โรงแรมเติบโตแรง รับคลื่นความต้องการเดินทาง หนุนพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวเร่งขยาย

โรงแรมเติบโตแรง รับคลื่นความต้องการเดินทาง หนุนพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวเร่งขยาย
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คลื่นท่องเที่ยวกลับมา ดันโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวเร่งขยายพอร์ต

การฟื้นตัวของความต้องการเดินทาง คือภาวะที่นักท่องเที่ยวจากตลาดหลักและกลุ่ม Long-haul กลับมาจองและเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการโรงแรมเติบโต อัตราเข้าพักสูงขึ้น และพอร์ตสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวได้รับแรงหนุนให้ขยายและยกระดับคุณภาพเพื่อรองรับดีมานด์รอบใหม่ในหลายเมืองสำคัญทั่วภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน

ตัวเลขล่าสุดสะท้อนชัดว่าคลื่นการเดินทางรอบใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการรีบาวด์ชั่วคราว แต่กำลังเปลี่ยนเป็นวัฏจักรเติบโตชุดใหม่ของธุรกิจโรงแรมเติบโตและอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ที่เดินเกมเชิงรุกทั้งด้านการลงทุนและการเพิ่มศักยภาพสินทรัพย์ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ด้วยรายได้รวม 5,502 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของทั้งกลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ขณะเดียวกัน SHR รายงานรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 2 ที่ 2,266 ล้านบาท และครึ่งปีแรก 4,900 ล้านบาท ท่ามกลางสภาพตลาดที่ยังมีความท้าทาย

AWC ใช้พอร์ตโรงแรมและคอมเมอร์เชียลขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือ การเติบโตของ AWC ไม่ได้เกิดจากแรงส่งของการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการจัดพอร์ตสินทรัพย์ที่คิดมาแล้วอย่างละเอียด ทั้งโรงแรมและคอมเมอร์เชียลช่วยกันหนุนรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% พร้อมกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท และ EBITDA 2,850 ล้านบาท ซึ่งล้วนเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นี่คือหลักฐานว่าการลงทุนในพอร์ตสินทรัพย์ที่กระจายทั้งทำเลและประเภททรัพย์สินให้ผลชัดเจนในยุคดีมานด์ท่องเที่ยวผันผวน

ฝั่งโรงแรม รายได้ 2,761 ล้านบาท และ RevPAR ที่ 3,173 บาทต่อคืน บวกกับ EBITDA Margin ที่ขยับจาก 25.9% เป็น 26.9% แสดงว่าบริษัทไม่ได้แค่อาศัยกระแสนักท่องเที่ยว แต่บริหารต้นทุนและอัปเกรดประสิทธิภาพสินทรัพย์อย่างจริงจัง ในคอมเมอร์เชียล โครงการเดสติเนชันไลฟ์สไตล์และเอ็กซ์พีเรียนซ์อย่างริเวอร์ฟร้อนท์ทำให้รายได้กลุ่มนี้เพิ่ม 13.4% และรายได้จากการดำเนินงานโต 14.0% สะท้อนว่าการเปลี่ยนพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เป็นจุดหมายปลายทางประสบการณ์ เป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ยุคที่นักท่องเที่ยวไม่ได้มองหาที่พักอย่างเดียว แต่ต้องการประสบการณ์ครบวงจรในพื้นที่เดียว

SHR ส่งสัญญาณฟื้นตัว พร้อมเดินเกมกระจายตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพ

อีกด้านหนึ่ง SHR แสดงให้เห็นว่าการจัดการความเสี่ยงและการกระจายตลาดอย่างมีวินัยสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นจังหวะตั้งหลักใหม่ได้ บริษัทรายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 171 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.015 บาทต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อฐานะการเงินและแนวโน้มการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน นี่คือสัญญาณสำคัญว่าผู้ประกอบการโรงแรมเติบโตไม่จำเป็นต้องรอภาพรวมเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ หากแต่ต้องกล้าปรับโครงสร้างพอร์ตและต้นทุนทันกับสถานการณ์

แม้ไตรมาส 2 จะได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบการเดินทางของนักท่องเที่ยวบางภูมิภาค แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์จากตลาดหลัก การเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul ที่ทยอยกลับมา และการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง ช่วยพยุงภาพรวมให้ผ่านช่วงยากที่สุดของปีไปได้ กลยุทธ์ Market Diversification การเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวคุณภาพ การจองผ่านช่องทางตรง รวมถึงมาตรการ Cost Optimization และการบริหารโครงสร้างเงินทุน ล้วนชี้ชัดว่าบริษัทกำลังใช้พอร์ตสินทรัพย์เป็นเครื่องมือสร้างกำไรระยะยาว มากกว่าพึ่งโชคจากวัฏจักรการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

โรงแรมเติบโตแรง รับคลื่นความต้องการเดินทาง หนุนพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวเร่งขยาย

จากดีมานด์ท่องเที่ยวสู่การยกระดับพอร์ตสินทรัพย์อย่างยั่งยืน

จุดร่วมสำคัญของทั้ง AWC และ SHR คือ ต่างเดินหน้าอัปเกรดศักยภาพสินทรัพย์เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการเดินทางในระยะยาว มากกว่าจะเก็บเกี่ยวตัวเลขสั้นๆ แล้วหยุดลงทุน AWC ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กรอบ Building Better Future ผ่านแนวคิด Better Planet, Better People และ Better Prosperity และได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาลในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับแผนเปิดโรงแรมใหม่เช่น Fairmont Bangkok Sukhumvit ในครึ่งปีหลัง และการเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

ขณะที่ SHR มองว่าครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายและความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul กลับมา ส่งผลให้พอร์ตโรงแรมที่เคยได้รับผลกระทบเริ่มมีสัญญาณเชิงบวก โดยยอดจองล่วงหน้าปรับดีขึ้น การรีแบรนด์โรงแรมบางส่วนและเน้นเพิ่มคุณภาพรายได้ผ่านการปรับ ADR จึงไม่ใช่แค่การปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นการยกระดับพอร์ตสินทรัพย์ทั้งระบบให้พร้อมรองรับคลื่นดีมานด์รอบใหม่แบบยั่งยืนในระยะยาว

โรงแรมเติบโตแรง รับคลื่นความต้องการเดินทาง หนุนพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวเร่งขยาย

บทสรุป: คลื่นเติบโตครั้งนี้จะเป็นของผู้ที่กล้าปรับพอร์ต ไม่ใช่แค่รอฤดูกาล

เมื่อมองภาพรวม การฟื้นตัวของความต้องการเดินทางกำลังสร้างโมเมนตัมให้ธุรกิจโรงแรมเติบโตและอสังหาริมทรัพย์ท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคกลับมาขยายตัวอีกครั้ง แต่บทเรียนจาก AWC และ SHR ชี้ว่า ผู้ที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ต่อเนื่องไม่ใช่ผู้ที่มีสินทรัพย์มากที่สุด หากแต่เป็นผู้ที่ใช้พอร์ตสินทรัพย์อย่างฉลาดที่สุด ทั้งการกระจายทำเล การเพิ่มศักยภาพทรัพย์เดิม การรีแบรนด์ และการเพิ่มประสบการณ์ให้ทรัพย์สินแต่ละแห่งกลายเป็นเดสติเนชันในตัวเอง

ในโลกที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจ และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนเร็ว การพึ่งฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป บริษัทที่อ่านเกมความต้องการเดินทางออกและกล้าปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง จะเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากคลื่นเติบโตครั้งนี้ ขณะที่ผู้ที่รอเพียงกระแสท่องเที่ยวโดยไม่ลงทุนยกระดับสินทรัพย์ อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังแม้ดีมานด์จะกลับมาก็ตาม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!