คุ้ม ไม่ได้เริ่มต้นตอนลงมือทุบหรือทาสี แต่เริ่มตั้งแต่
เลือก “บ้านที่เหมาะจะรีโนเวท” ให้ถูกหลัง
กำหนดงบประมาณให้ชัดเจน มีงบเผื่อส่วนเกินเอาไว้เสมอ
เลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ มีผลงานให้ดู และทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ศึกษาข้อมูลวัสดุและอุปกรณ์ที่จะใช้ เพื่อคุมคุณภาพและงบไปพร้อมกัน
ถ้าวางแผนดี ประเมินสภาพบ้านรอบด้าน แล้วลงมือรีโนเวทอย่างเป็นขั้นตอน คุณจะได้บ้านมือสองที่ถูกแปลงโฉมให้สวยตรงใจ ใช้งานลงตัว และที่สำคัญคือ คุ้มค่ากับทุกบาทที่ลงทุนไปจริง ๆ

