แมวอ้วนน่ารักจัง? ระวัง! โรคอ้วนไม่ใช่ความรัก แต่มันคืออันตราย

สำหรับเจ้าของแมวแทบทุกคนแล้ว เจ้าเหมียวของพวกเขาคือสมาชิกครอบครัวที่เต็มไปด้วยความสุข ทุกครั้งที่ได้กอด ได้ลูบ หรือได้ยินเสียงคราง “ครืดๆ” เบาๆ ก็ดูเหมือนทุกความเหนื่อยล้าจะหายไปในทันที หลายครั้งเรามักเห็นภาพแมวนั่งพุงพลุ้ยอยู่บนโซฟา หรือนอนเกลือกกลิ้งอย่างขี้เกียจ แล้วอดหัวเราะไม่ได้ว่า “อ้วนจังเลย น่ารักดี” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความอ้วนนั้นไม่ใช่เรื่องน่ารัก เสมอไป หากปล่อยให้แมวสะสมไขมันมากเกินไป โรคอ้วนสามารถทำให้ชีวิตที่ควรจะแข็งแรงและยืนยาวเต็มไปด้วยความเสี่ยง
ทำไมโรคอ้วนถึงเป็นปัญหาสำหรับแมว?
หลายคนอาจคิดว่าโรคอ้วนเป็นเพียงเรื่องของรูปร่าง แต่แท้จริงแล้วมันคือภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายสุขภาพแมวโดยไม่รู้ตัว
-
เสี่ยงโรคเบาหวาน
เมื่อแมวมีไขมันสะสมมาก ร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินได้แย่ลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป สุดท้ายอาจกลายเป็นโรคเบาหวานที่ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเป็นประจำตลอดชีวิต ซึ่งนอกจากจะทำให้แมวต้องทนทุกข์แล้ว เจ้าของเองก็ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด -
โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
ไขมันที่สะสมในร่างกายไม่เพียงแต่เก็บอยู่ใต้ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังไปสร้างภาระให้หัวใจทำงานหนักขึ้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากกว่าเดิม และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดอุดตันได้ -
ปัญหาข้อต่อและกระดูก
แมวเป็นสัตว์ที่ชอบกระโดด วิ่ง และปีนป่าย แต่ถ้าน้ำหนักตัวมากเกินไป ข้อต่อของมันจะถูกกดทับตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบได้ง่ายขึ้น แมวที่เคยกระโดดปราดเปรียวอาจกลายเป็นแมวที่ไม่อยากขยับตัวเพราะเจ็บปวด -
โรคเกี่ยวกับตับและระบบย่อยอาหาร
ไขมันที่สะสมมากเกินไปอาจนำไปสู่โรคตับไขมัน (Hepatic Lipidosis) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและอาจคร่าชีวิตแมวได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที -
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวอ้วนเกินไปแล้ว?
แมวแต่ละพันธุ์และแต่ละวัยมีน้ำหนักมาตรฐานที่แตกต่างกัน เช่น
-
แมวพันธุ์เล็กอย่าง สิงหปุระ หรือ เดวอนเร็กซ์ โตเต็มวัยจะหนักเพียง 2–4 กิโลกรัม
-
แมวพันธุ์กลาง เช่น บริติชชอร์ตแฮร์ หรือ อเมริกันชอร์ตแฮร์ จะอยู่ราวๆ 4–6 กิโลกรัม
-
ส่วนพันธุ์ใหญ่ เช่น เมนคูน หรือ นอร์วีเจียนฟอเรสต์แคท อาจหนักถึง 6–10 กิโลกรัม แต่การดูน้ำหนักเพียงอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่เจ้าของควรทำคือ ใช้สายตาและการสัมผัสช่วยประเมิน
-
ถ้าสามารถคลำซี่โครงได้ แต่ไม่ชัดเกินไป ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี
-
ถ้าซี่โครงสัมผัสยาก หน้าท้องหย่อนยาน หรือมีไขมันสะสมเป็นชั้นๆ นั่นคือสัญญาณว่าแมวกำลังอ้วนเกินไป
เคล็ดลับจัดการน้ำหนักแมวอย่างถูกวิธี
------------------------------------
1. **ควบคุมอาหาร**
เลือกอาหารแมวสูตรที่มีแคลอรีเหมาะสมและคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน หลีกเลี่ยงการให้ขนมแมวมากเกินไป และอย่าเผลอแบ่งอาหารคนให้แมวกิน เพราะอาหารคนมักมีไขมันและโซเดียมสูง
2. **จัดตารางการให้อาหาร**
อย่าให้อาหารวางไว้ตลอดเวลา (Free Feeding) เพราะแมวจะกินเล่นทั้งวัน ควรกำหนดเวลาให้อาหารเป็นมื้อๆ และควบคุมปริมาณตามที่สัตวแพทย์แนะนำ
3. **กระตุ้นให้เล่นและออกกำลังกาย**
แมวบางตัวอาจดูขี้เกียจ แต่จริงๆ แล้วพวกมันเพียงรอสิ่งกระตุ้นจากเจ้าของ ลองใช้ของเล่น เช่น ลูกบอล เชือก หรือของเล่นเลเซอร์เพื่อให้แมวได้เคลื่อนไหว
4. **ตรวจสุขภาพประจำปี**
อย่าลืมพาแมวไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะสัตวแพทย์จะสามารถประเมินภาวะร่างกายและให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการได้ตรงจุด
แนะนำสำหรับคุณ
คนเก็บตัวเข้ามหาวิทยาลัย: ทำยังไงถึงจะมีเพื่อน?
พัดลมพกพายี่ห้อไหนเหมาะกับเรา มาดูวิธีการเลือกพัดลมพกพากันว่าต้องเลือกยังไงบ้าง
เรียนรู้“30 วันที่ดีที่สุดในการการลดน้ำหนักอย่างสุขภาพดี
Active Life|HD เก็บทุกความหลงใหลของคุณด้วย Action camera
สำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กสำหรับทำงาน เรียน ลอง Macbook ดูนะสิ!
วิถีกลิ่นบำบัดโบราณ สู่ความผ่อนคลายในยุคสมัยใหม่


