แว่นกรองแสง ตัวช่วยถนอมดวงตายุคดิจิทัลที่หลายคนมองข้าม

ในยุคที่เราทุกคนใช้ชีวิตผูกติดกับหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต ตั้งแต่ลืมตาตื่นไปจนถึงก่อนนอน หลายคนอาจเคยรู้สึกว่า “ตาล้า แสบตา ปวดหัว หรือมองภาพเบลอ” โดยไม่รู้ตัวว่าสาเหตุมาจากอะไร บางคนอาจโทษว่าเป็นเพราะนอนน้อย บางคนคิดว่าแค่ใช้สายตามากเกินไป แต่แท้จริงแล้วมีอีกหนึ่ง “ตัวร้ายเงียบ” ที่คอยทำร้ายดวงตาอยู่ทุกวัน นั่นคือ “แสงสีฟ้า” (Blue Light) จากหน้าจอของเราเอง
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับ “ใบเฟิร์น” พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปี ที่วันหนึ่งรู้สึกว่ามองจอคอมได้ไม่ถึงครึ่งวันก็เริ่มแสบตา น้ำตาไหล และเริ่มปวดหัวอย่างต่อเนื่อง เธอเริ่มกลัวว่าตัวเองอาจมีปัญหาสายตาเพิ่ม แต่เมื่อไปพบจักษุแพทย์ กลับได้รับคำแนะนำง่าย ๆ ว่า “ลองใส่ แว่นกรองแสง ดูสิ” ประโยคสั้น ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตการทำงานของเธอไปเลยทีเดียว
แว่นกรองแสงคืออะไร ?
“แว่นกรองแสง” (Blue Light Filter Glasses) คือแว่นตาที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดและกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือแม้แต่หลอดไฟ LED ซึ่งแสงสีฟ้านี้เป็นคลื่นแสงพลังงานสูงที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด แต่สามารถทะลุผ่านกระจกตาเข้าสู่จอตาโดยตรง ส่งผลให้ดวงตาเกิดความเมื่อยล้า และอาจเป็นสาเหตุของปัญหาทางสายตาในระยะยาว
เลนส์ของแว่นกรองแสงจะมีการเคลือบสารพิเศษหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกรองหรือตัดแสงสีฟ้าออกบางส่วน โดยไม่ทำให้ภาพที่เห็นเพี้ยนหรือมีสีเหลืองจัดเกินไปเหมือนเลนส์ทั่วไป นอกจากนี้ยังช่วยลดแสงสะท้อน (Anti-Reflective) และช่วยให้การมองเห็นขณะใช้งานหน้าจอดูสบายตามากขึ้น
ทำไมเราควรมี “แว่นกรองแสง” ?
1. เพราะเราใช้หน้าจอมากกว่าที่คิด
จากงานวิจัยในช่วงหลังพบว่าคนยุคปัจจุบันใช้เวลาเฉลี่ยกว่า 7–9 ชั่วโมงต่อวันกับหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เรียน หรือพักผ่อน แสงสีฟ้าที่ออกมาจากหน้าจอเหล่านี้แม้ไม่แรงเท่าแสงแดด แต่เมื่อเราได้รับสะสมตลอดวัน ก็สามารถทำร้ายดวงตาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
2. เพราะแสงสีฟ้าทำให้ดวงตาเมื่อยล้า
แสงสีฟ้ามีพลังงานสูงและมีความยาวคลื่นสั้น ทำให้กระจายตัวมากกว่าแสงสีอื่น เมื่อต้องมองหน้าจอนาน ๆ ดวงตาต้องพยายามโฟกัสอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ตาแห้ง และอาจนำไปสู่ภาวะ “Computer Vision Syndrome” หรือโรคตาล้าจากคอมพิวเตอร์
3. เพราะส่งผลต่อการนอนหลับ
แสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือก่อนนอนอาจไปกดการหลั่ง “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายนอนหลับตามธรรมชาติ ทำให้หลายคนรู้สึกนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือรู้สึกเพลียแม้จะนอนครบชั่วโมง
4. เพราะช่วยชะลอความเสื่อมของจอตา
การรับแสงสีฟ้าในระยะยาวอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะ “จอประสาทตาเสื่อม” โดยเฉพาะในผู้ที่มีพันธุกรรมหรือเริ่มมีอายุ การใส่แว่นกรองแสงจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยลดความเสียหายสะสมได้
ฟีเจอร์สำคัญและคุณสมบัติเด่นของ “แว่นกรองแสง”
การเลือกแว่นกรองแสงไม่ได้ดูแค่รูปลักษณ์ แต่ควรพิจารณาจากคุณสมบัติหลักที่เหมาะกับการใช้งานจริง ดังนี้
1. เทคโนโลยีเลนส์กรองแสงสีฟ้า (Blue Light Filter)
หัวใจสำคัญของแว่นกรองแสงคือเลนส์ที่สามารถกรองแสงสีฟ้าได้จริง โดยจะช่วยลดการผ่านของคลื่นแสงช่วง 400–500 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลต่อดวงตามากที่สุด บางรุ่นมีการเคลือบสารกรองแสงหลายชั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
2. เคลือบป้องกันแสงสะท้อน (Anti-Reflective Coating)
ช่วยลดแสงสะท้อนจากหน้าจอหรือไฟในห้อง ซึ่งมักเป็นต้นเหตุของอาการแสบตา โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในห้องที่มีไฟสว่างหรือแสงจากหน้าต่างสะท้อนเข้าหน้าจอ
3. เคลือบป้องกันรอยขีดข่วน (Scratch Resistant)
เลนส์คุณภาพดีจะมีชั้นเคลือบที่ช่วยให้ใช้งานได้นาน ไม่เป็นรอยง่าย แม้จะเช็ดบ่อยหรือพกพาไปในกระเป๋า
4. น้ำหนักเบา ใส่สบาย
กรอบแว่นกรองแสงรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่น้ำหนักเบา เช่น TR90 หรือ Ultem ที่ทั้งยืดหยุ่นและทนทาน ช่วยให้ใส่ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกปวดสันจมูกหรือหู
5. ป้องกันรังสี UV ได้ด้วย
แว่นกรองแสงบางรุ่นไม่ได้กรองเฉพาะแสงสีฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถกรองรังสี UV จากแสงแดดได้อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือทำงานทั้งในและนอกอาคาร
เหมาะกับใคร และควรใช้อย่างไร
แว่นกรองแสงไม่ได้จำกัดแค่คนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่เหมาะกับคนทุกกลุ่มที่ใช้หน้าจอดิจิทัลในชีวิตประจำวัน
กลุ่มที่เหมาะที่สุด ได้แก่
-
พนักงานออฟฟิศ / ฟรีแลนซ์ ที่ต้องจ้องคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อวัน
-
นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนออนไลน์หรือใช้แท็บเล็ตทำการบ้าน
-
เกมเมอร์ ที่ต้องเล่นเกมนาน ๆ และใช้สายตาอย่างเข้มข้น
-
คนที่ใช้มือถือก่อนนอนบ่อย หรือใช้โทรศัพท์ระหว่างเดินทาง
-
ผู้สูงอายุ ที่ต้องการป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อมในอนาคต
วิธีการใช้อย่างถูกต้อง
-
ใส่แว่นกรองแสงทุกครั้งที่ใช้งานหน้าจอนานเกิน 30 นาที
-
เว้นพักสายตาทุก 20 นาที ด้วยการมองออกไปไกล ๆ อย่างน้อย 20 วินาที (กฎ 20-20-20)
-
ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม ไม่จ้าเกินไปหรือมืดเกินไป
-
หมั่นทำความสะอาดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์และน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะ
-
หากมีค่าสายตา ควรเลือกแว่นกรองแสงที่มีเลนส์สายตาร่วมด้วย เพื่อให้มองเห็นชัดและสบายตาที่สุด
เคล็ดลับการเลือกและใช้งานแว่นกรองแสงให้คุ้มค่า
-
เลือกเลนส์ที่ผ่านการรับรอง
ควรดูค่าการกรองแสงสีฟ้า (Blue Light Blocking Rate) จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 30–50% เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างความสบายตาและความคมชัดของสี
-
อย่าหลงกับเลนส์เหลืองเข้มเกินไป
เลนส์บางรุ่นที่กรองแสงได้ดีเกินไปอาจทำให้สีภาพเพี้ยน โดยเฉพาะคนทำงานด้านกราฟิกหรือถ่ายภาพ
-
เลือกกรอบที่พอดีกับใบหน้า
เพื่อความสบายและไม่กดทับเมื่อใส่นาน ๆ
-
ถ้าใช้งานกลางแจ้งบ่อย ให้เลือกเลนส์กรองแสง + UV Protection
เพื่อป้องกันดวงตาจากแสงแดดด้วย
-
หมั่นตรวจสายตาเป็นประจำ
แม้จะใส่แว่นกรองแสง แต่หากมีค่าสายตาเปลี่ยนก็ควรปรับเลนส์ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ดวงตาทำงานหนักเกินไป
ผลลัพธ์จากการใช้ “แว่นกรองแสง” จริง
ผู้ใช้ส่วนใหญ่รายงานว่า หลังจากใส่แว่นกรองแสงเป็นประจำ จะรู้สึกว่า ตาล้าน้อยลง, นอนหลับง่ายขึ้น, และ ทำงานได้นานโดยไม่แสบตา นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าภาพบนหน้าจอดูนุ่มนวล ไม่แสบตาเหมือนก่อน แว่นกรองแสงจึงไม่ใช่แค่แฟชั่นไอเท็ม แต่เป็นอุปกรณ์เพื่อสุขภาพสายตาที่เห็นผลชัดเจนเมื่อใช้ต่อเนื่อง
สรุป
แว่นกรองแสงอาจดูเป็นเพียงอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่ในความจริงแล้วมันคือ เกราะป้องกันดวงตา ที่ทำงานเงียบ ๆ ทุกครั้งที่คุณมองหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เล่นเกม หรือดูหนัง หากเราปกป้องดวงตาตั้งแต่วันนี้ ก็เท่ากับเราดูแลสุขภาพสายตาในระยะยาว
อย่ารอให้ตาเริ่มล้า แสบ หรือมองเบลอแล้วค่อยหันมาใส่แว่นกรองแสง เพราะดวงตาไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนได้เหมือนเครื่องมืออื่น การลงทุนกับแว่นกรองแสงคุณภาพดีสักอัน คือการ “ลงทุนกับสุขภาพสายตา” ที่คุ้มค่าที่สุดในยุคดิจิทัลนี้
แนะนำสำหรับคุณ
VR โลกเสมือนจริงที่จะทำให้จินตนาการไร้ขอบเขต
สำหรับผู้ใช้ Android ในปี 2025 นี่คือโทรศัพท์ Google Pixel ที่ดีที่สุดที่จะซื้อ
ชุดไทยประยุกต์ แต่งยังไงให้ดูดีทุกวัน ทำงานก็ได้ ทำบุญก็เริ่ด
“อุปกรณ์กำจัดขน ไม่ใช่เครื่องพันธนาการอันเปราะบาง แต่คือการประกาศอิสรภาพของร่างกายและความงามในแบบที่เราเลือกเอง”
วิธีเลือกเสื้อเชิ้ต ไอเทมชิ้นเดียวที่เปลี่ยนลุคได้ทุกโอกาส
Smart Phone : Poco สมาร์ทโฟนสำหรับสยเกมเมอร์
ไม่เคยตกกระแส! แนะนำรองเท้า Crocs แบรนด์มีสไตล์ ใส่สบาย
น้ำหอมเครื่องเทศ ตัวเลือกน่าใช้ของคนชอบกลิ่นสุดหรู
คาเฟ่ อเมซอน: กาแฟระดับพรีเมียม เพื่อช่วงเวลาแห่งความสุข
BAGSMART: แบรนด์กระเป๋ายุคใหม่ที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่







