พัทยาจากเมืองชายหาดสู่ศูนย์กลางภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

พัทยาจากเมืองชายหาดสู่ศูนย์กลางภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เทศกาลภาพยนตร์พัทยา: คลื่นใหม่ของเมืองชายหาด

เทศกาลภาพยนตร์พัทยา คือเทศกาลนานาชาติที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเพื่อวางตัวเองเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค ผ่านการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และการลงทุน เพื่อยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวชายหาดสู่เมืองสร้างสรรค์ที่ดึงดูดกองถ่าย นักลงทุน และผู้ชมจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน.

หัวใจของเรื่องนี้คือ เมืองพัทยาไม่ต้องการเป็นแค่จุดเช็กอินริมทะเลอีกต่อไป แต่กำลังวางหมากใหม่ด้วย Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์ เมืองพัทยา ครั้งที่ 4 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–30 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “THE CINEMATIC WAVE” หรือ “คลื่นแห่งภาพยนตร์” ที่ตั้งใจส่งต่อพลังความคิดสร้างสรรค์ และเชื่อมระบบนิเวศการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เป็นเรื่องเดียวกัน. นี่ไม่ใช่เพียงงานฉายหนัง แต่คือการประกาศจุดยืนเชิงกลยุทธ์ของเมืองทั้งเมืองต่อภูมิภาค.

จากพรมแดงสู่ซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค

Pattaya International Film Festival 2026 ถูกใช้เป็นเวทีขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์เศรษฐกิจอย่างชัดเจน เมืองพัทยาประกาศวิสัยทัศน์ในการผลักประเทศให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาค ผ่านเทศกาลนี้โดยตรง. จุดนี้สำคัญ เพราะซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์สวยหรู แต่คือการสร้างเม็ดเงิน งาน และโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการโปรดักชันเซอร์วิสและโพสต์โปรดักชัน.

ข้อมูลครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่มีกองถ่ายต่างประเทศแจ้งขออนุญาตถ่ายทำในประเทศจำนวน 302 เรื่อง และสร้างมูลค่าการลงทุนรวม 4,025 ล้านบาท คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่า ซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์ไม่ใช่ความฝันในกระดาษ แต่กำลังแปลงเป็นเศรษฐกิจจริง การตั้งเป้าให้เทศกาลภาพยนตร์พัทยาเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันกับเมืองอื่น แต่เป็นการขยายวงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้กว้างกว่าตลาดในประเทศ และดึงการลงทุนใหม่เข้าสู่เมืองอย่างเป็นระบบ.

พัทยาในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ ไม่ใช่แค่ทะเลและไนต์ไลฟ์

การผลักดันเทศกาลภาพยนตร์พัทยาเกิดขึ้นสอดรับกับแผนพัฒนาเมืองพัทยา พ.ศ. 2566–2570 ที่ต้องการผลักเมืองให้เป็นจุดหมายเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ของยูเนสโก (UNESCO Creative City of Film). ทิศทางนี้สะท้อนมุมมองใหม่ว่า เมืองท่องเที่ยวชายหาดต้องมี “เนื้อหา” รองรับการเติบโต ไม่ใช่พึ่งเพียงทรัพยากรธรรมชาติหรือภาพจำเก่าๆ ของไนต์ไลฟ์.

รองนายกเมืองพัทยาย้ำว่า เมืองกำลังใช้พลังความคิดสร้างสรรค์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเมือง และมองภาพยนตร์เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ เชื่อมผู้คนจากทั่วโลก และต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจหลายมิติ. การบูรณาการของเมืองพัทยา หน่วยงานด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการจัดประชุม รวมถึงพันธมิตรเอกชนที่ถนัดการผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ ทั้งบนโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิง แสดงให้เห็นว่า เมืองกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชิงซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ใช่แค่สร้างแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสวยๆ.

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกับการยกระดับเมืองและคนทำงาน

หากมองลึกไปกว่าแสงไฟเทศกาล ภาพที่ชัดคือเทศกาลภาพยนตร์พัทยากำลังจะกลายเป็นกลไกพัฒนาทั้งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและคนทำงานเบื้องหน้าเบื้องหลัง เลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติชี้ว่า การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้สร้างสรรค์ผลงาน โดยเน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับการผลักดันผลงานที่มีคุณภาพและยังคงอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่ระดับสากล.

มุมมองของผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานที่เชื่อว่าศักยภาพของคนทำหนังไทยพร้อมก้าวสู่ระดับนานาชาติ แต่ต้องการ “พื้นที่” ให้แสดงฝีมือ ทำให้เทศกาลภาพยนตร์พัทยาไม่ใช่แค่อีเวนต์ฉายผลงานต่างชาติ แต่ควรเป็นเวทีที่ช่วยเปิดประตูให้หนังไทยรุ่นใหม่ทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่กับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเชื่อมต่อเครือข่ายโปรดิวเซอร์ นักลงทุน และแพลตฟอร์มจากภูมิภาคเดียวกัน.

เมื่อเทศกาลภาพยนตร์กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันซอฟต์พาวเวอร์

ในครึ่งปีแรก 2569 ที่กองถ่ายต่างประเทศ 302 เรื่อง เลือกเข้ามาลงทุนรวม 4,025 ล้านบาท เราเห็นสัญญาณชัดว่า ภูมิภาคกำลังแข่งขันกันดึงฐานการผลิตคอนเทนต์ และเมืองที่สร้างภาพลักษณ์ด้านภาพยนตร์ได้ชัดย่อมได้เปรียบ เทศกาลภาพยนตร์พัทยาจึงเป็น “สนามหน้าบ้าน” ที่เมืองใช้แสดงศักยภาพด้านโลเคชัน ระบบสนับสนุน และบุคลากรให้ผู้ผลิตคอนเทนต์จากทั่วโลกเห็นในคราวเดียว.

ผลกระทบต่อคนทั่วไปไม่ได้จำกัดแค่คนในวงการหนัง ผู้ชมสามารถเข้าถึงเทศกาลได้ทั้งแบบออนไซต์และผ่านการถ่ายทอดสดในช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทำให้เทศกาลไม่ถูกจำกัดเป็นกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม แต่กลายเป็นประสบการณ์ร่วมของคนเมืองและผู้ชมทั่วประเทศ เมื่อผู้กำหนดนโยบายจับมือคนทำคอนเทนต์ และใช้เทศกาลภาพยนตร์พัทยาเป็นเครื่องมือ พัทยาจึงมีโอกาสพลิกภาพจากเมืองชายหาดธรรมดาไปสู่เมืองซอฟต์พาวเวอร์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้จริงในระยะยาว – หากไม่ปล่อยให้ “คลื่นแห่งภาพยนตร์” ลูกนี้ซัดผ่านไปเฉยๆ.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!