เปิดทริป: ขับรถหรูไปล่าของเก่าแนววินเทจ
เจอกันอีกครั้งกับทริปขับรถเที่ยวแบบยาวๆ ในสไตล์ “ไปไหน ไปกัน ใกล้ไกลไม่เกี่ยง” ทริปนี้เราเลือกเส้นทางสั้น ระยะไม่ไกลมาก แต่ความฟีลเพียบ ทั้งสายท่องเที่ยว สายของเก่า และสายรถต้องฟินแน่นอน
จุดหมายปลายทางมีสองที่หลักๆ คือ
เดินช้อปของเก่าวินเทจมือสองที่ ตลาดนัดวันเสาร์มวกเหล็ก หรือที่หลายคนเรียกว่า ตลาดนัดคาวบอยมวกเหล็ก
แวะ ไหว้พระขาว วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พาหนะคู่ใจทริปนี้ก็คือ Tank 500 Diesel 2.4T ULTRA 4WD จากค่าย GWM เอสยูวีดีเซลคันโตที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่กระแสดีจนต้องลองจับมาขับเที่ยวสักหน่อย
ทำความรู้จัก Tank 500 Diesel 2.4T ULTRA 4WD แบบคนเที่ยวสายลุย
Tank 500 Diesel 2.4T ULTRA 4WD มากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ 9AT เป็นรถ PPV 7 ที่นั่ง ที่ทั้งภายนอกภายในดูหรู แต่แฝงด้วยความดิบและเท่แบบสายลุยเต็มตัว แถมยังรองรับน้ำมัน B20 ได้อีกด้วย

ครั้งแรกที่เห็นตัวจริง ต้องบอกว่า โคตรภูมิฐาน คันที่ได้มาขับเป็นสีดำ ป้ายแดง หมายเลขทะเบียนสวย ภายในกว้างขวางจนทุกคนพร้อมใจกันยืดขา เอนหลังแบบชิลๆ โดยเฉพาะเบาะซ้ายหน้าคนนั่งสามารถเอนได้นอนแทบระนาบ เรียกว่าหลับสบายเหมือนบนโซฟา
สิ่งที่สะดุดตาอย่างหนึ่งคือชุดเกียร์ที่ดีไซน์มาดูอลังการมาก ให้ฟีลรถหรูระดับแพงๆ ชัดเจน


ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ปากช่อง
หลังรับรถจากโชว์รูม สมาชิกทริปรวมแล้วทั้งหมด 5 ชีวิต นั่งกันแบบไม่อึดอัดเลยสักคน เบาะทุกตำแหน่งกว้าง ขาไม่ติดเบาะหน้า นั่งสบายเหมาะกับการเดินทางยาวๆ แบบจริงจัง

เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปปากช่อง ระยะทางราว 200 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง สไตล์ขับชิล แวะเข้าห้องน้ำบ้าง ซื้อกาแฟบ้าง พอถึงปากช่องช่วงเกือบหนึ่งทุ่ม แสงสีจากภายในรถทำงานเต็มที่ บรรยากาศในห้องโดยสารให้ฟีล หรู+คลาสสิก ไปพร้อมกัน
ฝั่งซ้ายคอนโซลหน้ามีไฟรูปดาวเปลี่ยนสีได้ สร้างบรรยากาศยามค่ำคืนได้ดีมาก
กล้องมองรอบคัน 360 องศา คม ชัด มองง่าย จะเลือกแสดงแบบลายเส้นหรือโชว์ตัวรถก็ได้ เราขอเลือกแบบโชว์ตัวรถ ดูเข้าใจง่ายสบายตา

เช้าใหม่: ตั้งเข็มไปตลาดนัดวันเสาร์มวกเหล็ก
เช้าที่บ้านไม้วินเทจ ปากช่อง เราวางแผนกันว่าจะไปสองที่:
ที่แรก เดินล่าของเก่าวินเทจมือสอง ที่ตลาดนัดเปิดท้ายวันเสาร์มวกเหล็ก จ.สระบุรี
จากนั้นค่อยย้อนกลับมา ไหว้พระขาว ที่วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ปากช่อง

เราออกจากที่พักประมาณ 9 โมงเช้า เพราะตลาดนัดแห่งนี้เปิดเช้าและทยอยเก็บร้านช่วงบ่าย ถ้าไปสายเกินไป จะเหลือของให้เลือกน้อยมาก ระยะทางจากที่พักประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราวครึ่งชั่วโมงก็ถึง
ระหว่างทาง เสียงเพลงคือเพื่อนร่วมทริปที่ขาดไม่ได้ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับ Android Auto หรือ Apple CarPlay ทำได้ง่ายมาก เราใช้ Android ก็จับคู่ต่อ Android Auto แล้วเปิดเพลงจากแอปที่ชอบ ฟังเพลงไป เม้าท์ไป แป๊บเดียวก็ถึงตลาด

เสียงเพลงในรถ & เครื่องเสียงระดับพรีเมียม
ระบบเสียงของ Tank 500 Diesel ใช้แบรนด์ Infinity ให้ลำโพงมาถึง 12 ตัว พร้อมระบบ Surround sound และแอมป์แยก ทำให้ช่วงการฟังเพลงระหว่างเดินทางกลายเป็นคอนเสิร์ตส่วนตัวบนล้อ
เบสมีน้ำหนัก
เสียงกลางเคลียร์
เสียงแหลมไม่บาดหู
ฟังเพลงเพลินๆ จนเข้าตลาดช่วงประมาณ 11 โมง แดดแรงกำลังดี คนเดินช้อปกันแน่นพอสมควร

ทำความรู้จักตลาดนัดวันเสาร์มวกเหล็ก (ตลาดนัดคาวบอย)
ตลาดนัดวันเสาร์มวกเหล็ก หรือ ตลาดนัดคาวบอย เปิดเฉพาะวันเสาร์วันเดียว เริ่มราว 06.00 น. และทยอยปิดประมาณเที่ยงถึงบ่ายต้นๆ แผงขายของเรียงยาวไปตามถนนเกือบถึงวงเวียนหอนาฬิกา ระยะทางราวๆ 1 กิโลเมตร เดินกันเพลินจนลืมเวลาแน่นอน

แผงค้าจะกินพื้นที่ประมาณ 2 เลนของถนน อีก 2 เลนยังเปิดให้รถวิ่งได้ ช่วงต้นๆ ตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นร้านเสื้อผ้า ของใช้ของชาวสวน อุปกรณ์การเกษตร พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ โทนของตลาดจะเริ่มเปลี่ยนเป็นโซนของเก่าวินเทจมือสองแบบจุใจ
ของที่เจอจุกๆ มีทั้ง
แว่นตาเก่าสไตล์คลาสสิก
กล้องถ่ายวิดีโอรุ่นโบราณ
แท็บเล็ต / อุปกรณ์ไอทีเก่า
หมวกกันน็อค
ข้าวของจิปาถะสไตล์วินเทจอีกเพียบ
เสียงต่อรองราคาดังตลอดทาง ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าผลัดกันหัวเราะ เจรจา บางมุมก็ดูเหมือนฉากในหนังตลาดนัดยุคเก่า ฟีลโคตรดี

ล่าของหายาก: View Master & แผ่นเสียงเทปคาสเซ็ท
เดินมาถึงช่วงกลางตลาด เราสองคนก็เจอของที่ทำให้หยุดเดินทันที นั่นคือ View Master เครื่องส่องดูภาพแบบสไลด์เก่าๆ สุดคลาสสิก วิธีเล่นก็ง่าย ใส่แผ่นกลมๆ ที่มีภาพอยู่ 14 ช่อง แล้วค่อยๆ กดก้านด้านขวา รูปก็จะเปลี่ยนไปทีละภาพ ความรู้สึกเหมือนย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

เดินต่ออีกนิดก็เจอร้านขายแผ่นเสียงและเทปคาสเซ็ท กองเรียงกันเป็นภูเขาเล็กๆ ราคาไม่แรง เริ่มตั้งแต่ราว 20–40 บาท ไปจน 50–100 บาท ตามความดังของศิลปินและความหายากของอัลบั้ม แม้จะน่าโดนหลายม้วน แต่เรายั้งมือไว้เพราะที่บ้านก็มีสะสมอยู่ไม่น้อยแล้ว

แดดเที่ยงเริ่มจัด แต่เรายังเดินสู้ต่อ แวะดูของทั้งฝั่งซ้ายขวา สลับกันไป ของเก่าที่เจอมีตั้งแต่กล้องฟิล์ม โทรศัพท์รุ่นโบราณที่ใช้งานไม่ได้แล้วแต่ซื้อไปตั้งโชว์ได้ ไปจนถึงของเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกความทรงจำวัยเด็กกลับมาเต็มๆ

บรรยากาศในตลาด: ดนตรีริมทาง & รถกาแฟรถโพถ้อง
ระหว่างเดินช้อปฯ จะได้ยินเสียงกีตาร์และเสียงร้องจากนักดนตรีเปิดหมวก เพลงส่วนใหญ่จะเป็นแนวเพื่อชีวิตและคันทรี่ เข้าธีมตลาดคาวบอยสุดๆ ใครชอบก็หยิบเงินใส่หมวกเป็นกำลังใจให้ศิลปินริมทางกันได้ เป็นอีกเสน่ห์ที่ทำให้ตลาดนี้มีชีวิตชีวา

เดินจนเกือบสุดตลาด เราเห็น รถสองแถวสีแดง จอดเด่นอยู่ นั่นคือรถขายกาแฟโบราณและเครื่องดื่มหลากหลาย คนขายมาจากจังหวัดระนอง รถที่ใช้เป็น “รถโพถ้อง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ แค่ตัวรถก็ชวนให้หยุดมองแล้ว
เราจัดโอเลี้ยงกับน้ำมะนาวดับกระหายก่อนจะกลับขึ้นรถ เตรียมไปต่อจุดหมายถัดไปคือ วัดพระขาว ปากช่อง

แวะชิมก๋วยเตี๋ยวกลางดง ก่อนขึ้นเขาไปไหว้พระ
ใกล้เที่ยงหลังออกจากตลาด เราแวะเติมพลังกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง “เตี๋ยวเป็ดกลางดง” ลูกค้าแน่นโต๊ะตลอด จอดรถเสร็จก็เข้าไปจับที่นั่งแล้วสั่งเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน หน้าตาชามก๋วยเตี๋ยวดูดี และรสชาติก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จัดกันคนละชามก็อิ่มกำลังดี
จากร้านก๋วยเตี๋ยวไป วัดพระขาว ระยะทางราว 9.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

เติมน้ำมันให้ Tank 500: ดีเซลล้วนๆ ประหยัดใช้ได้
ก่อนขึ้นไปไหว้พระ เราแวะเติมน้ำมันให้ Tank 500 ที่ปั๊มพีที เลือกเติมน้ำมันดีเซล PT Max แบบเต็มถัง ตัวเลขที่จ่ายออกมาประมาณ 1,389 บาท ได้ดีเซล 44 ลิตร ซึ่งถือว่า ประหยัดใช้ได้สำหรับรถคันใหญ่แบบนี้ เติมเต็มแล้วก็พร้อมลุยต่อแบบยาวๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำมันไปอีกพักใหญ่

มุ่งหน้าวัดพระขาว: ถนนตรงสวย วิวอลังการ
จากถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสองเลนตรงยาว ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนเส้นนี้จะมุ่งหน้าไปยังวัดโดยตรง ตลอดทางขับไปจะเห็น องค์พระขาวขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงเขาแต่ไกลราวกับจ้องมองมาตลอดเส้นทาง
สองข้างทางเป็นไร่และสวนของชาวบ้าน มีบ้านเรือนและต้นไม้ใหญ่สลับกันอยู่ ฟีลเรียบง่ายสบายตา ก่อนถึงวัดจะต้องผ่านสะพานลอยข้ามทางรถไฟสายอีสาน ทอดยาวไปไกลสุดสายตา ขับลงจากสะพานไม่นานก็เจอซุ้มประตูวัด และลานจอดรถกว้างอยู่ทางขวามือ พร้อมห้องน้ำให้บริการเรียบร้อย

รู้จักพระขาว: ความหมายในทุกสัดส่วน
วัดพระขาว หรือ วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม มีพระพุทธรูปปางประทานพรสีขาวขนาดใหญ่ ชื่อว่า “พระพุทธสกลสีมามงคล” ประดิษฐานอยู่บนเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง ฝั่งขวาของถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 150 จากปากทางเลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงวัด
องค์พระมีรายละเอียดเชิงสัญลักษณ์ที่น่าสนใจมาก:
หน้าตักกว้าง 27.25 เมตร สูง 45 เมตร สื่อถึงช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงทำพุทธกิจ 45 พรรษา
สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงจากพื้นดินราว 112 เมตร หรือ 56 วา หมายถึงพระพุทธคุณ 56 ประการ
บันไดขึ้นสู่องค์พระมีทั้งหมด 1,250 ขั้น สื่อถึงจำนวนพระอรหันต์ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันมาฆบูชา
ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว หรือ หลวงพ่อใหญ่ และถือเป็นจุดเช็คอินสำคัญของคนที่ผ่านแถบนี้

นกยูง เจ้าถิ่นประจำวัด & คาเฟ่กาแฟบนเนิน
พอลงจากรถยังไม่ทันเดินไปไหนไกล ก็มีแม่ค้าแถวลานจอดเอ่ยทักด้วยเสียงสดใสว่า “ซื้ออาหารให้นกยูงมั้ยคะ” เพราะที่วัดพระขาวมี นกยูงอยู่จำนวนมาก เดินเล่นไปมารอบวัดเหมือนสัตว์เลี้ยงในบ้าน แถมยังเชื่องจนเดินเข้าใกล้ได้แบบไม่ต้องกลัว
อาหารนกยูงขายเพียงถุงละ 20 บาท เทอาหารลงพื้นไม่นานก็มีนกยูงเดินมารุมกิน เป็นภาพที่เพลินตามาก ใครจะถ่ายรูปก็ควักมือถือขึ้นมาแชะได้เลย แม้ว่าวันนั้นจะไม่มีนกยูงตัวไหนลำแพนหางให้ชม แต่แค่ได้เดินใกล้ๆ ก็ฟินแล้ว

จากลานจอด เดินเลี้ยวขวาขึ้นเนินเตี้ยๆ จะเห็นพระขาวตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาไม่ไกล บริเวณนี้มีศาลาและอาคารให้ขึ้นไปกราบพระด้านบน ในมุมซ้ายจะมี ร้านกาแฟเล็กๆ ตั้งอยู่พอดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากนั่งจิบกาแฟพร้อมให้อาหารนกยูงไปด้วย อาหารนกยูงก็ยังขายถุงละ 20 บาทเหมือนเดิม เราเลยจัดทั้งกาแฟและอาหารนกในรอบเดียว
จิบกาแฟไป โปรยอาหารให้นกไป ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไป ถือเป็นมุมพักผ่อนที่ดีมากของวัดนี้

ขึ้นลานด้านบน & พระขาวองค์จำลอง
เดินขึ้นบันไดไปยังลานด้านบน จะมีพื้นที่นั่งพักสำหรับญาติโยมที่ขึ้นมาไหว้พระมานั่งผ่อนคลาย ด้านซ้ายเป็นศาลาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สีทอง มีดอกไม้ ธูป เทียนให้บูชาอยู่หน้าทางเข้า
เดินลึกเข้าไปด้านในสุด จะเจอลานกว้างและ องค์พระพุทธรูปสีขาวองค์จำลอง สำหรับคนที่ไม่สะดวกเดินขึ้นบันได 1,250 ขั้นไปถึงองค์ใหญ่ด้านบน ก็สามารถมากราบที่นี่แทนได้
สำหรับใครที่สังขารไม่อำนวย บอกตัวเองเบาๆ ว่า “อย่าฝืนสังขาร” เพราะบันไดขนาดนั้น ถ้าร่างไม่ฟิตจริงมีสิทธิ์ขาสั่นแน่นอน

ผู้เขียนเองเคยขึ้นไปถึงองค์พระใหญ่เมื่อหลายสิบปีก่อน บอกเลยว่าวิวข้างบนสวยมากแบบ มองได้รอบ 180 องศา โดยเฉพาะช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก แสงสีบนท้องฟ้าตัดกับภูเขาและทุ่งเขียวด้านล่างคือภาพที่จำติดตาไม่ลืม
เวลามองจากด้านล่างในตอนเย็น แสงอาทิตย์อ่อนๆ จะพาดลงมาบนองค์พระ ทำให้สีขาวของพระเด่นตัดกับสีเขียวของภูเขา เป็นภาพที่สงบและสวยในแบบเรียบง่าย

รายละเอียดเล็กๆ รอบวัดที่ไม่ควรพลาด
เดินชมรอบบริเวณวัด จะเห็นรูปปั้นลิงถวายรังผึ้งแด่พระพุทธเจ้า รูปปั้นช้างตัวใหญ่ทำท่าหมอบไหว้พระ และกุฏิพระที่ตั้งเรียงกันอยู่แบบเรียบง่ายสบายตา
ระหว่างทางเดินลงจะมี ระฆังแขวนเรียงกันสองข้างทาง ให้คนที่มาวัดได้ตีให้เสียงดังเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยและเป็นสัญลักษณ์ว่ามาไหว้พระทำบุญแล้วจริงๆ
ใกล้เวลาจะกลับ เราเห็นฝูงกระรอกตัวอ้วนวิ่งไต่ต้นไม้ไปมา นกยูงยังคงเดินเล่นแบบไม่กลัวคน เราเลยแวะให้อาหารอีกครั้งพร้อมถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกพอกรุบกริบ ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ
เวลาประมาณเกือบสี่โมงเย็น ทริปเที่ยววันเดียวแบบสั้นๆ แต่มูดดีมากก็จบลงแบบอิ่มทั้งท้อง อิ่มตา และอิ่มใจ

Tank 500 Diesel 2.4T Ultra 4WD: สรุปรถสายเที่ยวที่ครบทั้งหรูและลุย
มาดูฝั่งรถกันบ้าง เพราะทริปนี้คือการใช้ชีวิตร่วมกับ Tank 500 Diesel 2.4T Ultra 4WD แบบเต็มๆ ทั้งวัน ทั้งในเมือง บนทางไกล และเส้นทางขึ้นเขา
นี่คือรถ PPV 7 ที่นั่งขนาดใหญ่ ที่ออกแบบมาให้เน้นความหรูหราแต่ยังลุยออฟโรดได้เต็มระบบ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบทั้งการเดินทางไกลและการขับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ระบบขับเคลื่อนและโหมดออฟโรด
รุ่น Ultra 4WD มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time AWD ที่ปรับโหมดการขับขี่ได้สูงสุดถึง 8 โหมด ได้แก่
2H
4H
4L
Snow
Mud
Sand
Rock
Expert
ยังให้ ระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้การผ่านเส้นทางโหดๆ หรือหล่มลึกๆ ทำได้มั่นใจขึ้นเยอะ เหมาะกับสายชอบลุยเส้นทางธรรมชาติไม่แพ้รถออฟโรดเต็มตัวเลยทีเดียว
มีฟังก์ชัน Tank Turn ช่วยให้การกลับรถในที่แคบทำได้ง่ายขึ้น พร้อม Off-road Cruise Control ที่คอยคุมความเร็วอัตโนมัติในโหมดออฟโรด แถมยังมีระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ให้เห็นสภาพพื้นด้านล่างชัดๆ เวลาขับผ่านหินหรือหลุมบ่อ

ภายในหรู ฟีเจอร์แน่น ใช้งานจริงแล้วรู้สึกได้
ด้านหน้ามาพร้อม หน้าจอคู่ขนาดใหญ่
มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
จอมัลติมีเดียแบบทัชสกรีน 14.6 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto
เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa นิ่มมือ นั่งสบาย พร้อมระบบปรับไฟฟ้า, ระบบนวด และระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้าและเบาะแถวที่ 2 เรียกว่า นั่งไกลแค่ไหนก็ไม่เมื่อยง่าย

ด้านบนเป็น Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า แถมสั่งงานด้วยเสียงได้ แค่พูดว่า
“สวัสดี GWM ช่วยเปิด Sunroof ให้ด้วย”
หรือ “สวัสดี GWM ช่วยเบาลมแอร์ให้หน่อย”
รถก็ทำตามทันที เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเวลาเราขับรถอยู่ ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มระดับ L2+ เช่น
Adaptive Cruise Control (ACC)
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (IIP)
กล้องมองรอบคัน 540 องศา
ด้านล่างคอนโซลกลางมี Wireless Charger สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย วางแล้วชาร์จได้เลย ไม่ต้องวุ่นวายกับสายชาร์จให้รกคอนโซล

ใช้จริงทั้งวัน: ความรู้สึกหลังคลุกกับ Tank 500
หลังจากได้ใช้ Tank 500 Diesel ทั้งวันทั้งในเมือง นอกเมือง ขึ้นเขา ลงสะพาน ต้องยอมรับว่าเป็นรถเอสยูวีที่ ตอบโจทย์คนชอบเที่ยวจริงๆ
ภายนอกดูบึกบึน หรู แต่ไม่เวอร์จนเกินไป
ภายในจัดวางฟังก์ชันต่างๆ มาแบบคิดถึงผู้ใช้จริง
เบาะนั่งสบาย ระบบนวดช่วยผ่อนคลายระหว่างเดินทางไกลได้ดีมาก
ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมาแบบ “จัดเต็ม” ไม่ได้ให้แค่พอดีๆ
ใครกำลังมองหารถคันเดียวที่พาไปได้ทั้ง เที่ยวตลาดนัดของเก่า แวะร้านอร่อย ไปจนถึงขึ้นเขาไหว้พระบนยอดดอย แบบไม่เกี่ยงเส้นทาง Tank 500 Diesel 2.4T Ultra 4WD คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

ปิดทริป: วันเดียวครบทั้งวินเทจ สายบุญ และสายรถ
ทริปนี้สรุปง่ายๆ ว่า ครบทุกอารมณ์
ได้เดินล่าของเก่าที่ตลาดนัดคาวบอยมวกเหล็ก
ได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวเป็ดกลางดงสุดเข้มข้น
ได้ขึ้นวัดพระขาว ไหว้พระ ชมวิว และให้อาหารนกยูง
ได้ทดสอบสมรรถนะและฟีเจอร์ของ Tank 500 Diesel แบบใช้งานจริงทั้งวัน
ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวที่ชอบบรรยากาศตลาดนัดมือสองแนววินเทจ ชอบแวะไหว้พระเสริมสิริมงคล และอินกับการขับรถดีๆ ที่ทำให้การเดินทางสนุกขึ้น ทริปสั้นๆ แบบนี้คือสูตรผสมที่ลงตัว ลองหาเวลาเสาร์หนึ่งวัน ขับรถออกจากกรุงเทพฯ แล้วคุณจะรู้ว่า ของเก่า พระสวย และรถดี อยู่ร่วมในทริปเดียวกันได้แบบไม่มีใครเด่นกว่าใครเลยจริงๆ

