ดานังสะพานเชื่อมท่องเที่ยวไทย-เวียดนามและการลงทุนระหว่างประเทศ
ท่องเที่ยวไทย-เวียดนามและความร่วมมือการค้าคือการเชื่อมโยงพื้นที่ ดานังสะพานเชื่อม ระหว่างเมืองดานังกับคู่ค้าในไทยผ่านการพัฒนาตลาด การเชื่อมต่อเส้นทางบิน การขนส่ง และการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อเปิดช่องทางใหม่ทั้งด้านการเดินทาง การค้าระหว่างภูมิภาค และการสร้างฐานการผลิตที่รองรับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและโลกอย่างมีเป้าหมายชัดเจนและต่อเนื่อง. เมืองดานังประกาศชัดว่าต้องการขยายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในไทยให้กว้างและลึกกว่าเดิม โดยไม่ใช่แค่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่เน้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และการลงทุนที่เชื่อมตลาดเวียดนามกับภูมิภาคอาเซียนผ่านดานังสะพานเชื่อมเชิงยุทธศาสตร์. แนวทางนี้สะท้อนว่าการท่องเที่ยวและการค้าไม่ใช่สองเรื่องแยกกัน แต่เป็นคู่ขับเคลื่อนเดียวกันที่สร้างโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ภูมิภาค.

ดานังในฐานะศูนย์กลางท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ที่ธุรกิจไทยต้องมองใหม่
จุดแข็งของดานังคือการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของเวียดนามตอนกลางพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านที่พักและบริการที่พัฒนาต่อเนื่อง. เมื่อผสานกับจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมบริการและตลาดท่องเที่ยวของไทย การสร้างผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวร่วม เช่น เส้นทางบินตรง แพ็กเกจทริปหลายเมือง และห่วงโซ่บริการที่เชื่อมชายฝั่งเวียดนามตอนกลางกับเมืองท่องเที่ยวในไทย จึงไม่ใช่แค่โอกาส แต่เป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์. เมืองดานังยังวางตัวเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม โลจิสติกส์ การเงิน การค้า และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของธุรกิจไทยที่ต้องการขยายฐานในตลาดเวียดนามและใช้ การลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับบทบาทในอาเซียน. ถ้าภาคเอกชนไทยมองดานังเพียงเมืองท่องเที่ยวริมทะเล ก็เท่ากับมองข้ามประตูสู่โครงการโลจิสติกส์และเขตการค้าเสรีที่กำลังก่อตัว.

กลยุทธ์ “ประเทศไทยโฉมใหม่” กับการเจาะตลาดเวียดนามที่เปลี่ยนเร็ว
การท่องเที่ยวไทยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดเวียดนามอย่างชัดเจนผ่านงาน Incentive & Business Leisure Forum 2026–2027 ภายใต้ธีม “ประเทศไทยโฉมใหม่” จัดขึ้นที่นครโฮจิมินห์เพื่ออธิบายทิศทางใหม่ของผลิตภัณฑ์และนโยบายที่สอดคล้องกับตลาดเวียดนาม. กลยุทธ์นี้เปลี่ยนจากการขายรีสอร์ทแบบเดิม ไปสู่การขายประสบการณ์ที่ใช้เอกลักษณ์และเรื่องเล่าท้องถิ่นเป็นแกน ซึ่งตอบโจทย์นักเดินทางเวียดนามกลุ่มที่กลับมาเที่ยวไทย 2–4 ครั้งเพิ่มขึ้น 12.5% ในช่วงครึ่งปีแรก แม้จำนวนรวมจะลดลงเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025. ที่น่าสนใจคือรูปแบบการท่องเที่ยวของเวียดนามขยายจากการชมสถานที่ไปสู่โปรแกรมที่เน้นความบันเทิงเพิ่มขึ้น 7.48% เทศกาลวัฒนธรรมเพิ่ม 6.11% กิจกรรมเชิงแอดเวนเจอร์ 3.38% และการเดินทางเพื่อธุรกิจ 2.69% ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการไทยต้องออกแบบแพ็กเกจใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและต้องการประสบการณ์เฉพาะตัวในแต่ละทริป.

ความร่วมมือการค้าและฐานการผลิตในเวียดนาม: โอกาสหรือกับดักสำหรับธุรกิจไทย
อีกมิติที่สำคัญของตลาดเวียดนามสำหรับธุรกิจไทยคือการใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อเข้าถึงตลาดยุโรปผ่านข้อตกลงการค้าเสรี EVFTA ซึ่งยกเลิกภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งออกของเวียดนามไปยุโรปประมาณ 99% ทำให้สินค้าที่ผลิตในเวียดนามมีต้นทุนแข่งขันมากขึ้นในยุโรป และเปิดช่องให้โรงงานของธุรกิจไทยในเวียดนามใช้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวได้. แต่โอกาสนี้ไม่ใช่ทางลัดที่ทุกสินค้าจะใช้ได้ทันที กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทยแนะนำให้ธุรกิจประเมินต้นทุน ภาษี กฎแหล่งกำเนิดสินค้า และมาตรฐานแยกตามแต่ละผลิตภัณฑ์ รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่ยุโรปยอมรับ. การมองเวียดนามเป็นแค่ “โรงงานต้นทุนต่ำ” จึงอันตราย เพราะความสำเร็จขึ้นกับการยกระดับทั้งคุณภาพสินค้าและระบบกำกับดูแลภายในโรงงานของไทยเอง.

จากนักท่องเที่ยวสู่นักลงทุน: เส้นทางใหม่ของท่องเที่ยวไทย-เวียดนาม
ภาพรวมของท่องเที่ยวไทย-เวียดนามและความร่วมมือการค้ากำลังก้าวจากการแลกเปลี่ยนผู้เดินทางไปสู่การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและเงินทุน การที่ BenThanh Tourist ร่วมกับหน่วยงานไทยเดินหน้าฟอรั่ม “ประเทศไทยโฉมใหม่” พร้อมแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดใหม่ และเสริมความสัมพันธ์กับชุมชนธุรกิจเวียดนามอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวถูกใช้เป็นช่องทางสร้างความเชื่อใจก่อนต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ. ในฝั่งดานัง การพัฒนาเขตการค้าเสรีและแผนตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ คือสัญญาณว่ามหานครริมทะเลแห่งนี้จะกลายเป็นเวทีหลักของการลงทุนระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจไทยที่มองหา ตลาดเวียดนาม ในระยะยาว. หากไทยและเวียดนามใช้ประโยชน์จากดานังสะพานเชื่อมทั้งด้านท่องเที่ยวและการค้าอย่างสมดุล ภูมิภาคจะได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้นและโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโลกได้มั่นคงขึ้นในเวลาเดียวกัน.







