รับแอปรับแอป

โครันเคใบไม้แดง 4,000 ต้น หุบเขาที่ทำให้คุณตกหลุมรักฤดูใบไม้ร่วงญี่ปุ่น

ธวัชชัย ศรีสุข01-31

โครันเค: หุบเขาใบไม้แดงที่เกิดจาก “ศรัทธา” มาก่อนความสวย

โครันเค (Korankei / 香嵐渓) ไม่ได้เป็นแค่จุดชมใบไม้แดงสวย ๆ ในไอจิเท่านั้น แต่คือผลลัพธ์ของความศรัทธาที่ยาวนานเกือบ 400 ปี

ตำนานเริ่มจากพระซังเอ แห่งวัดโคเซคิจิ ที่เริ่มปลูกต้นเมเปิลต้นแรกในปี ค.ศ. 1634 แล้วชวนชาวบ้านมาช่วยกันปลูก จนผืนป่าธรรมดากลายเป็นป่าเมเปิลกว่า 4,000 ต้น ที่ผลัดใบพร้อมกันในฤดูใบไม้ร่วง รังสรรค์ให้โครันเคกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายใบไม้เปลี่ยนสีที่มีทั้งเรื่องเล่าและบรรยากาศสุดละเมียด

โครันเคตั้งอยู่ในเมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ ภูมิภาคชูบุ เป็นจุดหมายยอดฮิตของนักเดินทางที่อยากสัมผัสเสน่ห์ใบไม้แดงของญี่ปุ่นตอนกลางแบบจัดเต็ม

ที่นี่จะคึกคักสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน เมื่อหุบเขาเปลี่ยนเป็นทะเลสีแดง ส้ม เหลือง จากเมเปิลนับพันต้น ไล่เฉดสีไปตามแนวเขาและแม่น้ำอย่างงดงาม

เสน่ห์โครันเค: หุบเขาที่ใบไม้แดงและชีวิตผู้คนอยู่ร่วมกัน

โครันเคเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เพราะสีสันของใบเมเปิล แต่เพราะ ภูมิประเทศหลากมิติ ที่ช่วยขับให้ความสวยนั้นโดดเด่นยิ่งขึ้น

โครันเคตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติไอชิโคเง็น รายล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำใส เป็นที่พักใจของคนที่อยากหนีจากชีวิตเมือง แล้วมาซึมซับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงอย่างแท้จริง

ใบเมเปิลจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นแดง ส้ม เหลือง คลุมไปทั้งหุบเขา ราวกับภาพวาดที่มีชีวิต เดินไปมุมไหนก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโปสการ์ด

ทำไมโครันเคถึงฮิตสุด ๆ ในช่วงใบไม้ร่วง

เสน่ห์ของโครันเคไม่ได้อยู่แค่จำนวนต้นไม้ แต่คือการผสมผสานของ

  • สะพานไม้สีแดงตัดกับใบไม้

  • วัดเก่าแก่บนเชิงเขา

  • แม่น้ำโทโมเอะใสแจ๋ว

  • เส้นทางเดินชมใบไม้ที่คดเคี้ยวไปตามภูเขา

ทั้งหมดช่วยให้วิวของโครันเคมีมิติ และแตกต่างจากจุดชมใบไม้แดงอื่น ๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วง กลาง–ปลายเดือนพฤศจิกายน ที่สีสันเข้าสู่พีคแบบพร้อมเพรียง ทั้งหุบเขาจะสว่างวาบไปด้วยโทนสีอบอุ่นสุดโรแมนติก

ตำนานใบไม้แดง 4,000 ต้นของโครันเค

ความงามของโครันเคในวันนี้ เริ่มต้นจากการลงมือปลูกเพียงไม่กี่ต้นเมื่อเกือบ 4 ศตวรรษก่อน

  • ยุคเอโดะ ปี ค.ศ. 1634 พระซังเอ (Sanei) เจ้าอาวาสรูปที่ 11 แห่งวัดโคเซคิจิ บนเชิงเขาอีโมริ ปลูกต้นเมเปิลรอบวัด

  • ท่านตั้งจิตอธิษฐานให้ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุข

  • ชาวบ้านเห็นคุณค่า จึงร่วมกันปลูกเพิ่มทีละนิด จนกลายเป็นผืนป่าเมเปิลกว่า 4,000 ต้นในปัจจุบัน

วัดโคเซคิจิในวันนี้ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวใบไม้แดงที่มองเห็นหุบเขาโครันเคได้อย่างสวยเต็มตา ที่นี่คือการอยู่ร่วมกันของศรัทธาและธรรมชาติแบบที่สัมผัสได้จริง ไม่ใช่แค่ในหนังสือท่องเที่ยว

เทศกาล Momiji Matsuri: เมื่อโครันเคสว่างไสวทั้งกลางวันและกลางคืน

ทุกเดือนพฤศจิกายน โครันเคจะจัดเทศกาลใบไม้แดง Korankei Momiji Matsuri บรรยากาศจะคึกคักไปด้วย

  • ร้านอาหารพื้นบ้าน และของกินเล่นสไตล์ญี่ปุ่นท้องถิ่น

  • การแสดงดนตรีและการละเล่นแบบดั้งเดิม

  • การประดับไฟ Light-up ยามค่ำคืนที่ทำให้ทั้งหุบเขาโรแมนติกเป็นพิเศษ

เหมาะมากสำหรับ

  • เดินเล่นชิล ๆ ใต้ต้นเมเปิล

  • ถ่ายภาพเก็บความทรงจำ

  • นั่งพักจิบลมหายใจฤดูใบไม้ร่วงแบบไม่ต้องรีบ

สะพานไทเกะสึเคียว: แลนด์มาร์กที่ต้องมีในรูป

สะพานไม้ ไทเกะสึเคียว (Taigetsukyo Bridge) คือสัญลักษณ์ของโครันเคที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูป

  • ตัวสะพานสีแดงสดพาดผ่านแม่น้ำโทโมเอะ (Tomoe River / 巴川)

  • สายน้ำใสสะท้อนสีใบไม้และท้องฟ้าอย่างชัดเจน

  • มุมมองจากบนสะพาน หรือจากริมแม่น้ำด้านล่าง ล้วนเป็นภาพจำที่ต้องมีในกล้องของนักเดินทาง

ถ้าอยากได้ภาพ “โครันเคในแบบโปสการ์ด” ให้ลองถ่ายมุมที่เห็นสะพานแดง แม่น้ำ และภูเขาใบไม้แดงอยู่ในเฟรมเดียวกัน รับรองคือช็อตปิดทริปที่สวยจำไม่ลืม

เส้นทางเดินชมใบไม้: สวรรค์ของสายเดินป่าและคนรักรูป

เส้นทางเดินเท้าในโครันเคจะพาคุณผ่านป่าเมเปิลกว่า 4,000 ต้น มีทั้งสายเดินสั้น ๆ แบบสบาย ๆ และเส้นทางที่ลัดเลาะรอบหุบเขาให้ฟีลใกล้เคียงเทรคกิ้งเบา ๆ

ระหว่างทาง คุณจะได้เจอ

  • เฉดสีใบไม้ที่เปลี่ยนไปทุกวัน

  • วิวแม่น้ำกับสะพานในมุมสวย ๆ

  • จุดถ่ายรูปที่ถูกใจทั้งสายกล้องมือถือและช่างภาพจริงจัง

โดยเฉพาะมุมเด็ดอย่าง

  • สะพานไทเกะสึเคียว (Taigetsukyo Bridge)

  • ทางเดินเลียบแม่น้ำโทโมเอะ

  • จุดชมวิวจากวัดโคเซคิจิ

  • “อุโมงค์เมเปิล” ที่ต้นไม้โน้มเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์สีแดง

คนรักการเดินป่าแบบชิล ๆ กับคนรักกล้องจะตกหลุมรักโครันเคได้ไม่ยากเลย

หมู่บ้านซันชู อาสุเกะ ยาชิกิ: ย้อนเวลาไปยุคเอโดะ

ไม่ไกลจากโครันเคคือหมู่บ้านวัฒนธรรมโบราณ ซันชู อาสุเกะ ยาชิกิ (Sanshu Asuke Yashiki) ที่จำลองบรรยากาศญี่ปุ่นยุคเอโดะเอาไว้ครบเครื่อง

กิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น

  • การย้อมผ้าแบบดั้งเดิม

  • การสานไม้ไผ่

  • การทำโกเฮโมจิด้วยตัวเอง

นักท่องเที่ยวสามารถลองลงมือทำจริง สัมผัสวิถีชีวิตญี่ปุ่นแบบโบราณได้มากกว่าการเดินมองเฉย ๆ

ของกินห้ามพลาดเมื่อมาโครันเค

โกเฮโมจิ – ข้าวปั้นย่างซอสมิโสะสูตรเข้ม

โกเฮโมจิคือข้าวปั้นที่บดแล้วปั้นเป็นแท่ง นำไปย่างไฟอ่อน ๆ ทาซอสมิโสะรสหวานเค็ม กลิ่นหอมติดใจ เป็นเมนูขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้

ปลาอะยุย่างเกลือ – ความอบอุ่นจากแม่น้ำโทโมเอะ

ปลาอะยุ หรือปลาหวาน เป็นปลาพื้นถิ่นเนื้อหวานนุ่ม นำมาย่างเกลือจนหนังกรอบ กลิ่นหอมเข้ากับอากาศเย็น ๆ ของฤดูใบไม้ร่วงได้ดีมาก

เมนูที่ไม่ควรพลาด

  • ปลาอะยุย่างเกลือร้อน ๆ

  • ข้าวโกเฮโมจิราดซอสมิโสะหวานเค็มเข้มข้น

ช่วงเทศกาลใบไม้แดงจะมีร้านค้าริมทางขายตลอดแนว เดินชมวิวไปกินไปคือฟีลที่ลงตัวสุด ๆ

วิธีเดินทางไปโครันเค

หุบเขาโครันเคตั้งอยู่ในเมืองอาสุเกะ (Asuke) เมืองโทโยตะ จังหวัดไอจิ ภูมิภาคชูบุ ประเทศญี่ปุ่น

พิกัด GPS ของโครันเค (Korankei / 香嵐渓): 35.133678° N, 137.301022° E

เดินทางจากนาโกย่าด้วยรถไฟ + รถบัส

  • นั่งรถไฟสาย Meitetsu หรือ JR ไปลงสถานี Toyotashi

  • จากนั้นต่อรถบัส Meitetsu สาย Korankei

  • ใช้เวลารวมประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง

ขับรถเองจากนาโกย่า

  • เช่ารถแล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 153

  • รอบโครันเคจะมีลานจอดรถหลายจุด

  • ช่วงเทศกาลจะมีเจ้าหน้าที่คอยโบกและอำนวยความสะดวกให้

สำหรับคนที่ชอบความยืดหยุ่น อยากแวะโน่นนี่ตามใจ การเช่ารถขับถือว่าสบายและคุ้มเวลา

สรุป: ทำไมโครันเคต้องอยู่ใน Bucket List ฤดูใบไม้ร่วง

โครันเคไม่ใช่แค่ “ที่ชมใบไม้แดงสวย ๆ” แต่คือ ประสบการณ์ครบสูตร

  • ธรรมชาติฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามระดับตำนาน

  • เส้นทางเดินเท้าที่พาเราเข้าไปอยู่กลางป่าเมเปิล 4,000 ต้น

  • เรื่องราวศรัทธาหลายร้อยปีจากวัดโคเซคิจิ

  • วิถีชีวิตท้องถิ่นและเมนูพื้นบ้านที่อร่อยจริงไม่จกตา

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูป สายเดินป่าเบา ๆ หรือสายหนีเมืองใหญ่ไปพักใจ โครันเคพร้อมจะเติมเต็มทริปญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงให้กลายเป็นความทรงจำที่คุณอยากกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

หากคุณกำลังเขียน Bucket List ฤดูใบไม้ร่วงของตัวเอง ลองเว้นช่องหนึ่งไว้ให้โครันเค แล้วค่อยกลับมาขอบคุณตัวเองทีหลังได้เลย