ดิจอง เมืองเล็กที่เสน่ห์ไม่เล็ก
ดิจอง (Dijon) เมืองสำคัญในแคว้น บูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต (Bourgogne-Franche-Comté) ทางตะวันออกของฝรั่งเศส อาจไม่ได้ใหญ่โตครึกครื้นเท่าเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ แต่กลับเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์แบบเมืองยุคกลางที่ยังมีลมหายใจ
ที่นี่คือดินแดนที่ประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร และไวน์มาบรรจบกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ พระราชวังดยุกแห่งบูร์กอญ (Palais des Ducs de Bourgogne) ถนนสายเก่าที่เรียงรายด้วยบ้านไม้ครึ่งปูนสุดคลาสสิก โบสถ์เก่าแก่ ไปจนถึงอาหารและไวน์ที่ทำให้ชื่อของเบอร์กันดีโด่งดังไปทั่วโลก

เมื่อพูดถึงดิจอง หลายคนจะนึกถึงแค่มัสตาร์ดชื่อดัง แต่หากได้ลองออกเดินสำรวจจริงๆ จะรู้เลยว่า ดิจองคือหัวใจของเบอร์กันดีในแบบที่ต้องมาเห็นด้วยตัวเอง
เดินตามนกฮูก เปิดแผนที่ลับเมืองเก่า
หนึ่งในวิธีทำความรู้จักดิจองที่สนุกและได้บรรยากาศที่สุด คือเดินตาม “เส้นทางนกฮูก” หรือ Parcours de la Chouette เส้นทางเดินเท้าที่คอยพานักเดินทางไปรู้จักเมืองเก่าแบบเป็นขั้นเป็นตอน
มองหาสัญลักษณ์รูปนกฮูกบนแผ่นป้ายทองเหลืองที่ฝังอยู่บนพื้นทางเท้า แผ่นเล็กๆ เหล่านี้จะนำทางคุณไปยังจุดสำคัญกว่า 22 แห่งในเขตเมืองเก่า ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO

เส้นทางนี้จะพาคุณลัดเลาะไปตามถนนหินกรวดแคบๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านไม้ครึ่งฝา (Half-timbered houses) สีสันน่ารักสไตล์ยุโรปเก่า และคฤหาสน์เก่าแก่ที่ยังคงความสง่างามราวกับเวลาหยุดเดิน

จุดไฮไลต์สำคัญบนเส้นทางนี้คือ โบสถ์นอเทรอดามแห่งดิจอง (Notre-Dame de Dijon) ที่ภายนอกดูเป็นโบสถ์โกธิกสุดขรึม แต่ซ่อนรายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักเอาไว้ นั่นคือรูปสลักนกฮูกตัวจิ๋วที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ตามธรรมเนียม ผู้คนเชื่อกันว่าหากใช้มือซ้ายลูบไปที่ตัวนกฮูกพร้อมอธิษฐาน สิ่งดีๆ จะตามมาในไม่ช้า เป็นความเชื่อเล็กๆ แต่น่าลองทำให้ทริปนี้พิเศษขึ้นอีกนิด

หัวใจของเมือง: จัตุรัส ปราสาท และวิวบนยอดหอคอย
เดินตามเส้นทางนกฮูกไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึงศูนย์กลางของดิจอง นั่นคือ จัตุรัสแห่งการปลดปล่อย (Place de la Libération)
จัตุรัสทรงครึ่งวงกลมสุดโดดเด่น ล้อมรอบด้วยตึกสวยแบบคลาสสิก
เป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวใช้เป็นจุดนัดพบ
ด้านหนึ่งของจัตุรัสคือความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังดยุกแห่งเบอร์กันดี (Palace of the Dukes of Burgundy) อดีตศูนย์กลางอำนาจของดยุกแห่งเบอร์กันดีที่เคยรุ่งเรืองอย่างมากในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนถูกใช้เป็นศาลากลางเมือง และอีกส่วนหนึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ (Musée des Beaux-Arts) ที่จัดแสดงผลงานศิลปะให้ชมแบบจุใจ

ถ้าอยากเห็นดิจองในมุมมองแบบนกบิน แนะนำให้ลองปีนขึ้นไปบน หอคอยฟิลิปเดอะกู๊ด (Tour Philippe le Bon) เตรียมแรงขาให้พร้อมกับบันได 316 ขั้น ที่อาจทำให้หอบเล็กน้อย แต่เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน ทิวทัศน์แบบพาโนรามาของหลังคากระเบื้องลายสวยและเมืองเก่าทั้งเมืองจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุ้มทุกแรง
ดิจองจากมุมสูงคืออีกเมืองหนึ่งเลยจริงๆ
เช้าเดินตลาด กลางวันชิมเมนูคลาสสิก
มาดิจองแล้วห้ามพลาดเรื่องกินแบบเด็ดขาด เพราะนี่คือหัวใจของวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยแท้ โดยเฉพาะถ้าเริ่มต้นวันด้วยการไปตลาดสด Les Halles คุณจะได้เห็นวิถีชีวิตคนเมืองนี้แบบใกล้ชิด
ตลาด Les Halles แห่งนี้ออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล (ผู้ออกแบบหอไอเฟลที่ปารีส) อาคารเหล็กและกระจกดูคลาสสิกแต่ยังเต็มไปด้วยชีวิตชีวาในทุกเช้า

ภายในตลาดคุณจะพบกับ
วัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มรอบๆ เมือง
ชีสจากแคว้นต่างๆ ที่เรียงรายจนเลือกไม่ถูก
ไส้กรอกและของแปรรูปสไตล์ฝรั่งเศสที่หอมชวนหิว
มัสตาร์ดดิจองหลากหลายสูตรให้เลือกซื้อกลับบ้าน
สำหรับสายกิน ดิจองคือสวนสนุกชัดๆ
พอถึงเวลาอาหาร อย่าลืมสั่งเมนูท้องถิ่นแบบคลาสสิกที่เกิดจากการจับคู่ระหว่างวัตถุดิบชั้นดีและไวน์เบอร์กันดี
เบิฟ บูร์กิญง (Bœuf Bourguignon) เนื้อวัวตุ๋นกับไวน์แดง เคี่ยวนานจนเนื้อนุ่มละลายในปาก รสเข้มข้นแบบอบอุ่นหัวใจ
ก๊อกโอแว็ง (Coq au Vin) เมนูไก่ตุ๋นไวน์แดงที่หอม ละมุน และเต็มไปด้วยรสชาติแบบฝรั่งเศสแท้ๆ
ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสัญลักษณ์อย่าง กีร์ (Kir) ค็อกเทลเรียกน้ำย่อยที่ผสมระหว่างไวน์ขาวกับ แครมเดอกาซี (Crème de Cassis) เหล้าแบล็คเคอร์แรนท์หอมหวาน



ทุกคำที่ได้ชิมคือการสัมผัสวิถีเบอร์กันดีผ่านรสชาติอย่างแท้จริง
ดิจอง: ประตูหน้าเส้นทางไวน์เบอร์กันดี
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ดิจองพิเศษสำหรับคนรักไวน์คือ เมืองนี้คือจุดตั้งต้นของ เส้นทางไวน์เบอร์กันดี (Route des Grands Crus) หนึ่งในเส้นทางไวน์ที่โด่งดังที่สุดในโลก
จากดิจอง คุณสามารถ
ขับรถเลาะไปตามแนวไร่องุ่นที่ทอดยาวไปสุดสายตา
แวะชิมไวน์จากโรงบ่มต่างๆ ที่แต่ละแห่งต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สัมผัสบรรยากาศหมู่บ้านไวน์เล็กๆ ที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า

สำหรับคอไวน์ การได้เริ่มต้นทริปจากดิจองแล้วค่อยไล่ลงไปตามหมู่บ้านไวน์ต่างๆ คือประสบการณ์ที่ทั้งโรแมนติกและลึกซึ้งในแบบที่แค่ดื่มไวน์ในเมืองใหญ่ไม่มีวันให้ได้
เมืองที่ต้องใช้หัวใจเดิน ไม่ใช่แค่กล้องถ่ายรูป
ดิจองอาจไม่ใช่เมืองที่มาพร้อมตึกระฟ้า ร้านหรู หรือแสงสีจ้าตลอดคืน แต่สิ่งที่เมืองนี้มีคือ ความลุ่มลึกและบรรยากาศที่ค่อยๆ ตกตะกอนอยู่ในความทรงจำ
ทุกย่างก้าวบนถนนหินกรวดคือการเดินย้อนเวลาไปหายุคกลาง ทุกอาคารเก่าแก่คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ และทุกมื้ออาหารคือการทำความรู้จักจิตวิญญาณของเบอร์กันดีผ่านรสชาติ
ถ้าคุณกำลังมองหาจุดหมายที่
รวม ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ไว้ในเมืองเดียว
มี อาหารและไวน์ เป็นภาษากลางที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน
ไม่วุ่นวายจนอึดอัด แต่ก็ไม่เงียบจนเหงา
ดิจองคือคำตอบที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลงทางอย่างตั้งใจในดินแดนของมัสตาร์ดและไวน์เบอร์กันดี
แล้วคุณจะรู้ว่า ดิจองไม่ได้มีดีแค่มัสตาร์ดจริงๆ

