รับแอปรับแอป

สหรัฐเปิดศึกใหญ่ล่าแก๊งสแกมคริปโตในอาเซียน ตั้งทีมพิเศษไล่บี้ถึงโครงสร้างเบื้องหลัง

กัญญารัตน์ อินทร์01-30

ศูนย์สแกมไม่รอดแล้ว! สหรัฐตั้งทีมล่าข้ามชาติ

สหรัฐเดินเกมหนัก ตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการปราบสแกม” แบบเฉพาะกิจ รวบหลายหน่วยงานมาร่วมกันลุย จัดการเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติที่ตั้งฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ในชื่อ “Scam Center Strike Force” หรือหน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวง โดยมีเป้าหมายหลักคือจัดการขบวนการฉ้อโกงการลงทุนคริปโตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แก๊งสแกมดูดเงินหมื่นล้านดอลลาร์ จากคนอเมริกัน

หน่วยปฏิบัติการใหม่นี้ถูกออกแบบให้เป็นทีมพิเศษที่ดึงหลายหน่วยงานมาทำงานร่วมกัน โดยมีภารกิจชัดเจนคือ สืบสวน ขัดขวาง และดำเนินคดี กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ หรือกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งหลาย

ตัวเลขความเสียหายที่ประเมินได้ถือว่าน่าตกใจ เพราะมีการคาดว่าชาวอเมริกันถูกหลอกไปแล้วเกือบ 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราว 322,900 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาชญากรรมลักษณะนี้ไม่ได้เป็นแค่คดีรายย่อย แต่กลายเป็น “อุตสาหกรรมมืด” เต็มรูปแบบ

ฐานปฏิบัติการในอาเซียน เงินสกปรกหมุนระดับจีดีพี

รายงานชี้ว่า เครือข่ายอาชญากรเหล่านี้มักวางแผนและดำเนินการจากหลายพื้นที่ใน กัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยรายได้จากการฉ้อโกงในบางโซน อาจสูงจนเกือบเทียบเท่าครึ่งหนึ่งของจีดีพีในพื้นที่นั้นเลยทีเดียว

เหยื่อในสหรัฐจำนวนมากถูกล่อให้โอนเงินเข้าสู่เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันลงทุนคริปโตปลอม ซึ่งมักอ้างตัวว่าถูกโฮสต์โดยบริษัทในสหรัฐเอง ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ก่อนที่เงินทั้งหมดจะถูกโอนไปฟอกในต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายการเงินที่สลับซับซ้อน

ปราบสแกมไม่ใช่แค่จับคน แต่ต้องรื้อโครงสร้าง

แนวทางทำงานของหน่วยปฏิบัติการใหม่นี้ ไม่ได้โฟกัสเพียงตัวสแกมเมอร์ปลายทาง แต่เลือกยิงตรงไปที่ “โครงสร้างพื้นฐาน” ในสหรัฐที่เอื้อให้การหลอกลวงเติบโต

เป้าหมายสำคัญ ได้แก่

  • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ถูกใช้เป็นช่องทางเชื่อมต่อไปยังศูนย์สแกมในต่างประเทศ

  • บัญชีโซเชียลมีเดียที่กลุ่มหลอกลวงใช้เป็นเครื่องมือเข้าถึงเหยื่อ

  • แพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลที่เอื้อให้เว็บปลอมและแอปปลอมทำงานได้อย่างแนบเนียน

นอกจากการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายแล้ว หน่วยงานนี้ยังเตรียม ร่วมมือกับบริษัทเอกชนในสหรัฐ เพื่อช่วยตัดเส้นทางการเข้าถึงศูนย์สแกมที่ตั้งอยู่นอกประเทศ ลดโอกาสที่เหยื่อจะถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทีมเฉพาะกิจที่รวมขุมพลังจากหลายหน่วยงานหลัก

คณะทำงานเฉพาะกิจครั้งนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะรวมเอาหน่วยงานสำคัญของสหรัฐหลายแห่งมาร่วมมือกัน ได้แก่

  • สำนักงานอัยการในเขตโคลัมเบีย

  • กองอาชญากรรมของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ

  • สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ)

  • สำนักงานภารกิจลับ (Secret Service)

การดึงทุกหน่วยมารวมตัวกันในรูปแบบ “Strike Force” สะท้อนชัดว่า สหรัฐมองภัยสแกมออนไลน์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไม่ใช่แค่คดีฉ้อโกงธรรมดาอีกต่อไป

สรุป: เมื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของสงครามสแกม

การตั้งหน่วยปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการหลอกลวงครั้งนี้ ไม่ได้กระทบแค่ฝั่งสหรัฐ แต่ยังส่งสัญญาณแรงไปถึงหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกม

ในโลกที่เงินดิจิทัล ทราฟฟิกออนไลน์ และตัวตนบนโซเชียลกลายเป็นทรัพย์สินมีค่า สงครามครั้งใหม่จึงไม่ได้รบกันด้วยอาวุธ แต่รบกันด้วยข้อมูล กฎหมาย และเทคโนโลยี

ใครที่ยังคิดว่า “สแกมออนไลน์ก็แค่เรื่องไกลตัว” อาจต้องคิดใหม่ เพราะจากนี้เป็นต้นไป การไล่ล่าแก๊งสแกมในอาเซียนจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้