เสรีภาพในการท่องธรรมชาติ คือสิทธิ ไม่ใช่ข้ออ้างทำลายป่า
คำว่า Allemansrätten ในภาษาสวีเดน แปลตรงตัวได้ว่า “เสรีภาพในการท่องธรรมชาติ” หรือ the freedom to roam เป็นแนวคิดเรื่องสิทธิในการเข้าถึงธรรมชาติที่หยั่งรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมสวีเดน
สิทธินี้ได้รับการรับรองในกฎหมาย ให้ทุกคนสามารถออกไปสัมผัสธรรมชาติอันกว้างใหญ่ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
หลายประเทศก็มีแนวคิดคล้ายกัน แต่ในสวีเดนถือว่าเปิดกว้างเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เดินผ่านที่ดินส่วนตัวได้เท่านั้น แต่ยังสามารถตั้งแคมป์ชั่วคราวได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตล่วงหน้าในบางพื้นที่ด้วย
Leave nothing but footprints: ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า
Leave nothing but footprints – ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า
โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อชวนทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยวแบบมีสติ รักการผจญภัยไปพร้อมกับการรักษาธรรมชาติให้คงอยู่สวยงามต่อไป
Fjällräven เชื่อว่าการได้ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางป่า ภูเขา แม่น้ำ และท้องฟ้า ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอม และค่อยๆ เรียนรู้ที่จะ เคารพธรรมชาติจากใจจริง
แต่การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็มี “ความรับผิดชอบ” แนบมาด้วยเสมอ นักเดินป่าที่ดีควรทิ้งจุดตั้งแคมป์ไว้ในสภาพ ไม่ต่างจากตอนที่มาถึง หรือดีกว่าเดิม หากเราเก็บกวาด ปรับพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนจากไป
Fjällräven Classic กับการสร้างวัฒนธรรมเคารพธรรมชาติ
Fjällräven Classic ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมเดินป่า แต่มันคือพื้นที่ที่สร้างวัฒนธรรมให้คน
เคารพธรรมชาติ
ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คิด
คืนความสะอาดให้เส้นทางที่เราเดินผ่าน
แนวทางที่เน้นสอนนักเดินป่า มีตั้งแต่
การจัดการขยะให้ถูกวิธี
การเดินตามเส้นทางที่ช่วยให้ธรรมชาติฟื้นตัวและเติบโตได้
การกางเต็นท์โดยไม่ทำลายพืชพรรณและผืนดินเกินจำเป็น
การให้ความสำคัญกับการเก็บขยะตามเส้นทางระหว่างเดินป่า
ในบางกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับ ถุงเก็บขยะที่มีโลโก้ Fjällräven พร้อมมีการจัดแข่งขันเก็บขยะ เพื่อจูงใจให้ทุกคนช่วยกันทำให้เส้นทางสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้
นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่านักเดินป่ามีทั้ง ความรู้ และอุปกรณ์ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติให้เหลือน้อยที่สุด
เมื่อจำนวนนักเดินป่ามากขึ้นทุกปี แนวทางเชิงชัดเจนในการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบจึงไม่ใช่แค่เรื่องดี แต่เป็นเรื่อง จำเป็น
ร่วมมือกับ Leave No Trace: เปลี่ยนหลักการให้กลายเป็นพฤติกรรม
ในสหรัฐอเมริกา Fjällräven ได้ร่วมงานกับองค์กร Leave No Trace ซึ่งได้สรุปแนวคิดออกมาเป็นคู่มือภาคปฏิบัติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ “The Seven Principles of Leave No Trace” หรือ “หลักเจ็ดประการของการท่องเที่ยวแบบไม่ทิ้งร่องรอย”
หลักการเหล่านี้สำคัญกับทุกคนที่ออกเดินทางในธรรมชาติ ตั้งแต่สายแคมป์สบายๆ ไปจนถึงนักเดินเทรคสายโหด และยิ่งสำคัญมากในกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอย่าง Fjällräven Classic ที่พาผู้คนเข้าไปสัมผัสพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์
หลักเจ็ดประการของการท่องเที่ยวแบบไม่ทิ้งร่องรอย
1. Plan ahead and prepare – วางแผนล่วงหน้าให้ดี
ก่อนจะสะพายเป้ขึ้นหลัง อย่าลืมวางแผนให้รอบด้าน
ศึกษาข้อมูลพื้นที่ที่จะไป
ดูแผนที่และเส้นทาง
อ่านข้อกำหนดหรือคำแนะนำจากพื้นที่นั้น
ยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถลดผลกระทบต่อธรรมชาติได้มากเท่านั้น

2. Travel and camp on durable surfaces – เดินและตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่รองรับได้
ใช้เส้นทางเดินที่มีอยู่แล้ว ไม่ลัดป่า เปิดทางใหม่โดยไม่จำเป็น
เคารพกฎของพื้นที่ เช่น จุดที่อนุญาตให้ตั้งแคมป์
เลือกตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่เคยถูกใช้งานมาก่อน หรือพื้นแข็ง เช่น ดินกรัง กรวด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายพืชพรรณที่เปราะบาง
การรักษาเส้นทางเดิมเอาไว้ คือการช่วยให้ธรรมชาติรอบๆ ได้ฟื้นตัวและเติบโตต่อไป
3. Dispose of waste properly – กำจัดขยะอย่างถูกวิธี
ทุกอย่างที่เราเอาเข้าไปในป่า ต้องพร้อมเอาออกมาด้วยเสมอ
เก็บขยะของตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะชิ้นเล็กแค่ไหน
วางแผนมื้ออาหารเพื่อลดขยะส่วนเกิน
พกถุงขยะไปด้วยเสมอ เพื่อเก็บทั้งขยะของเรา และขยะที่เจอตามทาง

4. Leave What You Find – สิ่งของจากธรรมชาติควรอยู่ที่เดิม
ส่วนหนึ่งของเสน่ห์การเดินป่า คือการได้เจออะไรที่ไม่คาดคิดระหว่างทาง
แต่ไม่ว่าเราจะเจอ
หินรูปทรงแปลกตา
ดอกไม้หายาก
วัตถุโบราณ
ทั้งหมดนี้ควรถูกปล่อยให้ อยู่ในที่ของมัน เพื่อให้ผู้มาเยือนคนต่อไปได้มีโอกาสสัมผัสความรู้สึกแบบเดียวกับเรา ไม่ใช่เจอแค่ร่องรอยว่ามีคนเอาไปแล้ว
5. Minimise campfire impact – ก่อกองไฟอย่างรับผิดชอบ
การนั่งล้อมกองไฟคือโมเมนต์ในฝันของหลายคน แต่ถ้าทำไม่ถูกวิธี ก็อาจทิ้งร่องรอยทำลายธรรมชาติได้ยาวนาน
ก่อไฟเฉพาะในพื้นที่ที่อนุญาต
เลือกใช้จุดที่มีการจัดการไว้แล้ว เช่น เตาไฟหรือหลุมไฟเดิม
มั่นใจว่าพื้นที่นั้นมีฟืนเพียงพอ โดยไม่ทำลายระบบนิเวศในระยะยาว
ถ้าเป็นไปได้ ใช้เตาแก๊สแคมป์ปิ้งแทนการก่อกองไฟ ก็ช่วยลดผลกระทบได้มาก
6. Respect wildlife – เคารพและอย่ารบกวนสัตว์ป่า
ป่าคือบ้านของสัตว์ป่า เราเป็นแค่แขกชั่วคราว
สังเกตพวกเขาอย่างเงียบๆ จากระยะที่ปลอดภัย
อย่าเข้าใกล้เพียงเพราะอยาก “ดูให้ชัด” หรือถ่ายรูปสวยๆ
ห้ามจับ ให้อาหาร หรือพยายามปฏิสัมพันธ์กับสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด
การเคารพระยะห่าง คือการเคารพชีวิตของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่นั้น
7. Be considerate of other visitors – คิดถึงคนอื่นที่ใช้เส้นทางเดียวกัน
ธรรมชาติจะสวยขึ้น หากคนที่ใช้พื้นที่ร่วมกันมีมารยาทต่อกัน
หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังจนรบกวนคนอื่น
หากพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย ต้องควบคุมให้อยู่ในความดูแลเสมอ
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทิ้งขยะ ไม่ขีดเขียน ไม่ทำให้คนอื่นต้องมารับผลจากการกระทำของเรา
มารยาทบนเส้นทางเดินป่า คืออีกหนึ่งวิธีแสดงความเคารพต่อทั้งธรรมชาติและเพื่อนร่วมทาง
สรุป: รอยเท้าของเรา ไม่ควรทิ้งรอยแผลให้ธรรมชาติ
ทุกก้าวที่เราเดินเข้าไปในป่า คือการเข้าไปในพื้นที่ที่ธรรมชาติดูแลมานานกว่ามนุษย์จะมีแผนที่ด้วยซ้ำ
ถ้าเราเชื่อว่าการเดินป่า เทรคกิ้ง และการใช้เวลาในธรรมชาติทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ยิ่งควรตอบแทนธรรมชาติด้วยการออกเดินอย่างมีสติ
วางแผนให้ดี
ใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง
ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้าที่ลบเลือนได้
เดินป่าให้เต็มหัวใจ แต่ไม่ทิ้งร่องรอยให้ธรรมชาติต้องรับภาระแทนเรา

