เปิดตำนาน Tour du Mont Blanc เส้นทางในฝันของสายเดินป่า
ถ้าคุณคือสายเดินป่า ตัวจริงเรื่องธรรมชาติ ชื่อ Tour du Mont Blanc (TMB) ต้องเคยผ่านหูแน่นอน เพราะนี่คือหนึ่งในเส้นทางเดินเท้าที่สวยและครบเครื่องที่สุดในยุโรป
เส้นทางวงกลมแห่งนี้ยาวราว 170 กม. (ประมาณ 105 ไมล์) ล้อมรอบยอดเขา Mont Blanc ตัดผ่าน 3 ประเทศในทริปเดียว คือ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี เต็มไปด้วยวิวภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า และหมู่บ้านเล็กๆ สุดอบอุ่น
ที่สำคัญคือ แม้จะดูอลังการ แต่ระดับความยากของ TMB ถูกจัดว่า ปานกลางถึงท้าทาย ไม่จำเป็นต้องเป็นนักปีนเขามืออาชีพ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ปีนหน้าผาขั้นโหด แต่ต้องฟิตและเตรียมพร้อมดีพอ
ที่นี่ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินสวยๆ เพราะสภาพอากาศบน Mont Blanc นั้นขึ้นชื่อเรื่องความหฤโหด ตั้งแต่ลมแรงจัดจนเดินแทบไม่ไหว ไปจนถึงเคสที่ต้องอพยพฉุกเฉินทางเฮลิคอปเตอร์ ดังนั้น การเตรียมตัวล่วงหน้า คือกุญแจหลักของทริปในฝันไม่ให้กลายเป็นทริปพัง
รู้จัก Mont Blanc และ Tour du Mont Blanc ให้ลึกขึ้นอีกนิด
เส้นทาง Tour du Mont Blanc เป็นเส้นทางวงกลมที่พาเราเดินอ้อมรอบยอดเขาที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของยุโรปตะวันตก นี่คือข้อมูลสำคัญที่สายจริงจังควรรู้:
ระยะทางรวมของ TMB: ประมาณ 170 กม.
ความสูงของยอด Mont Blanc: ราว 4,809 เมตร
จุดสูงสุดบนเส้นทางเดิน TMB: ประมาณ 2,526 เมตร (บริเวณ Col des Fours)
เวลาเดินมาตรฐาน: ส่วนใหญ่ใช้กันราว 7–11 วัน ขึ้นอยู่กับความฟิต เส้นทางย่อยที่เลือก และสไตล์การเดิน
ระดับความยาก: ตั้งแต่ ปานกลางจนถึงท้าทาย เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์เดินเขาระดับหนึ่งแล้ว
จุดเริ่มต้นยอดฮิต: มักเริ่มที่ Les Houches หรือ Chamonix (ฝรั่งเศส) ซึ่งเดินทางง่ายจากเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
จุดสิ้นสุด: ส่วนมากจะจบที่จุดเดียวกับที่เริ่ม แต่ก็สามารถออกแบบให้จบที่ Courmayeur (อิตาลี) หรือ Champex-Lac (สวิตเซอร์แลนด์) ได้
ความปลอดภัย: เส้นทางนี้มีชื่อเสียงเรื่องความปลอดภัย แต่ก็มีเคสอุบัติเหตุและการเสียชีวิตจาก สภาพอากาศบนภูเขาที่ผันผวนและภูมิประเทศที่โหดกว่าที่คิด
ช่วงเวลาไหนคือ “โกลด์เดนซีซั่น” ของ Mont Blanc?
การเลือกเวลาไป Mont Blanc สำคัญพอๆ กับการเลือกเส้นทางเลยทีเดียว
ช่วงที่เหมาะที่สุดของปี สำหรับการเดินป่าหรือปีนเขาแถว Mont Blanc คือ มิถุนายน–กันยายน โดยเฉพาะ เดือนสิงหาคม ที่มักจะแห้งที่สุด หิมะน้อยที่สุด เดินง่ายขึ้น แต่ต้องแลกด้วย จำนวนนักท่องเที่ยวที่เยอะที่สุดของปี เช่นกัน
ถ้าไม่อยากเบียดคน อยากได้ความเงียบสงบมากขึ้น หลายคนจึงเลือกไปช่วง:
ปลายมิถุนายน–ต้นกรกฎาคม หรือ
ต้น–กลางกันยายน
จะได้ทั้งสภาพอากาศที่ยังพอเดินสบาย และคนบางตาลงพอสมควร
สภาพอากาศ Mont Blanc แบบคร่าวๆ
หน้าร้อน: คือซีซั่นหลักของการเดิน TMB เพราะ กระท่อมบนภูเขา (mountain huts) และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เปิดครบ เส้นทางส่วนใหญ่ปลอดหิมะ เดินง่ายกว่าหน้าหนาว และสามารถแพลนระยะทางต่อวันได้แบบคาดเดาได้มากขึ้น
หน้าหนาว: ไม่เหมาะกับการเดิน TMB แบบเน้นเดินเท้าเลย เพราะต้องรับมือกับ
อุณหภูมิอาจดิ่งลงได้ถึง -30°C
หิมะหนาแน่น
ความเสี่ยงหิมะถล่มสูง
ลมระดับพายุและหิมะตกหนักที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
สรุปง่ายๆ: ถ้าไปเพื่อเดินเขา เล็งหน้าร้อนเกือบจะเป็นคำตอบเดียว
จุดที่ควรรู้ชื่อไว้:
Chamonix Mont Blanc คือหนึ่งในรีสอร์ตสกีและเมืองฐานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางนี้ ตั้งอยู่เชิงเขา Mont Blanc ฝั่งฝรั่งเศส ที่นี่คือจุดตั้งหลักที่ดีทั้งสำหรับการเริ่มทริป TMB หาที่พัก กินข้าว ช้อปของเดินป่า ไปจนถึงลองเล่นสกีแม้จะเป็นหน้าร้อนก็ตาม
เส้นทางเดิน TMB มีแบบไหนให้เลือกบ้าง?
เสน่ห์ของ Tour du Mont Blanc คือ มีตัวเลือกเส้นทางเยอะมาก ปรับได้ตามเวลาและความฟิตของแต่ละคน ตั้งแต่สายโหดเดินเต็มวง ไปจนถึงสายว่างน้อยที่อยากเดินแค่บางช่วง
เส้นทางคลาสสิกรอบ Mont Blanc
เส้นทางยอดนิยมที่สุดคือ วงกลมคลาสสิก ที่มักเริ่มจากเมือง Les Houches (ฝรั่งเศส) แล้วเดินวน ทวนเข็มนาฬิกา รอบภูเขา
ภาพรวมของสายคลาสสิก:
ระยะทาง: ราว 170 กม.
ระยะเวลา: ประมาณ 7–11 วัน แล้วแต่จะแบ่งสเตจหนัก–เบาแค่ไหน
ระดับความยาก: ปานกลางถึงท้าทาย บางวันไต่ขึ้นลงเยอะมาก ต้องมีพื้นฐานเดินเขามาแล้วระดับหนึ่ง
ไฮไลต์สำคัญ:
วิวพาโนรามาของ Mont Blanc
Col de la Seigne (ด่านพรมแดนระหว่างฝรั่งเศส–อิตาลี)
Grand Col Ferret (ทางข้ามระหว่างอิตาลี–สวิตเซอร์แลนด์)
Lac Blanc ทะเลสาบสีฟ้าสวยที่ได้วิว Mont Blanc สะท้อนน้ำแบบสุดจัด
ตัวเลือกทริปสั้น: สำหรับคนมีวันหยุดไม่เยอะ
ไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 10 วันเต็มถึงจะสัมผัสเสน่ห์ของ TMB ได้ เพราะบนแผนที่มีเส้นทางย่อยที่คัดช่วงเด็ดๆ มาให้เดินแบบจบในไม่กี่วัน
ตัวอย่างรูปแบบยอดนิยม:
แพลน 3 วัน:
เดินช่วงระหว่าง Courmayeur (อิตาลี) ไป Chamonix (ฝรั่งเศส)
เก็บวิวไฮไลต์แบบเน้นๆ โดยไม่ต้องวนรอบทั้งหมด
แพลน 5 วัน:
ตัดเส้นหลักมาเฉพาะช่วงที่วิวจัดเต็มแต่ใช้วันน้อยกว่า
เหมาะมากสำหรับคนอยากได้รสชาติ TMB เต็มคำ แต่เวลาพักมีจำกัด
เส้นทางยากระดับสายโหด
สำหรับคนที่เดินเขามาเยอะแล้วและอยากเพิ่มความท้าทาย มีบางช่วงของ TMB ที่ขึ้นชื่อว่าโหดแต่คุ้มมาก เช่น:
Col des Fours
Fenêtre d’Arpette
สองโซนนี้ทั้งชัน ทั้งไต่ขึ้นสูง และต้องใช้ความมั่นใจในการเดินมากกว่าเส้นหลักทั่วไป แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือ วิวอลังการแบบจำไม่ลืม
เคล็ดลับสำหรับสายแอดเวนเจอร์เพิ่ม: บางช่วงของ TMB เปิดให้ปั่นจักรยานภูเขาได้ด้วย ถ้าสนใจลองเปลี่ยนฟีลจากเดินเป็นปั่น สามารถหาเช่าจักรยานได้จากเมืองอย่าง Chamonix หรือ Courmayeur
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลุย Tour du Mont Blanc
หลายคนถามว่า มือใหม่เดินเขา ไป Mont Blanc ได้ไหม? คำตอบคือ “ได้” แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า นี่ไม่ใช่ทางเดินเล่นในสวน
แม้จะไม่ต้องปีนหน้าผาแบบสายไต่เชือก แต่ ระดับความสูงและระยะทางต่อวัน ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน การเตรียมตัวร่างกายกับข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้ทริปนี้สนุก แทนที่จะกลายเป็นการทรมาน
บริเวณเชิงเขา Mont Blanc มีโซนให้ใช้เป็นสนามซ้อม เช่น เล่นสกี เดินเล่นขึ้นลงเนิน ไปทัวร์ชมวิวกระเช้า หรือสำรวจเส้นทางสั้นๆ ก่อนขึ้นชุดใหญ่
การเตรียมร่างกาย (ที่ควรเริ่มตั้งแต่ยังอยู่บ้าน)
ก่อนเดิน TMB จริงจัง คุณควรสร้างฐานร่างกายให้พร้อมทั้งความอึดและความแข็งแรง โดยเน้น:
ระบบหัวใจและปอด:
ฝึกคาร์ดิโอแบบต่อเนื่อง เช่น วิ่งระยะไกล ปั่นจักรยาน เดินเร็ว หรือว่ายน้ำ
เป้าหมายคือเพิ่มความทนทาน ให้ร่างกายรับการเดินหลายชั่วโมงต่อวันบนทางชันๆ ได้
กล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อแกนกลาง:
ฝึกขา สะโพก และแกนกลางลำตัว เช่น สควอท ลันจ์ เดดลิฟต์แบบเบา–กลาง แบกของขึ้นบันได
ลองสะพายเป้ที่มีน้ำหนักจริง เดินขึ้นลงเนินหรือบันได เพื่อให้หลังและไหล่ชินกับการแบกสัมภาระ
จำลองสภาพจริง:
ถ้ามีเส้นทางเดินป่าใกล้บ้าน ลองจัดทริปวันเดียวหรือสองวัน เดินพร้อมเป้เต็ม ๆ เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองยังไง
ยิ่งเตรียมมาดีเท่าไหร่ คุณจะยิ่ง สนุกกับวิวและบรรยากาศ มากกว่าเอาแต่หอบมองนาฬิการอถึงที่พัก
เอกสารและประกันภัย: เรื่องไม่เท่ แต่จำเป็นมาก
ก่อนออกเดินทาง ให้เช็กให้ครบว่า:
เอกสารเดินทาง (เช่น พาสปอร์ต / บัตรประชาชน ตามเงื่อนไขการเข้าประเทศ)
วีซ่า (ถ้าจำเป็นตามสัญชาติ)
ด้านประกันภัย อย่าคิดว่าแค่ประกันเดินทางท่องเที่ยวทั่วไปจะพอ เพราะบนภูเขาอาจมีเคสอย่างเช่น:
การบาดเจ็บระหว่างเดินเขา
อาการแพ้ความสูง
ต้องอพยพฉุกเฉินด้วยเฮลิคอปเตอร์
เลือกประกันที่ครอบคลุมกิจกรรมอย่างการเดินป่าและปีนเขาโดยเฉพาะ และตรวจให้ชัดว่า
ครอบคลุมความสูงถึงระดับที่คุณจะขึ้นหรือไม่
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับการช่วยเหลือฉุกเฉินบนภูเขาหรือไม่
เช็กลิสต์ของที่ควรพกไปบน TMB
การจัดของดีๆ ช่วยให้ทั้งทริปสบายตัวและปลอดภัย สิ่งที่ไม่ควรขาดมีเช่น:
รองเท้าเดินเขาดีๆ:
กันน้ำ พื้นเกาะดี และใส่เดินได้ทั้งวันแบบไม่กัด (ควรใส่เดินซ้อมก่อนทริปจริง)
เสื้อผ้าแบบเป็นชั้น (layering):
ชั้นฐาน (base layer) ระบายเหงื่อ
ชั้นกลาง เช่น ฟลีซหรือเสื้อกันหนาวเบาๆ
ชั้นนอกกันลมกันน้ำ
ไม้เท้าเดินป่า:
ช่วยถนอมเข่าโดยเฉพาะช่วงลงเขา และเพิ่มการทรงตัวบนทางชันหรือพื้นลื่น
เป้สะพายหลัง:
ความจุประมาณ 30–50 ลิตร ขึ้นอยู่กับว่าจะฝากกระเป๋าใหญ่ไว้หรือแบกของเองทั้งหมด
ของจำเป็นอื่นๆ:
ครีมกันแดดและลิปป้องกันแสง UV
ไฟฉายคาดหัว
ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ขวดน้ำแบบเติมได้ หรือระบบน้ำแบบถุงน้ำในเป้
ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: หมายเลขฉุกเฉินหลักของยุโรปคือ 112 หมู่บ้านและที่พักบนเส้นทางมักมีขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉินของตัวเอง ควรเช็กให้รู้ก่อนเริ่มเดินในแต่ละช่วงว่า จุดติดต่อใกล้สุดอยู่ตรงไหน
งบประมาณ Tour du Mont Blanc ต้องเตรียมเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายของ TMB จะขึ้นกับสไตล์การเดินทางของคุณเป็นหลัก ทั้งที่พัก อาหาร และการเดินทางไป–กลับเมืองตั้งต้น
โดยประมาณสามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้:
สายประหยัด:
ราว 50–80 ยูโร/วัน
เน้นพักที่พักแบบเรียบง่าย หรือกางเต็นท์ในโซนที่อนุญาต
สายกลาง สบายกำลังดี:
ประมาณ 100–160 ยูโร/วัน
รวมที่พักในกระท่อมบนเขาหรือเกสต์เฮาส์ พร้อมอาหารที่สะดวกสบายขึ้น
สายหรู จ่ายเพื่อความชิล:
มากกว่า 200 ยูโร/วัน
พักที่พักระดับพรีเมียม มีไกด์ส่วนตัว จัดอาหารดีๆ และจัดการรายละเอียดให้เกือบทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายสำหรับการ “ปีน” Mont Blanc แบบมีไกด์
ถ้าคุณเล็งดันไปถึงระดับ ปีนยอด Mont Blanc แบบ mountaineering ด้วยไกด์มืออาชีพ ราคาส่วนใหญ่จะอยู่ราวๆ:
ประมาณ 1,000–1,500 ยูโรต่อคน
มักรวม: ค่าบริการไกด์ ค่าเช่าอุปกรณ์หลัก (เช่น crampons, ฮาร์เนส หมวกกันน็อก) และบางแพ็กเกจอาจรวมที่พักกับอาหารระหว่างขึ้นเขา
ถ้าเป็นแพ็กเกจแบบ รวมทุกอย่าง (all-inclusive) เช่น รวมรับ–ส่งสนามบิน ค่ากระท่อมบนเขา การเทรนเพิ่มก่อนปีน ราคาสามารถพุ่งไปที่ 2,500 ยูโรขึ้นไป
ส่วนคำถามยอดฮิตว่า “ปีน Mont Blanc แบบไม่เอาไกด์ได้ไหม?”
ทางเทคนิคแล้ว ทำได้ เพราะเส้นทางหลายส่วนมีป้ายบอกทางชัดเจน และเป็นเส้นที่มีคนใช้ประจำ
แต่ถ้าคุณ ไม่มีประสบการณ์เดินเขาระยะไกลหรือปีนเขาน้ำแข็งมาก่อน การจ้างไกด์ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าเยอะ
เมือง Chamonix Mont Blanc คือแหล่งรวมไกด์ที่ได้รับการรับรอง สามารถไปติดต่อที่นั่นได้โดยตรง
หลังจบทริป: ฟื้นฟูร่างกายยังไงให้กลับมาเดินต่อทริปหน้าไหว
หลังเดินเขาหลายวันต่อเนื่อง ร่างกายย่อมต้องการการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นอาการล้า กล้ามเนื้อตึง หรือตอบสนองต่อความสูงของภูเขา
สิ่งที่ควรทำหลังจบทริปคือ:
พักจริงจัง:
ปล่อยให้กล้ามเนื้อได้หยุดทำงานหนักสักพัก
ใช้โอกาสนี้เที่ยวต่อใน Chamonix แวะสปา นั่งชิล มองภูเขาแบบไม่ต้องแบกเป้
ยืดกล้ามเนื้อ:
เน้นช่วง ขา สะโพก หลัง เพื่อช่วยลดอาการตึงและป้องกันการบาดเจ็บระยะยาว
นวดตัว:
ถ้ามีโอกาส ลองนวดแบบเน้นกล้ามเนื้อลึก เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายและฟื้นตัวเร็วขึ้น
เติมน้ำและสารอาหาร:
ดื่มน้ำเยอะ ๆ ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีอิเล็กโทรไลต์
กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนดี ไขมันดี และผักผลไม้ให้ครบ
สรุป: คุณพร้อมออกเดินบน Tour du Mont Blanc แล้วหรือยัง?
Mont Blanc และเส้นทาง Tour du Mont Blanc คือสนามเล่นในฝันของคนรักการเดินป่า ทั้งสายมือใหม่ที่ฟิตและเตรียมตัวดี และสายมีประสบการณ์ที่อยากเพิ่มความท้าทาย
คุณจะเจอทั้ง:
เส้นทางง่าย เดินชิลชมวิวหมู่บ้านและทุ่งดอกไม้
ทางชันสุดโหดที่รางวัลคือวิวแบบลืมหายใจ
แต่ไม่ว่าจะเลือกสไตล์ไหน สิ่งที่ต้องมีเหมือนกันคือ:
การเตรียมร่างกายอย่างจริงจัง
ประกันภัยที่ครอบคลุมการเดินเขาและกิจกรรมบนภูเขา
การเข้าใจว่าความสูงมากกว่า 3,000 เมตรและสภาพอากาศบนภูเขา ไม่ควรถูกมองข้าม
เส้นทาง TMB เองนั้นถูกทำมาให้เดินง่ายในแง่การนำทาง มีป้ายบอกทางชัดเจน และคนใช้เส้นตลอดฤดูกาล ทำให้โอกาส “หลงป่า” แบบหายไปทั้งคนค่อนข้างต่ำ แต่เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของหลายๆ คน
การเข้าร่วมทัวร์หรือเดินพร้อมกลุ่มที่มีไกด์นำทาง ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีมาก โดยเฉพาะมือใหม่ในเส้นทางอัลไพน์
และที่สำคัญ อย่าลืมเผื่อเวลาอีกสัก 2–3 วัน หลังจบทริปเพื่อพักในเมืองสปาหรือสกีรีสอร์ตแถวนั้น นอนแช่น้ำร้อน มองภูเขาหิมะ แล้วให้ตัวเองได้ซึมซับความรู้สึกว่า
คุณเพิ่งเดินผ่านหนึ่งในเส้นทางเดินเท้าที่สวยที่สุดในยุโรปมาเรียบร้อยแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mont Blanc และ TMB
การปีน Mont Blanc ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไป การปีนสู่ยอด Mont Blanc แบบเน้นเร็วมากๆ สามารถทำได้ในราว 2 วัน แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อความสูงและความปลอดภัยมากขึ้น มักจะเผื่อไว้ 3–5 วัน
อุปกรณ์ปีนเขาเฉพาะทางและไกด์สามารถเช่าและติดต่อได้จากรีสอร์ตสกีหรือหมู่บ้านเชิงเขาในโซนนั้น
เดิน Tour du Mont Blanc แบบไม่มีไกด์ได้ไหม?
ได้ ถ้าคุณเป็นนักเดินเขาที่มีประสบการณ์พอสมควร เพราะเส้นทาง TMB มีป้ายบอกทางชัดเจนและมีคนเดินตลอดฤดูกาล
แต่อย่าลืมว่า การเดินรอบภูเขา กับการ ปีนถึงยอด Mont Blanc คือคนละเรื่องกัน การขึ้นยอดต้องใช้ทักษะด้านปีนเขาและการเดินบนธารน้ำแข็งมากกว่า
ต้องใช้เวลากี่วันในการเดินรอบ Mont Blanc?
เส้นทาง TMB แบบเต็มวงราว 170 กม. ส่วนใหญ่ใช้เวลา ประมาณ 10 วัน
ถ้าคุณเดินเร็ว ฟิต และเน้นเดินยาวต่อวัน อาจจบได้ใน 7–8 วัน
ถ้าเดินแบบชิลๆ แวะถ่ายรูป จิบกาแฟในหมู่บ้าน อาจไปถึง 11–12 วัน ก็ไม่แปลก
ปีน Mont Blanc แบบไม่มีไกด์ได้ไหม?
คำตอบคือ เป็นไปได้ สำหรับคนที่มีประสบการณ์ด้านปีนเขาระดับสูงและเคยเดินบนธารน้ำแข็งมาแล้ว
แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ การปีนแบบมีไกด์มืออาชีพจะ ปลอดภัยกว่า สนุกกว่า และช่วยลดความเครียดในการวางแผน โดยเฉพาะเรื่องเส้นทาง สภาพหิมะ และการประเมินความเสี่ยง
Mont Blanc อยู่ที่ประเทศอะไรแน่?
ภูเขา Mont Blanc ตั้งอยู่บนแนวพรมแดนระหว่าง ฝรั่งเศสกับอิตาลี และอยู่ใกล้เขตแดนของสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้คุณสามารถสัมผัสวัฒนธรรมของทั้งสามประเทศได้ในทริปเดียว
Mont Blanc สูงเท่าไหร่?
ยอดเขา Mont Blanc มีความสูงประมาณ 4,805 เมตร (15,766 ฟุต) ทำให้เป็นหนึ่งในยอดเขาที่โดดเด่นที่สุดในยุโรปตะวันตก
Mont Blanc คือภูเขาที่สูงที่สุดในยุโรปหรือเปล่า?
Mont Blanc คือ ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปตะวันตก แต่ถ้านับทั้งทวีปยุโรปด้วยนิยามทางภูมิศาสตร์แล้ว แชมป์ตัวจริงคือ ภูเขาเอลบรูส (Elbrus) ที่สูงราว 5,642 เมตร
ถ้าคุณรักการเดินป่า ชอบทิวทัศน์ระดับโปสการ์ด และอยากท้าทายร่างกายอย่างมีระบบ Tour du Mont Blanc คือหนึ่งในเส้นทางที่ควรอยู่ในลิสต์ชีวิตแบบห้ามข้ามเด็ดขาด

