รับแอปรับแอป

บ้านมือสองทะลักตลาด 210% สัญญาณหนี้ครัวเรือน หรือโอกาสของสายล่าของดี?

ปกรณ์ ศรีสุวรรณ01-30

บ้านที่เคยหวง วันนี้ต้องยอมให้โดนยึด

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะโหดแค่ไหน คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังพยายามรักษา “บ้าน” เอาไว้เป็นสมบัติก้อนสุดท้าย

แต่ตอนนี้ภาพที่เห็นกลับตรงกันข้าม เมื่อบ้านจำนวนมหาศาลไหลเข้าตลาดการขายทอดตลาด เพราะเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อย ผ่อนไม่ไหว หนี้ท่วมตัว ต้องยอมให้โดนยึด

ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สะท้อนภาพตลาดได้ชัดเจนว่า

จำนวนประกาศขาย “บ้านมือสอง” เพิ่มขึ้นถึง 34.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

กรมบังคับคดี ขึ้นแท่นแชมป์ปล่อยขายบ้านพุ่ง 210%

ในบรรดาช่องทางประกาศขายบ้านมือสอง ช่องที่พุ่งแรงสุดแบบแซงทุกโค้งคือ “กรมบังคับคดี”

  • จำนวนหน่วยประกาศขายเพิ่มขึ้น 210%

  • มูลค่าทรัพย์สินที่ประกาศขายเพิ่มขึ้น 213%

แม้ในภาพรวมแล้วประกาศขายจากบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จะมีจำนวนหน่วยมากกว่าเล็กน้อย อยู่ที่ 68,834 หน่วย

แต่ฝั่ง กรมบังคับคดี เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีประกาศขาย มากถึง 67,641 หน่วย ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

REIC วิเคราะห์ว่า ภาพนี้เกิดจากปัญหา หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง หลายครอบครัวเริ่มรับภาระผ่อนบ้านไม่ไหว ต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี หรือในภาษาชาวบ้านคือ “โดนยึดบ้านแล้วเอาออกมาขายทอดตลาด”

ถ้ามองที่มูลค่ารวมจะเห็นความต่างชัดเจน ประกาศขายจากบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่ารวมสูงถึง 508,179 ล้านบาท

แต่ฝั่งทรัพย์ของ กรมบังคับคดี มีมูลค่าอยู่ที่เพียง 120,301 ล้านบาท เท่านั้น

สาเหตุสำคัญเพราะบ้านที่กรมบังคับคดีนำออกขายส่วนใหญ่เป็น บ้านราคาต่ำถึงปานกลาง โดยกลุ่มที่เห็นชัดคือ

  • บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

  • บ้านราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาท

สองช่วงราคานี้ ส่วนใหญ่เป็นประกาศจากกรมบังคับคดี แทบทั้งนั้น

บ้านแบบไหนถูกเทขายมากที่สุด?

ถ้ามองทั้งตลาดอสังหาฯ มือสอง ภาพรวมประเภททรัพย์ที่ถูกประกาศขายมากที่สุดเรียงลำดับได้แบบชัดเจนว่า

  • บ้านเดี่ยว 44.1%

  • ทาวน์เฮาส์ 30.1%

  • ห้องชุด (คอนโด) 21.1%

  • อาคารพาณิชย์ 2.9%

  • บ้านแฝด 1.7%

ด้าน ช่วงราคา ที่มีการประกาศขายหนาแน่นที่สุด คือกลุ่มบ้านราคาต่ำถึงกลาง โดยมีสัดส่วนดังนี้

  • ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท: 82.4%

  • ราคา 1.01 – 1.50 ล้านบาท: 57%

  • ราคา 1.51 – 2.00 ล้านบาท: 33.1%

  • ราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท: 24.3%

  • ราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท: 12.7%

  • ราคา 5.01 – 7.50 ล้านบาท: 7.8%

  • ราคา 7.5 ล้านบาทขึ้นไป: 14%

จะเห็นได้ชัดว่า กลุ่มราคาต่ำกว่า 2–3 ล้านบาท คือโซนที่มีสินค้าออกมาจำนวนมาก เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก หรืออยากขยับจากเช่าไปเป็นเจ้าของ

ในมุม ทำเล 10 พื้นที่ที่มีประกาศขายบ้านมากที่สุด ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร

  • นนทบุรี

  • สมุทรปราการ

  • ชลบุรี

  • เชียงใหม่

  • ปทุมธานี

  • ภูเก็ต

  • สุราษฎร์ธานี

  • นครปฐม

  • ระยอง

ซึ่งส่วนใหญ่คือจังหวัดศูนย์กลางเศรษฐกิจและจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ สะท้อนว่าแม้เป็นทรัพย์บังคับคดี แต่หลายทำเลก็ยังถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่มองหาโอกาสลงทุนหรือซื้ออยู่เอง

การโอนบ้านมือสองเริ่มขยับ คนยังมองหาของดีราคาจับต้องได้

ด้านฝั่ง การโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง ภาพรวมเมื่อเทียบกับปีก่อนถือว่าชะลอตัว

แต่ถ้าเทียบกับไตรมาสก่อนกลับเริ่มเห็นการเติบโตดีขึ้น สอดคล้องกับการ ปรับเงื่อนไขการจดจำนอง และ การลดลงของอัตราดอกเบี้ย ที่ช่วยผ่อนแรงกดดันของผู้กู้ลงเล็กน้อย

ประเภทบ้านที่มีการโอนมากที่สุดยังคงเป็น “บ้านเดี่ยว” ส่วนช่วงราคาที่มีการโอนสูงสุดคือ “ต่ำกว่า 1 ล้านบาท”

นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าคนจำนวนมากกำลังมองหา บ้านที่ราคาเอื้อมถึงจริง ไม่ได้เน้นหรู แต่เน้นอยู่ได้จริงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างบ้านราคา ไม่เกิน 7.5 ล้านบาท กับ เกิน 7.5 ล้านบาท จะพบว่า

  • บ้านราคาเกิน 7.5 ล้าน: จำนวนและมูลค่าประกาศลดลง

สะท้อนว่าบ้านกลุ่มราคานี้มี ดีมานด์รองรับอยู่พอสมควร ทำเลส่วนใหญ่ดี และราคาที่ประกาศขายยัง ต่ำกว่าราคาตลาดปกติ ทำให้ถูกดูดซับออกจากตลาดเรื่อยๆ

บ้านมือสอง: สินทรัพย์ของคนล้ม หรือโอกาสของคนพร้อม?

ในอีกด้านหนึ่ง แม้จะเป็นภาพที่สะท้อนความลำบากของเจ้าของเดิม แต่สำหรับคนที่ยังพอมีสภาพคล่องอยู่ในมือ “บ้านมือสอง” กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในตอนนี้

เพราะอะไร?

  • ได้ทำเลใกล้เคียงหรือ ทำเลเดียวกับโครงการบ้านใหม่

  • แต่ได้ใน ราคาที่ถูกกว่าชัดเจน

  • มีตัวเลือกหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโด

  • ในหลายกรณี สามารถรีโนเวตเพิ่มมูลค่าได้อีก

ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ การเติบโตของตลาดบ้านใหม่อาจสะดุด แต่การมี บ้านมือสอง อยู่ในระบบจำนวนมาก กลับกลายเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ การโอนกรรมสิทธิ์บ้านและที่อยู่อาศัยไม่หดตัวรุนแรงจนเกินไป

สรุปง่ายๆ:

  • สำหรับเจ้าของบ้านบางคน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องจำใจปล่อยของรัก เพราะหนี้ล้นมือ

  • แต่สำหรับคนที่ยังพอมีเงินในกระเป๋า นี่อาจเป็นจังหวะทองในการเลือกซื้อบ้านมือสอง ในทำเลดี ราคาย่อมเยา กดต่ำกว่าบ้านใหม่แบบมีช่องว่างให้เล่นต่อ

สุดท้ายแล้ว ตลาดบ้านมือสองวันนี้จึงไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนปัญหาหนี้ครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็น สนามของนักล่าบ้านมือสอง ที่มองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤติด้วยเช่นกัน