รับแอปรับแอป

เดินป่าอย่างโปร: ทิ้งไว้แค่รอยเท้า ไม่ทิ้งร่องรอยทำร้ายธรรมชาติ

มณีรัตน์ พูลผล01-29

เสรีภาพในการท่องธรรมชาติ คือสิทธิ ไม่ใช่ข้ออ้างทำลายป่า

คำว่า Allemansrätten ในภาษาสวีเดน แปลตรงตัวได้ว่า “เสรีภาพในการท่องธรรมชาติ” หรือ the freedom to roam เป็นแนวคิดเรื่องสิทธิในการเข้าถึงธรรมชาติที่หยั่งรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมสวีเดน

สิทธินี้ได้รับการรับรองในกฎหมาย ให้ทุกคนสามารถออกไปสัมผัสธรรมชาติอันกว้างใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

หลายประเทศก็มีแนวคิดคล้ายกัน แต่ในสวีเดนถือว่าเปิดกว้างเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เดินผ่านที่ดินส่วนตัวได้เท่านั้น แต่ยังสามารถตั้งแคมป์ชั่วคราวได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตล่วงหน้าในบางพื้นที่ด้วย

Leave nothing but footprints: ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า

Leave nothing but footprints – ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า

โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวแบบมีสติ รักการผจญภัยไปพร้อมกับการรักษาธรรมชาติให้คงอยู่สวยงามต่อไป

Fjällräven เชื่อว่าการได้ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางป่า ภูเขา แม่น้ำ และท้องฟ้า ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอม และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะ เคารพธรรมชาติจากใจจริง

แต่การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็มี “ความรับผิดชอบ” แนบมาด้วยเสมอ นักเดินป่าที่ดีควรทิ้งจุดตั้งแคมป์ไว้ในสภาพ ไม่ต่างจากตอนที่มาถึง หรือดีกว่าเดิม หากเราเก็บกวาด ปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนจากไป

Fjällräven Classic กับการสร้างวัฒนธรรมเคารพธรรมชาติ

Fjällräven Classic ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมเดินป่า แต่มันคือพื้นที่ที่สร้างวัฒนธรรมให้คน

  • เคารพธรรมชาติ

  • ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คิด

  • คืนความสะอาดให้เส้นทางที่เราเดินผ่าน

แนวทางที่เน้นสอนนักเดินป่า มีตั้งแต่

  • การจัดการขยะให้ถูกวิธี

  • การเดินตามเส้นทางที่ช่วยให้ธรรมชาติฟื้นตัวและเติบโตได้

  • การกางเต็นท์โดยไม่ทำลายพืชพรรณและผืนดินเกินจำเป็น

  • การให้ความสำคัญกับการเก็บขยะตามเส้นทางระหว่างเดินป่า

ในบางกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับ ถุงเก็บขยะที่มีโลโก้ Fjällräven พร้อมมีการจัดแข่งขันเก็บขยะ เพื่อจูงใจให้ทุกคนช่วยกันทำให้เส้นทางสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่านักเดินป่ามีทั้ง ความรู้ และอุปกรณ์ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติให้เหลือน้อยที่สุด

เมื่อจำนวนนักเดินป่ามากขึ้นทุกปี แนวทางเชิงชัดเจนในการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบจึงไม่ใช่แค่เรื่องดี แต่เป็นเรื่อง จำเป็น

ร่วมมือกับ Leave No Trace: เปลี่ยนหลักการให้กลายเป็นพฤติกรรม

ในสหรัฐอเมริกา Fjällräven ได้ร่วมงานกับองค์กร Leave No Trace ซึ่งได้สรุปแนวคิดออกมาเป็นคู่มือภาคปฏิบัติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ “The Seven Principles of Leave No Trace” หรือ “หลักเจ็ดประการของการท่องเที่ยวแบบไม่ทิ้งร่องรอย”

หลักการเหล่านี้สำคัญกับทุกคนที่ออกเดินทางในธรรมชาติ ตั้งแต่สายแคมป์สบายๆ ไปจนถึงนักเดินเทรคสายโหด และยิ่งสำคัญมากในกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอย่าง Fjällräven Classic ที่พาผู้คนเข้าไปสัมผัสพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์

หลักเจ็ดประการของการท่องเที่ยวแบบไม่ทิ้งร่องรอย

1. Plan ahead and prepare – วางแผนล่วงหน้าให้ดี

ก่อนจะสะพายเป้ขึ้นหลัง อย่าลืมวางแผนให้รอบด้าน

  • ศึกษาข้อมูลพื้นที่ที่จะไป

  • ดูแผนที่และเส้นทาง

  • อ่านข้อกำหนดหรือคำแนะนำจากพื้นที่นั้น

ยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถลดผลกระทบต่อธรรมชาติได้มากเท่านั้น

2. Travel and camp on durable surfaces – เดินและตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่รองรับได้

  • ใช้เส้นทางเดินที่มีอยู่แล้ว ไม่ลัดป่า เปิดทางใหม่โดยไม่จำเป็น

  • เคารพกฎของพื้นที่ เช่น จุดที่อนุญาตให้ตั้งแคมป์

  • เลือกตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่เคยถูกใช้งานมาก่อน หรือพื้นแข็ง เช่น ดินกรัง กรวด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายพืชพรรณที่เปราะบาง

การรักษาเส้นทางเดิมเอาไว้ คือการช่วยให้ธรรมชาติรอบๆ ได้ฟื้นตัวและเติบโตต่อไป

3. Dispose of waste properly – กำจัดขยะอย่างถูกวิธี

ทุกอย่างที่เราเอาเข้าไปในป่า ต้องพร้อมเอาออกมาด้วยเสมอ

  • เก็บขยะของตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะชิ้นเล็กแค่ไหน

  • วางแผนมื้ออาหารเพื่อลดขยะส่วนเกิน

  • พกถุงขยะไปด้วยเสมอ เพื่อเก็บทั้งขยะของเรา และขยะที่เจอตามทาง

4. Leave What You Find – สิ่งของจากธรรมชาติควรอยู่ที่เดิม

ส่วนหนึ่งของเสน่ห์การเดินป่า คือการได้เจออะไรที่ไม่คาดคิดระหว่างทาง

แต่ไม่ว่าเราจะเจอ

  • หินรูปทรงแปลกตา

  • ดอกไม้หายาก

  • วัตถุโบราณ

ทั้งหมดนี้ควรถูกปล่อยให้ อยู่ในที่ของมัน เพื่อให้ผู้มาเยือนคนต่อไปได้มีโอกาสสัมผัสความรู้สึกแบบเดียวกับเรา ไม่ใช่เจอแค่ร่องรอยว่ามีคนเอาไปแล้ว

5. Minimise campfire impact – ก่อกองไฟอย่างรับผิดชอบ

การนั่งล้อมกองไฟคือโมเมนต์ในฝันของหลายคน แต่ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็อาจทิ้งร่องรอยทำลายธรรมชาติได้ยาวนาน

  • ก่อไฟเฉพาะในพื้นที่ที่อนุญาต

  • เลือกใช้จุดที่มีการจัดการไว้แล้ว เช่น เตาไฟหรือหลุมไฟเดิม

  • มั่นใจว่าพื้นที่นั้นมีฟืนเพียงพอ โดยไม่ทำลายระบบนิเวศในระยะยาว

ถ้าเป็นไปได้ ใช้เตาแก๊สแคมป์ปิ้งแทนการก่อกองไฟ ก็ช่วยลดผลกระทบได้มาก

6. Respect wildlife – เคารพและอย่ารบกวนสัตว์ป่า

ป่าคือบ้านของสัตว์ป่า เราเป็นแค่แขกชั่วคราว

  • สังเกตพวกเขาอย่างเงียบๆ จากระยะที่ปลอดภัย

  • อย่าเข้าใกล้เพียงเพราะอยาก “ดูให้ชัด” หรือถ่ายรูปสวยๆ

  • ห้ามจับ ให้อาหาร หรือพยายามปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด

การเคารพระยะห่าง คือการเคารพชีวิตของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่นั้น

7. Be considerate of other visitors – คิดถึงคนอื่นที่ใช้เส้นทางเดียวกัน

ธรรมชาติจะสวยขึ้น หากคนที่ใช้พื้นที่ร่วมกันมีมารยาทต่อกัน

  • หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังจนรบกวนคนอื่น

  • หากพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย ต้องควบคุมให้อยู่ในความดูแลเสมอ

  • ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียน ไม่ทำให้คนอื่นต้องมารับผลจากการกระทำของเรา

มารยาทบนเส้นทางเดินป่า คืออีกหนึ่งวิธีแสดงความเคารพต่อทั้งธรรมชาติและเพื่อนร่วมทาง

สรุป: รอยเท้าของเรา ไม่ควรทิ้งรอยแผลให้ธรรมชาติ

ทุกก้าวที่เราเดินเข้าไปในป่า คือการเข้าไปในพื้นที่ที่ธรรมชาติดูแลมานานกว่ามนุษย์จะมีแผนที่ด้วยซ้ำ

ถ้าเราเชื่อว่าการเดินป่า เทรคกิ้ง และการใช้เวลาในธรรมชาติทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ยิ่งควรตอบแทนธรรมชาติด้วยการออกเดินอย่างมีสติ

  • วางแผนให้ดี

  • ใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง

  • ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้าที่ลบเลือนได้

เดินป่าให้เต็มหัวใจ แต่ไม่ทิ้งร่องรอยให้ธรรมชาติต้องรับภาระแทนเรา