Southeast Asia Blockchain Week 2025: เวทีที่เปลี่ยนกรุงเทพสู่ฮับ Web3
กรุงเทพฯ ประเทศไทย กำลังถูกดันขึ้นสู่เวทีโลกในฐานะศูนย์กลางใหม่ของบล็อกเชนและ Web3 ด้วยการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Southeast Asia Blockchain Week (SEABW) 2025 ครั้งที่ 2
งานนี้ไม่ใช่แค่งานประชุมธรรมดา แต่คือเวทีระดับภูมิภาคที่ขับเคลื่อนบทสนทนาเรื่องการนำบล็อกเชนไปใช้จริง อนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์ ที่พร้อมต่อยอดอิทธิพลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ระดับโลก
SEABW 2025 จะจัดขึ้นระหว่าง 30 มีนาคม – 5 เมษายน 2568 โดยมีการประชุมใหญ่ในวันที่ 2 – 3 เมษายน 2568 ณ TRUE ICON Hall, ICONSIAM ใจกลางกรุงเทพมหานคร
งานนี้ถูกวางตัวให้เป็นจุดนัดพบของ
กูรูและผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนระดับแนวหน้าทั่วโลก
นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบาย
ผู้พัฒนาและนวัตกรสาย Web3
ทั้งหมดมารวมตัวกันใต้หลังคาเดียวกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในฮับสำคัญของวงการบล็อกเชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
งานนี้ยังถูกมองว่าเป็นเวทีโชว์ศักยภาพด้าน
กฎระเบียบและการกำกับดูแล
การปรับตัวของสถาบันการเงิน
บทบาทเชิงกลยุทธ์ของภูมิภาคในฐานะ Web3 powerhouse
เวทีผู้นำวงการ: จากคริปโตสู่โครงสร้างพื้นฐานจริง
ในงานแถลงข่าวเปิดตัว SEABW 2025 ผู้นำองค์กรระดับแนวหน้าทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนอย่าง SCBX, Bitazza Thailand, Freedom World และ Cryptomind Group ขึ้นเวทีร่วมเสวนา แลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตของอุตสาหกรรม
ประเด็นที่ถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ได้แก่
ทิศทางตลาดคริปโตท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง
แนวโน้มและกรอบกฎระเบียบในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บทบาทของนักลงทุนรายย่อยเทียบกับนักลงทุนสถาบัน
การสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่เน้น การใช้งานจริง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงโมเดลความร่วมมือระหว่างผู้เล่นรายใหญ่ในภูมิภาค เพื่อผลักดันนวัตกรรมให้เติบโตในตลาดที่แข่งขันสูง แต่ยังคงรักษาความยั่งยืนระยะยาวของอุตสาหกรรม
เสียงจาก Hashed และ ShardLab: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมขึ้นเวทีโลก

บนเวทีเปิดงาน คุณไรอัน คิม (Ryan Kim) ผู้ร่วมก่อตั้ง Hashed และ คุณโฮจิน คิม (Hojin Kim) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ShardLab ต่างชี้ให้เห็นตรงกันว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นหนึ่งในหัวใจของอุตสาหกรรมบล็อกเชนและ Web3
ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้น คือ
การสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่แข็งแรง ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การเทรด แต่ต้องรองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
บทบาทของ ShardLab ในฐานะศูนย์วิจัยและพัฒนา Web3 ที่ช่วยเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับศักยภาพของภูมิภาคนี้
การเชื่อมโยงระหว่างโปรโตคอลระดับสากลและผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาค เพื่อผลักดัน เศรษฐกิจดิจิทัลและการเงินแบบกระจายศูนย์ ให้เติบโตอย่างมีทิศทาง
ทั้งสองยังมองว่า SEABW 2025 จะกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับนักคิด นักสร้าง และนักลงทุน ที่ต้องการร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมบล็อกเชนในเวทีโลก
Bitazza: ดึงผู้ใช้งานไทยสู่เวทีระดับภูมิภาค
คุณธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitazza Thailand มองว่า SEABW 2025 คือสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างชุมชนผู้ใช้งานในไทยกับเวทีบล็อกเชนระดับภูมิภาค
สารหลักที่ส่งออกจากฝั่ง Bitazza คือ
Bitazza มองตัวเองเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย พร้อมภารกิจผลักดันการใช้งานจริงในวงกว้าง
เป้าหมายคือ ให้ความรู้และเครื่องมือ แก่ผู้ใช้งาน เพื่อก้าวสู่อนาคตของบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมั่นใจ
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นผู้นำด้านการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนและการเงินดิจิทัล ด้วยกรอบนโยบายที่ค่อนข้างก้าวหน้าและระบบนิเวศคริปโตที่เติบโตเร็ว
SEABW 2025 จึงถูกมองว่าเป็นเวทีโชว์ศักยภาพของไทยต่อสายตาผู้เล่นระดับโลก และช่วยเปิดประตูเชื่อมโยงนวัตกรรมสากลเข้ากับตลาดไทยโดยตรง
SCBX: เมื่อโลกการเงินเก่าจับมือโลกการเงินใหม่
คุณรวมพร ศิระธนาพันธ์ Blockchain & Digital Asset Lead, SCBX ชี้ให้เห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนว่า การเงินดิจิทัลจะไม่ใช่เรื่องของโลกใหม่หรือโลกเก่าเพียงฝั่งเดียว แต่คือการทำงานร่วมกันของทั้งสองระบบ
สารที่ถูกส่งผ่านเวที SEABW คือ
การเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) และนวัตกรรมบล็อกเชนจำเป็นต้องเดินไปด้วยกัน
SEABW เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่ให้สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้สร้างนวัตกรรมมานั่งคุยในโต๊ะเดียวกัน
ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการกำหนดทิศทาง เศรษฐกิจดิจิทัล
เป้าหมายของ SCBX คือ คิดและสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่หนุนให้ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันระบบนิเวศบริการทางการเงินให้ทันกับยุค Web3
Cryptomind: จากชุมชนคริปโตสู่ผู้นำด้านที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล
ฝั่ง คุณสัญชัย ปอปลี Group CEO, Cryptomind สะท้อนเส้นทางจากชุมชนสู่บริษัทที่ปรึกษาและบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลระดับแถวหน้าของไทย
มุมมองสำคัญของ Cryptomind ต่อ SEABW คือ
งานนี้คือจุดเชื่อมระหว่างนักลงทุน ผู้สร้างโปรเจกต์ และผู้กำหนดนโยบาย ในการร่วมออกแบบอนาคตของบล็อกเชน
การศึกษาและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ คือกุญแจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน
ภารกิจของ Cryptomind คือช่วยให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันมีข้อมูลและกรอบคิดที่ถูกต้องเพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
เป้าหมายระยะยาวคือการร่วมมือกับผู้นำทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค เพื่อผลักดันให้วงการสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยก้าวทันและเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
The Southeast Asian Way: สไตล์ Web3 แบบอาเซียน

การประชุมหลักของ SEABW 2025 ในวันที่ 2–3 เมษายน 2568 ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Southeast Asian Way”
ธีมนี้สะท้อนเอกลักษณ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในโลก Web3 ทั้งในมิติของ
ความคิดสร้างสรรค์ที่มาจากชุมชน
นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนจากฐานผู้ใช้งานจริง
สไตล์การทำธุรกิจของผู้ประกอบการในภูมิภาคที่มีสีสันและความยืดหยุ่นสูง
ไฮไลต์เนื้อหาหลักของงาน ครอบคลุม 6 แกนสำคัญ ได้แก่
การกำกับดูแลและกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล
การเชื่อมโลกการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) เข้ากับ DeFi
อุตสาหกรรมเกมและ NFT
บทบาทของชุมชนในโลก Web3
การผสานพลังระหว่าง AI และบล็อกเชน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีในระดับโปรโตคอลและระบบนิเวศ
ผู้เข้าร่วมไม่ได้แค่ฟังเสวนา แต่ยังจะได้สัมผัสกับ
เวิร์กช็อปแบบลงมือทำจริง
เดโมเทคโนโลยีและโซลูชันจากโปรเจกต์ชั้นนำ
โอกาสสร้างคอนเนกชันกับนักลงทุน ผู้พัฒนา และผู้นำวงการจากหลายประเทศ
ทำไม SEABW 2025 ถึงเป็นงานที่ควรจับตา

SEABW 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานประชุมอีกงานหนึ่งในปฏิทินบล็อกเชน แต่กำลังถูกวางให้เป็น แพลตฟอร์มหลักของภูมิภาคในการสร้างสรรค์และร่วมมือ เพื่อกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมนี้
สำหรับคนในวงการ บทบาทของงานนี้ชัดเจนมากในหลายมิติ
ด้านผู้กำหนดนโยบาย: เป็นเวทีรับฟังมุมมองจากทั้งผู้ให้บริการ สถาบันการเงิน และนักพัฒนา
ด้านนักลงทุน: คือโอกาสในการมองเห็นเทรนด์เชิงลึก และพบเจอโครงการที่มีศักยภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ด้านผู้สร้างและนักพัฒนา: เป็นจุดต่อยอดไอเดีย สร้างเครือข่าย และทดสอบการตอบรับจากตลาดจริง
โจทย์ใหญ่ของ SEABW 2025 คือการเปลี่ยนจาก “กระแสคริปโต” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง” ในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ใครอยู่เบื้องหลัง: ShardLab, Hashed และ Bitazza
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวของ SEABW 2025 ยังมีองค์กรสำคัญที่ช่วยผลักดันระบบนิเวศ Web3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง
ShardLab
ทำหน้าที่เป็นศูนย์นวัตกรรมภายใต้ Hashed บริษัท Venture Capital สาย Web3 ระดับโลก
มุ่งสร้างและผลักดันระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Web3
เป้าหมายใหญ่คือเร่งให้การใช้งาน Web3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตแบบมีคุณภาพ
Hashed
ก่อตั้งในปี 2017 ในฐานะบริษัทร่วมทุนที่โฟกัสเทคโนโลยีบล็อกเชน
ลงทุนและวิจัยในสตาร์ทอัพและโครงการกระจายศูนย์ทั่วโลก
มีสำนักงานในหลายเมืองสำคัญ ทั้งโซล ซานฟรานซิสโก สิงคโปร์ บังกาลอร์ และอาบูดาบี สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายระดับสากล
Bitazza Thailand
เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชั้นนำของไทย และถูกเลือกให้เป็นพันธมิตรชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นทางการสำหรับ SEABW 2025
เปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2019 และถือเป็นผู้บุกเบิกสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ
ได้รับใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต.
ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมากกว่า 2 ล้านครั้ง และเปิดให้ซื้อขายเหรียญมากกว่า 100 รายการ
ยังคงเดินหน้าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ผลักดันการใช้งาน Web3 และให้ข้อมูลเชิงลึกด้านระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
สรุป: กรุงเทพกำลังจะถูกจารึกบนแผนที่ Web3 โลก
เมื่อดูจากภาพรวม ทั้งระดับผู้เล่น เนื้อหางาน และความตั้งใจของผู้จัด SEABW 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดคอนเฟอเรนซ์เพิ่มอีกหนึ่งงาน แต่คือการประกาศตัวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะพลังใหม่ของโลกบล็อกเชน
และกรุงเทพฯ ก็กำลังถูกผลักให้ขึ้นมายืนแถวหน้าในบทบาทฮับของภูมิภาคนี้อย่างเต็มตัว
สำหรับใครที่อยู่ในสายบล็อกเชน Web3 คริปโต หรือการเงินดิจิทัล นี่คือหนึ่งในงานที่ควรจับตาให้ดี เพราะหลายดีล หลายไอเดีย และหลายพันธมิตรใหม่ของภูมิภาค อาจเริ่มต้นจากเวทีนี้ได้อย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลังมากทีเดียว
