รับแอปรับแอป

ก้าวกระโดดวงการแพทย์ไทย! เปิดยุคใหม่หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชียงใหม่

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วทอง01-30

เปิดฉากยุคใหม่ของการผ่าตัดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัว ศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบใหม่ New Chapter of Med CMU Robotic Surgery Center ศูนย์แรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการแพทย์ล้ำสมัย ยกระดับระบบบริการสุขภาพให้ตอบโจทย์ผู้ป่วยยุคใหม่ ทั้งความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และการฟื้นตัวที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

แนวคิดของศูนย์ฯ คือการยกระดับบริการรักษาพยาบาลให้ ทันสมัย หลากหลาย และเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์: Technology for All เชื่อมเทคโนโลยีสู่ทุกคน

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. อธิบายว่า การพัฒนาศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ปี 2568–2571 ที่ตั้งเป้าให้คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็น “โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ” โดยมีแกนสำคัญคือ นวัตกรรม การเข้าถึง และความยั่งยืนด้านสุขภาวะ

เป้าหมายหลักของการพัฒนาระบบบริการ ได้แก่

  • ขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

  • พัฒนาคุณภาพการรักษาให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ

  • สร้างระบบบริการที่ประชาชนเชื่อมั่นและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

  • ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษา

แนวคิดสำคัญคือ “Technology for all” เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษายุคใหม่ได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่ม

ศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือใหม่ แต่คือการ “เปิดบทใหม่” ของระบบสุขภาพไทยในยุคที่การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทำความรู้จักระบบหุ่นยนต์ผ่าตัดรุ่นใหม่: ยืดหยุ่น แม่นยำ เป็นมิตรกับหมอและผู้ป่วย

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดระบบใหม่ของ มช. ถูกออกแบบบนแนวคิด Modular Platform หรือแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่สามารถปรับใช้กับการผ่าตัดในหลายอวัยวะภายในร่างกายได้อย่างยืดหยุ่น

จุดเด่นของระบบนี้ ได้แก่

  • แขนกลเลียนแบบการหมุนข้อมือมนุษย์ แต่ให้องศาการเคลื่อนไหวที่มากกว่า ช่วยให้ผ่าตัดในตำแหน่งลึกและซับซ้อนได้สะดวกขึ้น

  • คอนโซลควบคุมแบบเปิด ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถควบคุมได้นานโดยไม่เมื่อยล้า

  • ระบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ ความคมชัดสูง ทั้งศัลยแพทย์และผู้สังเกตการณ์สามารถมองเห็นภาพเดียวกันและสื่อสารร่วมกันได้ตลอดการผ่าตัด

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ

  • การเข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดที่ยากเป็นไปได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น

  • ลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

  • ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

หุ่นยนต์ผ่าตัดดีกว่ายังไง? เจาะรายละเอียดข้อดีที่เปลี่ยนเกม

ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ) นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะแพทยศาสตร์ มช. ชี้ให้เห็นว่า หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดไม่ใช่แค่ “ไฮเทค” แต่ เปลี่ยนประสบการณ์การรักษาของผู้ป่วยแบบจับต้องได้จริง

ข้อดีสำคัญของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ได้แก่

  • ปลายแขนกลของหุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ดีกว่ามือมนุษย์ ลดข้อจำกัดของสรีระคน

  • ระบบขยายภาพพร้อม มุมมองสามมิติความละเอียดสูง ทำให้มองเห็นอวัยวะและโครงสร้างภายในได้ชัดเจนมากขึ้น

  • การมองเห็นที่ชัดและการเคลื่อนไหวที่นิ่งและแม่นยำ ทำให้คุณภาพการผ่าตัดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ลดการสูญเสียเลือดระหว่างผ่าตัด เนื่องจากแผลขนาดเล็กและการควบคุมที่แม่นยำ

  • ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแผลแบบดั้งเดิม และมีโอกาสติดเชื้อน้อยลง

  • ระยะเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นลง กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม ระบบหุ่นยนต์ที่ล้ำสมัยย่อมต้องการ ทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ทั้งการซ้อมในสภาวะจำลอง (Simulation) การผ่าตัดใน animal model หรือ cadaveric lab ก่อนจะนำไปสู่การรักษาผู้ป่วยจริง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด

ใช้ได้หลายสาขา ไม่ใช่แค่การผ่าตัดแบบเดียว

คณะแพทยศาสตร์ มช. วางแผนใช้ระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ครอบคลุมหลายสาขา ไม่ได้จำกัดแค่โรคใดโรคหนึ่ง โดยมีแผนขยายการใช้ในหลายระบบสำคัญของร่างกาย เช่น

  • ระบบทางเดินปัสสาวะ

  • ระบบตับและตับอ่อน

  • ระบบลำไส้

  • ระบบทางเดินอาหารส่วนบน

  • ระบบนรีเวช

  • ระบบช่องอก

เทรนด์โลกมาแล้ว ไทยจะตามทันไหม? ดูจากสถิติก็รู้คำตอบ

ทั่วโลก การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทุกปี และประเทศไทยเองก็ขยับตามเทรนด์นี้อย่างชัดเจน โดยในปีที่ผ่านมา จำนวนการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ในไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 47 จากปีก่อนหน้า

โรคที่ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมากที่สุดในปัจจุบันคือ โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่ต้องการทั้งความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูงในการผ่าตัด

ตั้งแต่เริ่มติดตั้งหุ่นยนต์ระบบโมดูลาร์ และทำการผ่าตัดผู้ป่วยรายแรกในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะนี้มีการผ่าตัดไปแล้วทั้งสิ้น 16 ราย แบ่งเป็น

  • ผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก 11 ราย

  • ผู้ป่วยมะเร็งท่อไต 1 ราย

  • ผู้ป่วยโรคในระบบตับอ่อน 4 ราย

ผลลัพธ์ที่น่าจับตาคือ ผู้ป่วยทุกรายมีผลการรักษาที่ดี และไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์

บทสรุป: จากเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาค

การเปิดตัวศูนย์หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดของคณะแพทยศาสตร์ มช. ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเครื่องมือแพทย์ไฮเทค แต่คือการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางการแพทย์ระดับนานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้วยแนวคิด เทคโนโลยีเพื่อทุกคน (Technology for all) ระบบหุ่นยนต์ที่ล้ำสมัย และทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างจริงจัง ศูนย์แห่งนี้กำลังเขียน “บทใหม่” ให้กับมาตรฐานการผ่าตัดของไทย ที่ทั้งแม่นยำยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และเป็นมิตรกับผู้ป่วยมากกว่าเดิม